Your Wishlist

ทะลุมิติเป็นแม่ใจโหดนักทำอาหาร (ตอนที่ 4 อ้อนวอน)

Author: TealChair แปล

หลี่เหอฮว๋าทะลุมิติกลายเป็นหญิงสาวชาวบ้าน เจ้าของร่างเดิมเป็นหญิงร่างอ้วนที่สุดแสนจะเกียจคร้าน ทั้งยังจิตใจชั่วร้าย จู่ๆ ก็ต้องกลายเป็นคนที่ทุกคนเกลียดชัง เพื่อความอยู่รอดนางจะใช้ฝีมือทำอาหารที่ได้รับการสืบทอดมาจากชาติที่แล้วทำมาหาเลี้ยงตัวเอง พร้อมๆ กับแก้ไขความสัมพันธ์แม่ลูกให้พลิกฟื้นขึ้นมาให้จงได้

จำนวนตอน : 87 ตอนจบ (แปลแบ่งย่อยเป็น 153 ตอนจบ)

ตอนที่ 4 อ้อนวอน

  • 27/06/2565

หลี่เหอฮว๋านิ่งคิดอยู่ชั่วขณะก่อนจะถามชายที่กำลังมองมาที่ตนอย่างเย็นชาอีกครั้ง “เจ้าจะทอดทิ้งข้าอย่างนั้นหรือ?”

 

แววตาของจางเถียซานฉายความประหลาดใจขึ้นมาแวบหนึ่งเมื่อได้ยินคำพูดนั้น แต่เขาก็กลับไปมีท่าทีน่าเกรงขามได้อย่างรวดเร็ว เขาหยิบหนังสือหย่าออกมาจากแขนและนำมาวางบนโต๊ะ “นี่คือหนังสือหย่าขาด ไปเก็บข้าวของของเจ้าเสีย อย่าให้ข้าต้องลากเจ้าออกไป”

 

หนังสือหย่าถูกเขียนไว้เรียบร้อยแล้ว เป็นการตัดสินใจที่จะหย่าภรรยาอย่างเด็ดขาด

 

ในขณะที่มองหนังสือหย่าบนโต๊ะ หลี่เหอฮว๋าก็ครุ่นคิดในใจว่าตนควรจะทำอย่างไรดี

 

วิธีการร้องไห้คร่ำครวญในเวลานี้คงใช้ไม่ได้ผลแน่ ยิ่งร้องไห้ก็ยิ่งทำให้ไม่ชอบใจ อีกทั้งคนอย่างนางก็ไม่สามารถทำเรื่องอย่างการร้องไห้คร่ำครวญออกมาได้ เช่นนั้นสิ่งที่ทำได้คือการใช้ไม้อ่อน ดูซิว่าจะทำให้ชายผู้นี้ใจอ่อนและล้มเลิกความคิดที่จะหย่าได้หรือไม่

 

ได้เวลาทดสอบความสามารถทางการแสดงแล้ว!  หลี่เหอฮว๋าเตรียมใจพร้อมกับหยิกเนื้อที่ต้นขาของตน หยาดน้ำตารื้นขึ้นในดวงตานางอย่างรวดเร็วจากความเจ็บที่ได้รับ ดูคล้ายกับนางกำลังจะร้องไห้ออกมา ในขณะที่น้ำตาเอ่อขึ้นมานั้น หลี่เหอฮว๋าก็พูดเสียงตะกุกตะกัก “ข้ารู้ว่าตอนนี้เจ้าเกลียดชังข้ามาก สมควรแล้วที่เจ้าเกลียดข้า เป็นความผิดของข้าเอง ข้าเคยทำตัวโง่เง่า จิตใจมืดดำจึงได้ทำเรื่องเลวร้ายขึ้นมากมาย ตอนนี้ข้าสำนึกเสียใจแล้ว ข้าไม่ขอให้เจ้ายกโทษให้ข้า แต่หากเจ้าให้โอกาสข้าได้เปลี่ยนแปลงตัวเองแล้วละก็ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็น เจ้าให้โอกาสข้าอีกสักครั้งได้หรือไม่?”

