**แปล Auto โดย AI จาก Raw ต้นฉบับ คำเรียก สรรพนาม ชื่อ อาจมีผิดเพี้ยน แต่ยังสามารถเข้าใจเนื้อหาโดยรวมได้** 796 ตอนจบ
**แปล Auto โดย AI จาก Raw ต้นฉบับ คำเรียก สรรพนาม ชื่อ อาจมีผิดเพี้ยน แต่ยังสามารถเข้าใจเนื้อหาโดยรวมได้** 796 ตอนจบ
“พี่รอง ขนมพวกนี้…พวกเรากินหมดหรือไม่” หลู่เจียงถามด้วยดวงตาเป็นประกาย
“ไม่นับว่ามาก กลับถึงบ้านแล้วแบ่งให้เสี่ยวหยวนจื่อกับพวกเพื่อนได้ด้วย”
กล่องขนมหนึ่งกล่องราคาเพียงยี่สิบเหรียญ เงินสามตำลึงซื้อได้ถึงหนึ่งร้อยห้าสิบกล่อง หลู่เซิงพูดพลางจูงมือน้องทั้งสองจะเดินออกจากร้าน
แต่พอถึงหน้าประตู นางก็พบชายหนุ่มคนเดิมยืนรออยู่
หลินเจียงปิดพัดในมือยิ้มให้หลู่เซิง “แม่นางผู้กล้า เราพบกันอีกแล้ว”
รอยยิ้มบนใบหน้าหลู่เซิงหายไปทันที นางตั้งใจจะทำเป็นไม่เห็นแล้วเดินผ่านเขาไป แต่ทว่า…นางประมาณ “ความหน้าด้าน” ของหลินเจียงต่ำไปมาก
“แม่นางผู้กล้า รับข้าเป็นศิษย์เถิด!”
จะปล่อยให้สตรีที่เขาเสาะหาแทบพลิกแผ่นดินหลุดมือไปได้อย่างไร?
หลู่เซิงหน้ามืดเคร่งขรึม “ท่านจำผิดคนแล้ว ข้าเป็นเพียงชาวนาผู้หนึ่ง หาใช่ผู้กล้าที่ท่านเอ่ยถึงไม่”
“จริงหรือ?” หลินเจียงพลันลังเล หรือว่าเขาจะตาฝาดไปจริง?
เสียงของนางวันนี้ชัดใส ส่วนเสียงของ “แม่นางผู้กล้า” ในวันนั้นแหบพร่าและต่ำกว่า ทว่า ดวงหน้าร่างกายและกลิ่นอายโดยรวม กลับละม้ายกันราวกับคนเดียวกัน
เหมือนหลู่เซิงอ่านความคิดเขาออก นางจึงเอ่ยเสียงราบเรียบ “คนในโลกนี้ย่อมมีผู้คล้ายคลึงกัน ข้ายังมีธุระต้องจัดการ จึงขอลาไม่สนทนาต่อกับคุณชาย”
เอ่ยจบ นางก็รีบพาเด็กทั้งสองเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
หลินเจียงยืนเกาศีรษะพลางขมวดคิ้วอย่างจนใจ ช่างไม่เป็นไปตามที่คิดสักอย่าง
บนรถม้า หลู่เจียงมองพี่สาวด้วยความสงสัย “พี่รอง ชายผู้นั้นคือผู้ใดหรือ”
หลู่ซินที่เห็นขนมเต็มลำรถก็หัวเราะคิกคักอย่างลืมกลัว หลู่เซิงลูบศีรษะน้อง ก่อนตอบเสียงนิ่ง
“ข้าไม่รู้จักเขา”
“อ้อ!”
“นั่งให้ดี เราจะไปดูว่าสองท่านยายกลับจากตลาดหรือยัง”
นางสัญญาว่าจะรับพวกท่านกลับบ้าน ย่อมไม่อาจผิดคำได้ แต่พอไปถึงก็พบว่า ไร้เงาทั้งสองเสียแล้ว คงขายไข่หมดเร็ว จึงกลับตั้งแต่ช่วงเช้า
หลู่เซิงจึงลงจากรถไปซื้อข้าวสาร แป้ง และตะแกรงกรองน้ำมันเพื่อนำไปใช้ทำน้ำมันสะอาด นางกวาดสายตามองซ้ายขวา แล้วซื้อลูกไม้สดอีกหลายชั่ง
เมื่อนำของทั้งหมดขึ้นรถเรียบร้อย กำลังจะให้สารถีออกรถ ทว่า พลันเห็น “เจ้าหน้าที่” กลุ่มหนึ่งเดินผ่านไปทางประตูเมือง เบื้องหลังมีผู้คนร้องไห้สะอึกสะอื้นติดตามไปด้วย กลุ่มชาวบ้านอีกหลายสิบคนรีบวิ่งตามไปดู
หลู่เซิงมองอย่างสนเท่ห์ ก่อนจะพาเด็กทั้งสองตามไปห่าง ๆ
นางได้ยินเสียงผู้คนซุบซิบ
“ได้ยินว่าคุณหนูสกุลโจวจมน้ำตายที่สระบัวนอกตำบล”
“นางจะไปสระบัวทำไมกัน? ทั้งที่สกุลโจวเองก็ไม่ใช่ตระกูลต่ำต้อย ถึงขั้นต้องไปลักบัวคนอื่นกระนั้นหรือ?”
“ยิ่งกว่านั้น บัวช่วงนี้ก็แก่เหี่ยว เม็ดก็แข็ง หากอยากกินบัวสำเร็จก็สั่งบ่าวซื้อได้ เหตุใดต้องไปเก็บเอง”
“ไม่รู้สิ ไปดูก่อนเถิด!”
“ตายอยู่ในสระของคนอื่น เช่นนี้สกุลโจวต้องชดเชยค่าเสียหายเจ้าของสระแน่ ๆ”
หลู่เซิงได้ฟังดังนั้น ใจพลันกระตุกวูบ เมื่อตอนเช้าผ่านบริเวณนั้น นาง ไม่ได้รู้สึกพลังอาฆาตหรือ ‘พลังหยิน’ ใด ๆ เลย
หากมีผู้ตายจริง ปกติแล้วเป็นไปไม่ได้ที่นางจะไม่สัมผัสได้
เว้นเสียแต่ว่า…คุณหนูสกุลโจวไม่ได้ตายที่นั่น แต่ถูกนำศพไปทิ้งต่างหาก
“พะ…พี่รอง ข้ากลัว…” สองเด็กน้อยหน้าซีดเผือดทันทีที่ได้ยินว่ามีคนตาย