Your Wishlist

โปรแกรมเมอร์ธรรมดา (กลับไปโลกนั้น)

Author: เพื่อนคนหนึ่ง

ย้อนเวลาเปลี่ยนชีวิต จากโปรแกรมเมอร์และนักธุรกิจหมื่นล้าน กลายเป็นเด็กนักเรียนยากจนธรรมดา ในต่างโลก เขาเริ่มต้นชีวิตใหม่ พยายามไม่ใช้ชีวิตผิดพลาดเหมือนโลกที่เคยจากมา และสร้างความมั่งคั่งร่ำรวยอีกครั้ง

จำนวนตอน :

กลับไปโลกนั้น

  • 01/06/2565

หลังเลิกเรียน และส่งลู่เสว่ฉีกลับบ้านแล้ว

 

วันนี้หม่ากั๋วหมิงไม่ได้ซ้อมกีฬา เพราะว่าเขาต้องการมาตรวจสอบแฟลตฟอร์มของเขา เมื่อตรวจเช็คดู ก็ตรวจพบวีดีโอผิดกฏอยู่หลายคลิปเหมือนกัน ที่ถูกหมิงหมิงลบทิ้งออกไป และหลายคลิปก็ถูกรายงานขึ้นมาแล้วหมิงหมิงลบออกไป ในการรายงานนั้นหม่ากั๋วหมิง ก็ตั้งบอทเอาไว้ว่าเมื่อมีคนรายงานสามคน ให้หมิงหมิงตรวจสอบดู หากเข้าข่ายก็ลบทันที หรือหากไม่แน่ใจก็ปิดกั้นการมองเห็นไว้ก่อน แล้วเขาค่อยมาตรวจสอบดูอีกทีแล้วค่อยสั่งลบ

 

ตอนนี้ยูเซอร์มีประมาณสี่แสนกว่าคน และยังมีอัตราเติบโตที่รวดเร็ว การใช้งานตอนนี้อยู่ที่สองแสนคน เท่ากับสองในสี่ของยูเซอร์ ส่วนที่เหลือก็คือใช้งานต่างช่วงเวลากัน ส่วนใหญ่จะใช้งานหลังเลิกงานหรือหลังเลิกเรียน 

 

เพลงเพื่อนโต๊ะข้างๆ ได้รับการตอบรับค่อนข้างดี เมื่อเขาโพสต์โฆษณาในแฟลตฟอร์มช่วงเวลา ตอนนี้ยอดวิวสามแสนกว่าวิวแล้ว ส่วนยอดดาวน์โหลดอยู่ที่สามหมื่นกว่า อีกไม่นานก็คงได้หลักแสน อย่าลืมว่ามันเป็นเพียงการบันทึกการแสดงสด ไม่ได้บันทึกในห้องบันทึกเสียง แต่นี่เป็นเพียงแค่อาทิตย์เดียวเท่านั้น คาดว่าเมื่อครบเดือน ก็จะมียอดเพิ่มขึ้น…

 

ที่น่าตกใจก็คือนิยายเรื่องปิศาจพลิกฟ้าที่ยอดวิวและยอดติดตาม น้อยนิดจนน่าใจหาย แค่หลักร้อยคน คิดว่าคงไม่ตรงกลุ่มเป้าหมายเท่าไหร่นัก ช่วงนี้เขาฮิตนิยายวายกัน สงสัยว่าเขาต้องหานิยายเรื่องใหม่มาลง เอาเป็นว่าจบแค่เล่มสาม ภาคแรกแล้วไม่ลงต่อก็แล้วกัน

 

 

ตอนเวลากินข้าวเย็น หม่ากั๋วเทาก็ได้บอกกับคนที่บ้านว่าได้เช่าตึกในเมืองเอาไว้แล้ว มันอยู่ติดกับร้านหนังสือหมื่นอักษร ซึ่งเป็นร้านหนังสือที่มีสาขาทั่วประเทศ ด้านข้างก็เป็นฟิตเนส และร้านอาหาร ส่วนกิจการเดิมนั้นเป็นร้านเช่าวีดีโอซีดี วีซีดี ที่พึ่งเจ๊งไป 

 

มันเป็นร้านสองคูหาหน้ากว้างคูหาละห้าเมตร มี 4 ชั้น 2 ชั้นล่างดำเนินกิจการ 2 ชั้นบนใช้พักอาศัยได้ 

 