 

หลี่เหอฮว๋าเอ่ยประโยคเหล่านี้ออกมาอย่างมีจุดมุ่งหมาย ด้านหนึ่งต้องการทำให้ชายผู้นี้ใจอ่อน ไม่เร่งรีบที่จะขับไล่นางออกไป อีกทางหนึ่งเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต นางไม่ใช่เจ้าของร่างเดิม พฤติกรรมของนางต่อจากนี้จะต้องผิดแผกไปจากเจ้าของร่างเดิมอย่างแน่นอน จะให้ผู้อื่นไม่คิดสงสัยอะไรเลยคงจะเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยาก ตอนนี้นางบอกเขาไปว่าตนเองสำนึกแล้วจริงๆ ต่อไปในวันหน้านางก็มีเหตุผลที่จะอธิบายถึงนิสัยที่เปลี่ยนไปจากเจ้าของร่างเดิมแล้ว

 

คำพูดของหลี่เหอฮว๋าสร้างความประหลาดใจให้กับจางเถียซานอีกครั้ง เขาอดที่จะหันมามองนางไม่ได้

 

เพิ่งกลับมาถึงบ้านเขาก็ได้เห็นอย่างชัดแจ้งว่านางปฏิบัติต่อคนในบ้านเยี่ยงไร ดังนั้นเขาจึงตั้งใจจะกำจัดนางออกไปจากบ้านหลังนี้ทันที ทว่าทันทีที่เขาเอ่ยปาก หญิงผู้นี้ก็ทุบตีเตะต่อยเขาราวกับคนเสียสติ หลังจากถูกเขาปราบจนสงบลงได้ นางก็ทิ้งตัวลงไปร้องไห้เกลือกกลิ้งอยู่บนพื้น คนทั้งหมู่บ้านต่างพากันมาดูเรื่องสนุก เท่านั้นยังไม่พอ นางยังฉวยโอกาสตอนที่เขาเผลอไปจับตัวชูหลินมาพร้อมกับข่มขู่ว่าถ้าเขากล้าหย่าขาดกับนาง นางจะบีบคอชูหลินให้ตาย หากเขาไม่เข้าไปเอาตัวชูหลินออกมาได้ ชูหลินคงจะถูกหญิงชั่วร้ายผู้นี้บีบคอจนตายไปแล้วจริงๆ

 

เขาโกรธมากจนโยนนางออกจากบ้านพร้อมทั้งขับไล่นางทันที แต่หญิงผู้นี้กลับไร้ยางอายโดยสิ้นเชิง นางอาละวาดทุบประตูบ้านพร้อมส่งเสียงตะโกนด่าอยู่นอกบ้านตลอดทั้งคืน คนทั้งหมู่บ้านต่างไม่ได้หลับไม่ได้นอนต้องพากันมาหาเขา เขาจึงต้องยอมให้เวลานางอีกสองวันเพื่อเก็บข้าวของออกไป

 

เดิมทีคิดไว้ว่าเมื่อมาหย่านางในวันนี้นางคงจะอาละวาดสร้างปัญหาขึ้นอีกอย่างแน่นอน ไม่คาดคิดว่านางจะไม่ก่อเรื่องทั้งยังเริ่มสำนึกเสียใจ

 

แต่อย่างไรเขาได้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของหญิงผู้นี้ไปแล้ว เขาจึงไม่เชื่อถือคำพูดของนางแม้แต่น้อย ที่นางเพิ่งกล่าวเช่นนั้นก็แค่เพื่อให้เขาใจอ่อนจะได้ไม่ไล่นางไป

 

