Your Wishlist

ผูกรักด้ายแดง (ตอนที่ 4 อบัติเหตุ)

Author: ้hanna hb

เมื่อคนคู่หนึ่ง ชะตาชีวิตต้องไร้คู่จนตาย แต่ดันมีรายชื่อในสมุดด้ายแดง จึงเกิดคำถามขึ้น “ทำไม” นี้คือจุดเริ่มต้น ของความรักของเขาและเธอ เมื่อเทพเจ้าจันทรา หรือ ผู้เฒ่าจันทรา นึกอยากลองฝืนชะตาฟ้า เขาผูกด้ายแดง ให้หนุ่มสาวคู่หนึ่งที่ไร้คู่จนตาย ความวุ่นวายจึงเกิดขึ้นเมื่อพวกเขาต้องข้ามผ่านเวลาไปยังอีกโลกหนึ่งซึ่งเรียกว่าโลกขนาน อยู่ในร่างขององค์ชาย และ คุณหนู อุปสรรคและการต่อสู้การผจญภัยมากมาย ที่พวกเขาต้องเจอนั้นจะเป็นอย่างไร มาร่วมลุ้นกันความรักของพวกเขาว่าจะเป็นอย่างไร ในรักผูกด้ายแดง

จำนวนตอน :

ตอนที่ 4 อบัติเหตุ

  • 25/12/2565

บทที่ 4

ตอน อุบัติเหตุ

               หลังจากผ่านงานคอนเสิร์ตไปได้ 2 เดือน ฝันและเจพีได้ไปส่งมะลิขึ้นเครื่องเพื่อจะไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ บรรยายกากาศที่สนามบินตอนนี้มีแต่ความเศร้าและอาลัยอาวรของเพื่อน ๆ พวกเธอกอดกันกลมน้ำตาก็ไหล่ไม่รู้ตัว แม้จะร้องไห้แต่รอยยิ้มก็ยังคงมีอยู่ ทุกคนต่างพากับอวยพรให้มะลิเดินทางปลอดภัย เมื่อเครื่องออกตัว เจพีและฝันพวกเธอรู้สึกใจหาย

               ฝันหันมาพูดกับเจพี “ฉันมีเรื่องจะบอกแกวะ”

               “เรื่องอะไร”

               “พรุ่งนี้ฉันต้องกลับบ้านแล้ว พ่อกับแม่ให้ฉันกลับไปเรียนต่อที่บ้าน อย่างน้อยจะได้ช่วยพวกเขาดูแลกิจการด้วย”

               เจพียิ้ม ก่อนจะพูด “ฉันต้องไปส่งเธอหรือเปล่า”

               “ไม่ต้องหรอก พ่อกับแม่มารับฉันที่หอนะ”

               เมื่อถึงจุดรับผู้โดยสารที่สนามบิน ทางแยกจากกันที่ต่างคนต้องต่างไป เจพีมองหน้าฝัน เธอยิ้ม ฝันเองก็ยิ้มทั้งสองเข้าไปกอดกัน แล้วรถรับผู้โดยสารก็จอด เจพีให้ฝันขึ้นรถไปก่อน เพราะบ้านพวกเธออยู่คนละทางกันนั้นเอง เมื่อรถขับไป เจพีรู้สึกโดดเดี่ยว เธอขึ้นรถมุ่งหน้ากลับบ้านและจมอยู่กับนิยายที่ส่งต้องสำนักพิมพ์พรุ่งนี้ เธอนั่งเขียนนิยายไม่สนใจสิ่งรอบข้างใด จนมีข้อความของกลุ่มแฟนคลับของเฮนรี่เด้งขึ้นหน้าเฟจมาให้เธอเห็น เมื่อเธอมองมัน เธอก็กดเข้าไปดู แต่สิ่งที่เธอต้องเจอคือ ภาพข่าวอุบัติเหตุรถจมน้ำ คนขับคือ เฮนรี่ เธอตกใจมาก รีบค้นหาข่าวอาการของเขาทันที

               เวลานี้สำนักพิมพ์ สื่อต่าง ๆ ต่างพาดหัวข่าวของเฮนรี่อย่างต่อเนื่อง

               ทางทีมแพทย์ ได้ออกมาประกาศของให้แฟนคลับ ใจเย็นอย่างได้ตื่นตระหนก ตอนนี้ทางทีมแพทย์จะช่วยรักษาเขาอย่างเต็มความสามารถ อย่างได้มาที่โรงพยาบาลเพื่อความสะดวกของผู้ป่วยท่านอื่น ๆ ความโกลาหล วุ่นวาย ก็สงบลง ทุกคนต่างส่งแรงใจ คำอธิฐานมากมายขอให้เฮนรี่ปลอดภัย