เนื่องจากมันเป็นร้านเช่าซีดีมาก่อน ดังนั้นต้องรื้อชั้นวางออกก่อนแล้วค่อยปรับแต่งเป็นสำนักงานแล้วซื้อโต๊ะ เก้าอี้ เดินสายไฟและซื้อคอมพิวเตอร์

 

"พ่อว่าจะเข้าตัวจังหวัดพรุ่งนี้ เพื่อไปดูโต๊ะคอมพิวเตอร์และคอมพิวเตอร์" หม่ากั๋วเทาเอ่ย

 

"พรุ่งนี้ตอนเย็นได้หรือเปล่าคะ" หม่าจือฉุนเอ่ยออกมา

 

หม่ากั๋วเทาก็หันมายิ้มให้ คาดว่าลูกสาวคงจะอยากไปด้วย ตอนนี้ที่บ้านมีรถยนต์แล้ว การขับเข้าเมืองก็ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงก็ถึงแล้ว และอยากกลับตอนไหนก็กลับได้ ไม่ต้องรอรถโดยสาร

 

"พ่อ ผมก็อยากไปด้วยเหมือนกัน ผมอยากไปดูคอมพิวเตอร์" หม่ากั๋วหมิงเอ่ย จริงๆคอมพิวเตอร์ชุดนี้ เขาอยากจะสั่งอะไหล่มาประกอบเอง เพื่อจะได้ลดต้นทุน และคงจะดีกว่า หากซื้อเป็นคอมพิวเตอร์โน็ตบุ๊ค เพื่อที่ว่า หากเปิดเทอมแล้ว จะให้โน็ตบุ๊คพวกนั้นให้เพื่อนนำไปทำงานจากที่บ้าน ถือว่าเป็นสวัสดิการของพนักงานรุ่นแรก อีกทั้งยังเป็นเพื่อนเรียนมัธยมปลายด้วยกัน นับว่าไม่เสียหลายอะไร 

 

จางซินอวี่ ผู้เป็นแม่ไม่มีความคิดเห็น เพราะหากไปกันหมดเธอก็ต้องไปด้วยอยู่แล้ว 

 

เมื่อคุยเนื้อหาหลักไปแล้ว ทุกคนก็กินข้าวกันต่อ ระหว่างนี้ก็เปิดทีวีดูไปด้วย ตอนนี้กำลังมีโฆษณา การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่ลอนดอน ซึ่งจะจัดในเดือนกรกฏาคม ที่ตรงกับเดือนสอบเกาเข่าพอดี และยังมีเวลาเหลืออยู่ประมาณหกเดือน

 

เมื่อกินข้าวเสร็จ หม่ากั๋วหมิงมองออกไปนอกหน้าต่าง มีหิมะโปรยปรายลงมา หิมะเริ่มตกแล้ว เขาลืมไปเลยว่าช่วงนี้อยู่ในหน้าหนาว คงเพราะปกติเล่นกีฬาและเขามีพลังธาตุไฟ จึงรู้สึกไม่ค่อยหนาวเท่าไหร่นัก 

 

 

หลังจากตรวจสอบแฟลตฟอร์ม และตรวจสอบวีดีโอจากหลังบ้านแล้วนั้น ก็ปล่อยวางเอาไว้ก่อน เขานั่งสมาธิแล้วถอดจิตเข้าไปในพื้นที่มิติของเขา ตัดเอาเหอโสว่อูที่เป็นหัวใหญ่หลายพันปีออกมาในหนึ่งสาม แล้วนำออกมา และนำเหอโสว่อูหัวลูกหัวหลานของมันออกมาอีกหลายหัว ให้ลูกบอลหยกเขียวดูดซับพลัง กลืนกินมันเข้าไป ทำให้ลูกบอลหยกเขียวมีพลังธาตุไม้ที่แข็งแกร่งมากกว่าเดิม เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่มีตัวเลขที่แน่นอนในการวัดประสิทธิภาพ ก็เลยไม่รู้ว่ามันอยู่ในระดับอะไร

 

หม่ากั๋วหมิงถอดจิตเพื่อเข้าสู่ ร่างชายอ้วนจากอีกโลก แล้วออกไปตรงประตูมิติข้ามไปโลกนั้น 

 

ที่นี่กลับกลายเป็นกลางวัน และไม่ใช่ฤดูหนาว แต่เป็นหน้าฝน และด้านนอกนั้นฝนก็กำลังตกอยู่พอดี

 