ทว่าภรรยาผู้นี้อย่างไรเขาก็ต้องหย่า ไม่เช่นนั้นเขาคงจะทำผิดต่อมารดา น้องชายและบุตรชายที่น่าสงสารของเขา

 

จางเถียซานกัดฟันสาดคำพูดที่ทำให้หลี่เหอฮว๋ารู้สึกเย็นยะเยือกขึ้นในใจว่า “หลี่เหอฮว๋า ข้าไม่สนใจว่าเจ้าจะสำนึกผิดจริงๆ หรือว่าแสร้งทำ ข้าเขียนหนังสือหย่าเรียบร้อยแล้ว เจ้าเอาไปซะ จากวันนี้ไปเจ้ากับข้าไม่มีความเกี่ยวพันกันอีกแล้ว เจ้าต้องการสิ่งใดก็เป็นเรื่องของเจ้า ไม่เกี่ยวกับข้า”

 

ในใจหลี่เหอฮว๋ารู้สึกหวาดวิตก ดูเหมือนว่าคนผู้นี้ตัดสินใจจะหย่าขาดกับนางแล้วจริงๆ แต่นางยังจากไปไม่ได้จริงๆ นางยังคิดหาหนทางใดๆ ไม่ได้เลย หลังจากออกไปจากที่นี่แล้วนางจะไปอยู่ที่ไหนได้อีกเล่า? จะให้นางออกไปเร่ร่อนอยู่บนถนนหรือ?

 

ไม่ได้ ไม่ได้ นางต้องหาหนทางอยู่ที่นี่ต่อ จะต้องผ่านความยากลำบากครั้งนี้ไปให้ได้

 

ดูเหมือนว่าแค่คำพูดของนางในตอนนี้ยังไม่เพียงพอ ชายผู้นี้ไม่เชื่อเลยว่านางจะกลับตัวได้ ต้องคิดหาหนทางอื่นอีก

 

หลังทุ่มเทความคิดลงไปก็เหลือเพียงวิธีเดียวเท่านั้น ช่างเถอะ จะรักษาหน้าไปทำไม ยามนี้การเอาตัวเองให้รอดย่อมสำคัญกว่า

 

หลี่เหอฮว๋าวางศักดิ์ศรีของตนลง นางก้าวเข้าไปจับแขนเสื้อของชายที่อยู่ตรงหน้าพร้อมกับร้องอ้อนวอนด้วยน้ำเสียงของเจ้าของร่างเดิม “เถียซาน ข้ารู้ว่าเจ้าเกลียดชังข้า หากเจ้าต้องการหย่าข้า ข้าก็ไม่กล้าโต้แย้งเจ้าหรอก ทั้งหมดเป็นความผิดของข้าเอง แต่อย่างไรพวกเราก็เป็นสามีภรรยากัน เจ้าจะมีเมตตายอมให้ข้าอยู่ที่นี่อีกสัก 2 เดือนได้หรือไม่? แค่ 2 เดือนเท่านั้น ผ่าน 2 เดือนไปแล้วข้าจะไปตามทางของข้า ถึงตอนนั้นหากข้ากลับคำ เจ้าก็จัดการกับข้าได้เลย ตกลงไหม?” ระยะเวลา 2 เดือนน่าจะเพียงพอให้นางคิดหาหนทางหาเงินและเช่าบ้านของตัวเองได้แล้ว

 

ทว่าไร้ประโยชน์ คำพูดพวกนี้ไม่มีผลต่อจางเถียซานอยู่ดี เขาสะบัดแขนออกจากมือหลี่เหอฮว๋าพลางจ้องหน้านางอย่างเย็นชา สายตาของเขาดูน่ากลัว

 

หลี่เหอฮว๋าฝืนทนรับสายตาเช่นนั้นจากเขาไว้ หลังกลืนน้ำลายลงไปนางก็เอ่ยขึ้นว่า “เถียซาน เจ้าเชื่อคำพูดข้าเถิดนะ หากข้าโกหก ขอให้ข้าไม่ตายดี! เจ้าอดทนกับข้าอีกแค่ 2 เดือนได้หรือไม่? ข้าเป็นหญิงที่ถูกหย่า ข้าไม่มีเงินเหลืออยู่เลย ข้าต้องคิดหาหนทางหาเงินเลี้ยงชีพให้ได้ก่อน เจ้าให้เวลาข้าอีก 2 เดือนเพื่อหาเงินได้หรือไม่?”