               เจพีคิด นี่เป็นวันอะไรของฉันถึงต้องมารับกับความรู้สึกเศร้ามากขนาดนี้ แล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เธอมองโทรศัพท์ชื่อของฝันเองที่โทรหาเธอ

               “เจพี เธอรู้ข่าวหรือยัง”

               “รู้แล้ว”เสียงของเธอสั่นเครือ

               “ให้ฉันไปหาไม่”

               “ไม่เป็นไร นี่ก็ดึกมากแล้วพรุ่งนี้เธอต้องออกเดินทางอีก ไม่ต้องห่วงฉัน”

               “แน่นะเพื่อน”

               “อือ  ไม่เป็นไรจริง ๆ ”

               แล้วฝีเท้าวิ่งขึ้นบันไดมาดังสนั้น เสียงเปิดประตูก็ดัง “ปัง”

               “แค่นี้ก่อนนะ เจ้าน้องตัวแสบฉันจะพังบ้านแล้ว”

               “ได้ ๆ”

               เขาเปิดประตูด้วยหน้าตาตื่น วิ่งพรวดพลาดเข้ามาหาเจพีด้วยแววตาเป็นห่วง

               “พี่ พี่ ใจเย็น ๆ นะ ผมมีข่าวร้ายจะบอกพี่นะ”

               “นายนั้นแหละใจเย็นก่อน พ่อกับแม่ก็ตื่นหรอก”

               “แต่นี่ข่าวร้ายมาก ๆ เลยนะ”

               “เรื่องอะไร”

               “แฟนพี่ตายแล้ว”

               “เด็กบ้า เฮนรี่ยังไม่ตาย”

               คิวหัวเราะชอบใจ เขานั่งข้างพี่สาว “ผมคิดว่าพี่จะเสียใจซะอีก”

               “ถึงฉันจะคลั่งเขามาก ก็ไม่ถึงกับต้องร้องห่มร้องไห้จะเป็นจะตายหรอกนะ”

               “ดีแล้ว ผมจะได้ไม่ต้องห่วง” เมื่อพูดเสร็จเขาก็เดินออกไป

               เจพีรู้ดีว่าน้องเป็นห่วงเธอถึงได้รีบวิ่งมาแบบนั้น เมื่อประตูปิดตัวลง เธอก็ร้องไห้ออกมาเหมือนคนบ้าไปเลย กัดหมอนข้าง กลิ่งไปกลิ่งมาอยู่บนเตียงนอน คืนนั้นทั้งคืนเธอไม่ได้นอนเลยติดตามข่าวของเฮนรี่นาทีต่อนาทีเลยก็ว่าได้

               ข่าวของเฮนรี่ดังตลอดทั้งอาทิตย์ เขาอยู่ในอาการโคม่า หมอประกาศสมองเขาตายไปแล้ว 70 เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้หมอกับญาติของเขากำลังปรึกษากันว่าจะทำอย่าง เขาไม่มีอาการตอบสนองใด ๆ เลยอยู่ได้เพราะเครื่องหายใจ 

               ณ.เวลานี้แฟนคลับต่างไปขอพรทุกที่ ที่ไหนคนบอกว่าศักดิ์สิทธิ์ทุกคนไปหมดเพื่อขอพรให้เฮนรี่กลับมา สองสามอาทิตย์นี้เจพีไม่ได้ส่งงานเขียนเลยเธอมั่วแต่เที่ยวไปวัดนั้นวัดนี้ ของให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยคุ้มครองเฮนรี่ด้วย ให้เขาปลอดภัยกลับมาหาคนที่รักเขาด้วย

               เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เธอรับโทรศัพท์

               “ขอโทษคะ บก.เดี๋ยวคืนนี้ฉันส่ง ไฟล์ไปให้คะ”

               “ได้ อย่าช้าละ”

               “ค่ะ”

               เธอเดินทางกลับบ้าน เมื่อถึงบ้าน พ่อกับแม่ และน้องก็รอเธอทานอาหารเย็นอยู่

               “แกหายไปไหนทุกวันเลย กลับมาเย็นตลอด” แม่บ่น

               “ออกไปหาที่แต่งนิยายคะ อยู่บ้านหนูคิดไม่ออก”