หม่ากั๋วหมิงในร่างชายอ้วน สำรวจร่างกายตัวเองอีกครั้ง โดยประมาณ ร่างกายนี้มีไขมันมากกว่ากล้ามเนื้อ สูง 175 และหนัก 105 มีไขมันตรงพุงและรอบเอวค่อนข้างเยอะ กล้ามแขนกล้ามขาไม่ค่อยมี มีแต่เนื้อกับไขมัน คาดว่าคงไม่ค่อยออกกำลังกาย

 

เขาสำรวจดูข้อมูลเบื้องต้นของร่างนี้ จากเอกสารในกระเป๋าตังค์ ทั้งบัตรประชาชนและนามบัตร พบว่าชายอ้วนผู้นี้ชื่อตู้หลิงเฟิง เป็นประธานของหลิงต๋ากรุ๊ป และมีนิสัยคล้ายๆกับหม่ากั๋วหมิงในโลกก่อน คือค่อนข้างเจ้าชู้และใช้เงินเก่ง หาเงินไม่ค่อยเป็น คาดว่าแม้มีเงินเป็นภูเขา แต่อีกไม่นานก็คงหมด

 

เมื่อหม่ากั๋วหมิงออกมาจากห้อง ก็มีคนยืนเฝ้าอยู่หน้าประตู เป็นบอดี้การ์ดสองคน แต่ไม่ใช่สองคนเมื่อคืน ทั้งสองทำความเคารพหม่ากั๋วหมิง และเดินตามเขาออกมา เมื่อเดินลงมาด้านล่าง ก็มีคนอีกสี่คน ที่เป็นบอดี้การ์ด มีคนเยอะขนาดนี้ คาดว่าชายอ้วนผู้นี้ คงไปก่อเรื่องเอาไว้ไม่น้อย แล้วกลัวคนมาล้างแค้น ก็เลยจ้างบอดี้การ์ดเยอะก็เป็นไปได้

 

"ท่านประธานตู้" ชายคนหนึ่งก้มศีรษะทักทายหม่ากั๋วหมิง ชายผู้นี้คือลู่สวินเป็นผู้ช่วยของตู้หลิงเฟิง 

 

"นี่คือเลขาคนใหม่ของท่านประธาน ที่ท่านบอกให้หาครับ" ลู่สวินผายมือไปที่สตรีนางหนึ่ง รูปร่างหน้าตาจัดได้ว่างดงามและหุ่นดี แต่ว่าใส่กางเกงไม่ได้ใส่กระโปรง และใส่เสื้อยืดธรรมดา แล้วใส่เสื้อโค๊ทอีกตัวสวมทับไว้ การแต่งกายไม่ค่อยคล้ายเลขาที่เขาเคยเจอมาก่อนหน้านี้เท่าไหร่นัก คล้ายพวกบอดี้การ์ดมากกว่า

 

"เอ่อ เป็นคนที่คุณนายส่งมาครับ" ลู่สวินรู้สึกทำหน้าไม่ถูกอยู่บ้าง

 

"สวัสดีค่ะท่านประธานตู้ ฉันชื่อหลี่มู่จื่อ ฉันจะเป็นเลขาคุณนับจากนี้ไป ดิฉันจะทำตามทุกอย่างที่ท่านประธานสั่ง และยินดีรับใช้ทุกเมื่อ" หลี่มู่จื่อแนะนำตัวเองแล้วยื่นมือออกมา หม่ากั๋วหมิงก็จับมือของเธอ แล้วผายมือเชิญเธอนั่งตรงโซฟา

 

หม่ากั๋วหมิงทำหน้าแปลกใจอยู่วูบหนึ่ง ไม่รู้ว่าคุณนายที่เขาพูดถึงนั้น คือภรรยาของตู้หลิงเฟิงหรือว่ามารดาของตู้หลิงเฟิงกันแน่ เขาจึงทำแค่เพียงพยักหน้ารับ และเชิญเธอนั่งที่โซฟาเท่านั้น เขาก็นั่งลงด้วยเหมือนกัน บนโต๊ะนั้นมีแท็บเลตอยู่เครื่องนึ่ง ตามหลักแล้วมันน่าจะเอาไว้อ่านหนังสือพิมพ์ เขาจึงหยิบมันขึ้นมาอ่าน และก็มีแม่บ้านนำกาแฟมาเสริฟ… 

กลับหน้าหลัก ตอนก่อนหน้า ตอนถัดไป