 

จางเถียซานมองสีหน้าอ้อนวอนของหญิงที่อยู่ตรงหน้าเขา ทว่าเขาไม่มีความสงสารเห็นใจนางเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามเขากลับรู้สึกรังเกียจนางยิ่งกว่าเดิม

 

เงินอย่างนั้นหรือ? หาเงินเลี้ยงชีพหรือ? เฮอะ ช่างน่าขันจริงๆ เงินที่เขาส่งกลับมาตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาล้วนถูกหญิงผู้นี้ฉกฉวยไปจนหมด คนในครอบครัวเขาไม่ได้ใช้เงินแม้แต่แดงเดียว ตอนนี้นางมาบอกเขาว่านางไม่มีเงินอย่างนั้นหรือ? เขาไม่ทวงเงินคืนจากนางก็ปรานีมากแล้ว ตอนนี้นางยังมาพูดว่านางไม่มีเงินอีก?

 

จางเถียซานยังจำได้ว่าตอนที่เขากลับมาถึงคนในครอบครัวของเขามีสภาพเช่นไร ความกรุ่นโกรธภายในใจยังไม่จางหายไป เขาอยากจะจบเรื่องกับหญิงผู้นี้ในตอนนี้เลย จะให้เขาต้องเห็นนางไปอีก 2 เดือน เขาทนไม่ได้เด็ดขาด!

 

จางเถียซานลุกขึ้นจะเดินออกไป เขาไม่อยากฟังคำพูดไร้สาระจากหญิงผู้นี้อีกต่อไป “ข้าเขียนหนังสือหย่าให้แล้ว เจ้าจะเต็มใจหรือไม่เต็มใจเจ้าก็ไม่ใช่ภรรยาของข้าอีกต่อไปแล้ว ไปเก็บข้าวของแล้วออกไปจากบ้านของข้าเดี๋ยวนี้ หากข้ากลับมาแล้วเจ้ายังอยู่ที่นี่อีกจะได้เห็นดีกัน!”

 

พอเห็นจางเถียซานกำลังจากเดินออกไป หลี่เหอฮว๋าก็ตื่นตระหนกทันที พอคิดได้ว่ามนุษย์เราต้องยืดได้หดได้ นางก็ไม่สนใจความรู้สึกอับอายกับการถูกเขาปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีกต่อไป นางเข้าไปกอดเอวของจางเถียซานไว้จนแน่นไม่ยอมปล่อย “อย่าไป ได้โปรดเถิด ได้โปรดให้ข้าอาศัยอยู่ที่นี่อีกสักพักได้หรือไม่? ข้าขอร้องเจ้า”

 

จางเถียซานซึ่งถูกนางเข้ามากอดอย่างกะทันหันตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะ แต่ในอึดใจต่อมาเขาก็พยายามจะสลัดนางออก

 

หลี่เหอฮว๋ารู้สึกว่ามือของนางกำลังจะหักอยู่แล้ว แต่นางก็ยังยืนหยัดจับตัวเขาไว้ไม่ยอมปล่อยด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี “เถียซาน หลังหย่าแล้วข้าไม่มีที่ไปจริงๆ ข้าต้องการเวลาในการจัดการเรื่องนี้ก่อน ข้าจะไม่อยู่ที่นี่นานจริงๆ นะ หรือว่าจะให้ข้าเขียนหนังสือสัญญาให้เจ้าไว้ได้หรือไม่?”