               “แล้วเรื่องเรียนแกคิดหรือยังจะเอายังไง” พ่อถาม

               ในเวลานั้นคิวรู้ดีว่าพี่ต้องเจอศึกหนัก เขาเลยพูดแทรกเพื่อช่วยพี่สาว

               “พ่อครับแม่ครับ พี่ก็พึ่งจบมาเองจะรีบอะไรขนาดนั้น ไปทานข้าวกันเถอะ ผมหิวแล้ว”พ่อกับแม่ถูกคิวลากไปที่โต๊ะอาหาร

               เจพีคิด ฉันติดหนี้นายอีกแล้ว เธอเดินไปที่โต๊ะอาหาร คิวชวนพ่อกับแม่พูดเรื่องอื่นจนลืมเรื่องของเจพีไปเลย เสียงหัวเราะของพวกเขาทำให้เจพียิ้ม น้องชายฉันคนนี้ลื้นเหมือนปากไหลเลย

               “พ่อกับแม่คะ” เจพีพูดขึ้น ทำให้คิวมองหน้าเธอ

               “ถ้าหนูขอไปเรียนต่อต่างประเทศได้ไม่”

               พ่อกับแม่มองหน้าเธอ “แล้วเรียนเมืองไทยไม่ดีตรงไหน”พ่อพูด

               “ถ้าแกเรียนเก่งเหมือนน้องแกฉันก็จะส่งไปก็ได้” แม่พูด

               “แค่ให้สอบคณะแพทย์แกยังสอบไม่ได้เลย จบมาอะไรมาก็ไม่รู้”พ่อบ่น

                เจพีบ่นเบาๆ “ตั้งใจสอบไม่ให้ติดมากกว่า”

               “อะไรนะ”พ่อถาม “ฉันได้ยินแกพูดไม่ชัด”

               “ไม่มีอะไรครับพ่อ พี่เขาคงกำลังคิดเรื่องนิยายอยู่”

               “ออ.นิยายก็เหมือนกัน มันจะเลี้ยงแกได้เหรอ”แม่พูดด้วยท่าทีที่รำคาญ

               เจพีลุกออกจากโต๊ะอาหาร แล้วเดินออกไปทันที “ดูซิ ดูมัน ไม่สนใจอนาคตตนเองเลย”

               “พ่อกับแม่ คิวไม่เข้าใจทำไมถึงได้พูดกับพี่แบบนั้น”

               “ก็พี่แกนะ ให้ทำอะไรก็ไม่ทำ สวนทางกับสิ่งที่เราสั่งให้ทำเสมอ”แม่พูด

               “พ่อกับแม่คิดว่าที่ผมทำตามพ่อกับแม่ทุกอย่างเพราะอะไร”

               “เพราะลูกต้องการอนาคตที่ดี”

               “ไม่ใช่เลย….เพราะสิ่งนั้นผมชอบ ถ้าผมไม่ชอบผมก็ไม่ทำ พ่อกับแม่คิดว่าพี่ไม่เก่ง ไม่สามารถสอบติดแพทย์ได้ ดังที่ใจพ่อกับแม่ต้องการได้  ผมจะบอกอะไรให้ ที่ผมสอบติดแพทย์ได้ ไม่ใช่ผมติวหรอกนะ แต่เป็นเพราะพี่เจพีช่วยผมตลอด สอนสิ่งที่ผมไม่เข้าใจ บอกสิ่งที่ถูกต้องให้ผม ผมกลับคิดว่าพี่จงใจสอบไม่ติดมากกว่า ผมขอละ อย่าบีบบังคับพี่เขามาก เพราะถึงอย่างไรพี่เจพีก็คงไม่ทำตามที่พ่อกับแม่ต้องการหากเขาไม่ชอบ”

               พวกเขาเงียบ แต่คิวยังคงนั่งทานอาหารต่อไม่สนใจพ่อกับแม่

ที่โรงพยาบาล ที่จีน

               เวลานี้ เฮนรี่ นอนหลับเป็นเจ้าชายนิทรามาสามอาทิตย์แล้ว ญาติพี่น้องต่างยืนร้องไห้ โดยเฉพาะหยกเธอนั่งจับมือพี่ไว้แบบไม่ยอมปล่อย ร้องไห้ เมื่อหมอเดินเข้ามา ทุกคนตั้งใจฟังผลที่หมอจะบอก

               หมอพูดกับญาติของเขาว่าโอกาสที่เขาจะรอดมีไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้เขาหายใจได้ด้วยเครื่องช่วยหายใจเท่านั้น ทุกคนร้องไห้หนักมาก พ่อกับแม่ของเฮนรี่เดินมาที่เขา มือลูบที่ใบหน้าลูกชายสุดที่รักเบา ๆ ร้องไห้ แล้วหมอก็เดินออกจากห้องไป

