*** ขออภัยค่ะ ขอเปลี่ยนชื่อ โฮวอูเสิ่นเป็นโฮวอี้เสิ่น ****
แต่ตอนนี้เธอไม่หิวสักนิด เธอไม่สามารถกลืนอะไรได้จริงๆ ศีรษะของเธอยังคงปวดตุบๆ และเธออาจอาเจียนทุกอย่างที่กินเข้าไป
“อาอู่ไม่อยากกิน” โฮวอู่ทำตัวเหมือนเด็กเอาแต่ใจในขณะที่กระพริบตาปริบๆใส่เขา
โฮวอี้เสิ่นปวดหัวขณะที่เขาบีบดั้งจมูก
ในช่วง 25 ปีที่เขามีชีวิตอยู่ เขารู้สึกว่าเขาไม่เคยเผชิญกับอะไรที่ยากเท่าสถานการณ์ปัจจุบันนี้มาก่อน
โฮวอี้เสิ่นยอมรับว่าเขาพ่ายแพ้ให้กับดวงตาลูกสุนัขของเธอ เขาถอนหายใจแผ่วเบาและทรุดนั่งลงบนเตียงอีกครั้ง “พี่ไม่ไปแล้ว”
โฮวอู่ผ่อนคลายขึ้นหลังจากที่โฮวอี้เสิ่นบอกว่าไม่ไป
เธอยังกำแขนเสื้อเขาไว้แน่น
เธอรู้สึกว่าตราบใดที่เธอจับเขาไว้ เธอไม่ต้องกลัวอะไร
ตอนนี้ร่างกายของโฮวอู่อ่อนแอมาก เธอนอนลงบนเตียงนุ่มเหมือนปุยฝ้ายและหลับไปอย่างรวดเร็วหลังจากนั้นไม่นาน
บางทีอาจเป็นเพราะเธอรู้ว่าโฮวอี้เสิ่นยังนั่งอยู่ข้างเธอ ครั้งนี้เธอจึงไม่ฝันร้าย
กลับกัน ภายในฝันของเธอสงบสุขอย่างน่าประหลาด
เธอฝันถึงช่วงเวลาความสุขที่สุดในชีวิต
พ่อแม่ของเธอเสียชีวิตไปนานแล้ว เธออาศัยอยู่กับย่าในชนบท
ชีวิตในชนบทนั้นเรียบง่ายและสภาพแวดล้อมก็สวยงาม ผู้คนที่อาศัยอยู่ในชนบทมีความซื่อสัตย์และขยันขันแข็ง
เมื่อไม่ได้ไปเรียน เธอก็ออกไปวิ่งเล่นข้างนอก เล่นว่าวหรือไม่ก็จับปลากับเพื่อน
มีกิจกรรมสนุก ๆให้ทำตลอดทั้งสี่ฤดูกาล
ช่วงเวลานั้นในชีวิตของเธอมีความสุขที่สุดที่เธอเคยมีมาในช่วงเวลา 24 ปีสั้นๆ ที่เธอมีชีวิตอยู่
เป็นเพราะคุณย่าของเธอยังมีชีวิตอยู่ และเธอก็มีเพื่อนที่ดีมากมาย
ความฝันอันอ่อนหวาน
ความฝันของเธอเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะที่ไร้กังวลและมีความสุขท่ามกลางผองเพื่อน
โฮวอี้เสิ่นค่อยๆดึงมือของเขาออกจากมือของโฮวอู่เมื่อเธอหลับไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นเขาก็เดินออกจากห้องไปอย่างเงียบ ๆ
หลังจากปิดประตู เขาก็หยิบมือถือออกมาโทรหาผู้ช่วย “ฉันต้องการรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับน้องสาวของฉันก่อนหน้านี้ ตั้งแต่เธอเกิดจนถึงตอนนี้ ฉันต้องการให้นายสืบทุกอย่างให้ละเอียด ได้ข้อมูลแล้วเอามาให้ฉันที่ทำงาน”
คนที่อยู่อีกด้านหนึ่งของโทรศัพท์รีบตอบว่า “ครับ คุณชาย”
โฮวอี้เสิ่นเปลี่ยนเป็นเย็นชาหลังจากคุยโทรศัพท์
แม้ว่าตระกูลโฮวจะมีอำนาจมากจนไม่หวั่นต่อการสั่นคลอน แต่ตระกูลที่ทรงอำนาจย่อมดึงดูดศัตรูอยู่เนืองๆ
ไม่ทราบว่ามีกี่คนที่จับตาดูตระกูลโฮว และพยายามวางแผนสร้างความหายนะให้พวกเขา
ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ที่เขากลับมาที่จีน หลายคนเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว
โฮวอี้เสิ่นครุ่นคิดถึงการแสดงออกที่ผิดปกติของโฮวอู่เมื่อเร็ว ๆ นี้ และอดไม่ได้ที่จะคิดว่ามีใครบางคนกำลังสร้างปัญหาให้กับเธอ
คิดได้เช่นนั้นเขาก็โทรหาคนผู้หนึ่ง
ครั้งนี้เขารอสายนานกว่าสายแรก มีหลายแง่มุมที่เขาจำเป็นต้องพิจารณา
หลังจากที่เขาให้คำแนะนำเสร็จแล้ว พายุที่โหมกระหน่ำภายใต้ดวงตาของโฮวอี้เสิ่นก็สงบลงและกลับมาเป็นปกติ
เมื่อโฮวอู่ตื่น โฮวอู่เสิ่นก็นั่งอยู่ข้างเตียงเธอพร้อมแล็ปท็อปในมือ
ไม่มีไฟในห้องดังนั้นห้องจึงมืดเล็กน้อย แสงสลัวส่องบนแล็ปท็อปสีเงินซึ่งสะท้อนให้เห็นใบหน้าที่คมคายของโฮวอี้เสิ่น การสะท้อนของแสงสีเงินจากแล็ปท็อปทำให้เขาดูอ่อนโยนขึ้นหลายส่วนและให้ความรู้สึกคลุมเครือ