 

“เหอะ! น่าขำ! บ้านเดิมของเจ้ายิ่งใหญ่มากไม่ใช่หรือ? ชอบหนุนหลังเจ้านักไม่ใช่หรือ! ในเมื่อพวกเขารักเจ้ามากนัก เจ้าได้กลับไปอาศัยอยู่กับพวกเขาไม่ใช่เป็นเรื่องที่ดีหรอกหรือ!”

 

หลี่เหอฮว๋าตัวแข็งทื่อ นางไม่คิดว่าเจ้าของร่างเดิมยังมีครอบครัวทางบ้านเดิมอยู่ด้วยจริงๆ และดูเหมือนครอบครัวทางบ้านเดิมของนางจะทำเรื่องบางอย่างที่ทำให้ชายผู้นี้โกรธเคือง เวลานี้เขาต้องการไล่ให้นางกลับไปอยู่บ้านเดิมของตน

 

แล้วตัวนางเองอยากจะกลับไปอยู่บ้านเดิมของเจ้าของร่างเดิมหรือไม่เล่า?

 

ไม่ดี ไม่ดี ต่อให้มีบ้านเดิมให้กลับไป นางก็กลับไปไม่ได้ เหตุผลแรกคือนางไม่รู้เลยว่าบ้านเดิมของนางอยู่ที่ไหน? อีกทั้งนางก็ไม่คุ้นเคยกับคนในบ้านเดิม หากกลับไปนางอาจเผยพิรุธออกมาได้ เหตุผลที่สองดูแล้วครอบครัวเดิมไม่เหลียวแลเจ้าของร่างเดิมที่ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้เลย ไม่ว่าจะเพราะรักใคร่ไม่ใยดีในตัวนางหรือเพราะคนในครอบครัวเหล่านั้นไม่ใช่คนดีก็ตามที เหตุผลที่สามในสังคมโบราณเช่นนี้หญิงสาวที่ต้องกลับไปอยู่บ้านเดิมจะได้รับการปฏิบัติดีๆ ด้วยได้อย่างไรกัน?

 

ฉะนั้นหากไม่จำเป็นจริงๆ จะกลับไปอยู่บ้านเดิมของเจ้าของร่างเดิมไม่ได้อย่างเด็ดขาด แม้การอยู่ที่นี่จะยากลำบาก แต่อย่างน้อยสองวันที่ผ่านมานี้นางก็ได้เรียนรู้อะไรๆ ไปเยอะแล้ว ถึงชายผู้นี้จะเกลียดชังนางมาก แต่ก็เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ใช่คนไม่ดี

 

ตัดสินใจได้แล้วหลี่เหอฮว๋าก็พูดว่า “ข้าไม่กลับ หากกลับไปข้าคงไม่ได้มีชีวิตที่เป็นสุขแน่ ข้าต้องการหาที่อยู่ของตัวข้าเอง ได้โปรดให้ข้าอยู่นี่สักพักด้วยเถอะนะ”

 

เมื่อเห็นนางดื้อดึงไม่ยอมไป จางเถียซานก็ตวาดด้วยความโมโห “ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ!” จากนั้นเขาก็ออกแรงเพิ่มขึ้นทันทีจนสามารถสลัดตัวเองออกจากนางมาได้พร้อมกันนั้นก็ทำให้หลี่เหอฮว๋าล้มลงไปกองกับพื้น

 

หลี่เหอฮว๋ารู้สึกเจ็บที่บั้นท้าย ฝ่ามือของนางครูดไปกับพื้น น้ำตาเอ่อขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ชั่วขณะนี้นางไม่ใส่ใจกับความเจ็บปวดที่ได้รับเลยสักนิด ได้แต่เอ่ยอ้อนวอนอีกครั้ง “ให้ข้าอยู่ที่นี่นานอีกหน่อยเถอะนะ ข้าสัญญาว่าข้าจะเชื่อฟังไม่สร้างปัญหาให้กับเจ้า จะทำอาหารให้เจ้าและจะทำงานบ้านให้เจ้าด้วย ตกลงไหม? ข้าจะทำตามทุกอย่างที่เจ้าบอกให้ทำ เมื่อไหร่ที่หาบ้านได้แล้ว ข้าจะรีบออกไปจากที่นี่ทันที”