               ทางด้านเจพี นั่งอ่านข่าวของเฮนรี่อยู่อย่างนั้น จนเมื่อถึงเวลาค่ำ ทางประเทศจีน ได้มีการแถลงข่าวจากหมอผู้ดูแลไข้ของเฮนรี่ กับทางญาติ พวกเขาตัดสินใจถอดเครื่องช่วยหายใจของเขาออก เพื่อไม่ให้เขาต้องทรมานอีก แฟนคลับที่นั่งดูข่าวต่างร้องไห้ ฟูมฟายไม่ยอมให้ถอด  หมายกำหนดถอดเครื่องช่วยหายคือ พรุ่งนี้ ตอนบ่าย 3 ในเวลาของไทย วันที่เขาเกิดพอดี

               เมื่อถึงเวลาที่กำหนด เครื่องช่วยหายใจได้ถูกถอดออก เขาปล่อยให้เฮนรี่หยุดหายใจไปเอง เวลาผ่านไป การหายใจของเขายังคงที่ ทุกคนแปลกใจ ที่เขาหายใจเองได้ ทุกคนต่างดีใจ พวกเขาเชื่อนี้คือปาฏิหาริย์จากเทพเจ้า ปาฏิหาริย์ในครั้งนี้ ทำให้ทุกคนมีความหวัง เจพีได้ข่าว เธอดีใจมากที่เขายังไม่ตาย

               แล้วเจ้าน้องตัวแสบก็วิ่งเข้าห้องมา “พี่ช่วยผมหน่อย”

               “อะไรของนาย”

               “พรุ่งนี้วันเกิดของแฟนผม แต่ผมไม่รู้จะซื้ออะไรให้เธอดี พี่ช่วยไปซื้อให้ผมหน่อยนะ”

               “ทำไมนายไม่ไปซื้อเองละ”

               “ก็ผมติด….

               “กำลังเล่นเกมแข็งกับเพื่อนอยู่ว่างั้น”

               “ถ้าชนะ ผมก็จะมีเงินเลี้ยงวันเกิดแฟนพรุ่งนี้ นะ ๆ ๆ ๆ ๆ พี่”

               “ก็ได้”

               “แต่พี่ออกเงินไปก่อนนะ”

               “นายนี่นะ”

               “ขอบคุณครับ เขาหอมแก้มพี่สาวแล้ววิ่งกลับห้องไป”

               แล้วเจพีก็ออกจากบ้านไปห้างแห่งหนึ่ง เธอเดินเลือกซื้อของ ก็คือนาฬิกาทรายที่มีหัวใจด้านละสองดวงอยู่ เมื่อทรายหายไปอีกด้านก็จะมองเห็นหัวใจทั้งสองดวง อีกด้านสลับกันอยู่อย่างนั้น ซึ่งมีความหมายว่าทุกเวลาจะมีเราเคียงข้างกันตลอดไป เธอรับของขวัญที่ห่อเสร็จแล้วเดินไปยังป้ายรถเมย์เพื่อที่จะกลับบ้าน ช่วงเวลานี้ก็มืดแล้ว ผู้เดินน้อยลง ระหว่างทางที่เดินไป ได้มีชายร่างสูงผอม เดินเข้ามาดึงกระเป๋าที่มีของขวัญและเงินอยู่ เธอต่อสู้แย่งกระเป๋า ปากก็ร้องให้คนช่วย ด้วยที่เธอเคยเรียนการต่อสู่มา เธอต่อสู้กับโจรนั้นได้อย่างสบาย แต่ทว่า เมื่อกระเป๋าตก โจรถอยหลังตั้งท่าจะหนี แต่เขาเองก็เห็นว่าเจพีกำลังก้มเก็บกระเป๋า เธอเองได้ถูกโจรผู้นั้นใช้ที่เผลอที่เธอเก็บกระเป๋าขึ้นมา ผลักเธอออกไปบนถนน รถที่วิ่งไปมาไม่สามารถเบรกทัน รถชนเข้ากับร่างเธออย่างจัง คนที่เห็นเหตุการณ์ต่างเข้ามาช่วยและจับโจรไว้ได้ รถพยาบาลก็ถูกเรียกมาทันที

               เมื่อทุกคนที่บ้านรู้ข่าวต่างพากันตกใจ รีบไปที่โรงพยาบาลทันที เจพีคิด มืดไปหมดทำไมมืดแบบนี้ละ เธอมองอะไรไม่เห็นเลย ร้องขอความช่วยเหลือก็ไม่มีเสียง แล้วทุกอย่างก็เงียบลงในความคิดของเธอ

Hanna hb.

กลับหน้าหลัก ตอนก่อนหน้า