 

จางเถียซานแค่ต้องการจะสลัดนางให้หลุดเท่านั้น เขาไม่คิดว่าจะทำให้นางล้มลงไปกองกับพื้น แต่จะให้เขาเอ่ยปากขอโทษนางเขาทำไม่ได้ พอเขาเห็นว่าถึงนางจะร้องไห้แต่ก็ยังคงร้องอ้อนวอนเขาต่อไปก็รู้สึกกลัดกลุ้มใจ เหตุใดหญิงผู้นี้ถึงต้องอยากอยู่ที่นี่ต่อไปอีกสักพัก? หรือเป็นวิธีการยื้อเวลาไปเรื่อยๆ? แต่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็จะหย่าขาดจากนางให้ได้

 

เอาเถิด เห็นแก่ที่นางเป็นมารดาของชูหลิน เขาจะยอมให้นางอาศัยอยู่ที่นี่ไปอีกสักระยะหนึ่ง แต่ถ้าถึงตอนนั้นแล้วนางไม่ยอมจากไปอีก เขาก็จะไม่สนใจแล้วว่านางเป็นเพียงสตรีคนหนึ่ง

 

จางเถียซานสูดลมหายใจเข้าอย่างแรงก่อนจะเดินจากไปโดยไม่ได้พูดอะไร

 

หลี่เหอฮว๋ามองร่างของเขาหายลิบไปจากประตูพลางสงสัยว่าเขายอมรับปากแล้วหรือไม่

 

ไม่เป็นไร ไม่ว่าเขาจะยินยอมหรือไม่ นางก็จะอยู่ที่นี่ต่อไปชั่วคราว ต่อให้ถูกดุด่านางก็จะอดทน เมื่อใดที่นางหาเงินได้ นางก็ไม่จำเป็นต้องขอร้องผู้อื่นอย่างต่ำต้อยอีกต่อไป

 

ช่างเถอะ นางควรจะไปทำความสะอาดบ้านดีกว่า บางทีหากชายผู้นั้นเห็นบ้านสะอาดสะอ้าน เขาอาจจะอดทนกับนางได้มากขึ้นอีกนิดและไม่รีบขับไล่นางออกไปเร็วนัก

 

คิดเช่นนั้นแล้ว หลี่เหอฮว๋าก็อดทนต่อความเจ็บตามร่างกาย ขยับร่างกายที่หนักอึ้งของนางด้วยความยากลำบาก ค่อยๆ ลุกขึ้นมาหยิบไม้ซักผ้ามาแล้วเริ่มต้นซักผ้าปูที่นอน

 

หลังจากง่วนอยู่กับมันราวครึ่งชั่วยาม ที่สุดนางก็ซักผ้าปูที่นอน หมอน ผ้าเช็ดตัวและอื่นๆ จนเสร็จ ขณะที่กำลังตากผ้าอยู่ในลานบ้าน  จางเถียซานก็กลับมาอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้เขาไม่ได้กลับมาลำพัง มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งและหญิงสูงวัยอายุราว 40-50 ปีตามหลังเขามาด้วย ส่วนตัวเขากำลังอุ้มเด็กผู้ชายตัวน้อยไว้ในอ้อมแขน

 

พอเห็นหลี่เหอฮว๋ากำลังตากผ้าอยู่จางเถียซานก็เดินเข้าไปในบ้านด้วยสีหน้าบึ้งตึง  เขาทำราวกับมองไม่เห็นนางซึ่งทำให้หลี่เหอฮว๋ารู้สึกสิ้นหวังมากยิ่งขึ้นไปอีก

 

ผู้ที่เดินตามหลังจางเถียซานมาทั้งสองคนก็มองเห็นนางแล้วเช่นกัน ทันใดนั้นพวกเขาก็ชักสีหน้าบูดบึ้งขึ้นมาทันที พวกเขามองมาที่นางด้วยสายตาไม่พอใจอย่างมาก จากนั้นก็เดินตามจางเถียซานเข้าไปในบ้านโดยมีท่าทีไม่สนใจนางเช่นกัน

 

หลี่เหอฮว๋าเม้มปากแล้วทำงานของตนต่อจนเสร็จ จากนั้นก็เช็ดมือแล้วเดินตามเข้าไปในบ้าน

 

ภายในบ้านเด็กชายตัวน้อยที่จางเถียซานอุ้มกลับมาด้วยกำลังนั่งเล่นก้อนผ้ากลมๆ ก้อนเล็กๆ อยู่โดยไม่ได้หันมามองที่นางเลย ในขณะที่อีกสามคนกำลังจัดข้าวของจากสัมภาระอยู่ ดูเหมือนพวกเขาเตรียมพร้อมจะย้ายเข้ามาอยู่

 

หลี่เหอฮว๋าไม่รู้ว่าตนควรจะทำอะไรดี จะเข้าไปช่วยผู้อื่นก็คงจะไม่ยินดีเป็นแน่  แต่นางไม่สามารถจะอยู่เฉยๆ โดยไม่ทำอะไร คิดแล้วนางจึงเข้าไปในครัวเพื่อจะทำอาหาร

 

ตอนนี้เลยเวลาเที่ยงมาแล้ว พวกเขาคงจะยังไม่ได้กินอะไร นางจะทำอาหารให้ทุกคนได้กินร่วมกัน

 

แต่ว่าในครัวมีเพียงข้าวกล้องอยู่นิดหน่อยเท่านั้น ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากทำโจ๊กข้าวกล้อง

 

เมื่อเข้ามาในครัวแล้ว หลี่เหอฮว๋าก็พบว่าในห้องครัวมีถุงอาหารเพิ่มขึ้นมาอีก 2 ถุง นางเปิดถุงเพื่อดูของด้านใน ถุงหนึ่งเป็นแป้งขาว ส่วนอีกถุงเป็นข้าวชั้นดี

 

หลี่เหอฮว๋ารู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย หลังจากได้กินแต่โจ๊กข้าวกล้องมาหลายมื้อ นางก็อดจะน้ำลายไหลไม่ได้ ไม่เคยโหยหาข้าวขาวและบะหมี่มากถึงขนาดนี้เลย

 

อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ของของนาง นางไม่สามารถเอามาใช้ได้

 

หลังจากคิดตริตรองแล้วหลี่เหอฮว๋าก็เดินออกจากห้องครัว นางเจอจางเถียซานที่กำลังขนของอยู่ที่ลานบ้าน หลังจากสร้างกำลังใจให้ตนเองแล้วนางก็เรียกเขา “จางเถียซาน”

 

ทว่าจางเถียซานไม่สนใจนางเลย ไม่แม้แต่จะมองมา

 

มุมปากของหลี่เหอฮว๋ากระตุกพลางเอ่ยต่อไป “ข้าจะทำอาหารกลางวัน ข้าจะใช้แป้งขาวในครัวได้หรือไม่ ข้าอยากจะทำบะหมี่ให้ทุกคนกินเป็นมื้อกลางวัน”

 

จางเถียซานยังคงไม่สนใจนางและทำธุระของตนเองต่อไป

 

หลี่เหอฮว๋ารู้สึกผิดหวังเล็กน้อย นางหันหลังกลับเพื่อจะไปทำโจ๊กข้าวกล้องของตน

 

กลับหน้าหลัก ตอนก่อนหน้า ตอนถัดไป