Your Wishlist

ลิขิตรัก มัดหัวใจนายมาเฟีย (เธอมีสิทธิ์ปฏิเสธฉันด้วยหรอ)

Author: My_Aink

เพราะพี่ชายเธอที่แย่งคนรักของเขาไป​ เขาจึงแก้แค้นด้วยการจับเธอมาทรมาน​ในคฤหาสน์​ของเขา​ แต่สุดท้ายเขากลับหลงรักเธอเองซะงั้น​ แล้วความรักระหว่างสองคนจะลงเอยยังไง​ จบแบบไหน

จำนวนตอน :

เธอมีสิทธิ์ปฏิเสธฉันด้วยหรอ

  • 12/04/2564

บทที่ 5 เธอมีสิทธิ์ปฏิเสธฉันด้วยหรอ

          “ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ นายจะพาฉันไปไหนอ่า” ฉันยังคงร้องโวยวายไม่หยุด แต่เขาก็ยังลากฉันไม่หยุดเหมือนกัน

          เขาพาฉันเดินมาเรื่อยๆจนถึงสวนดอกกุหลาบ โห สวยจัง มีดอกกุหลาบนาๆพันธุ์หลากสีสันเต็มไปหมดทั้งภูเขา ฉันหยุดโวยวายทันที ที่แท้จะพาฉันมาชมสวนกุหลาบ บอกกันดีๆก็ได้ ไม่เห็นต้องทำดุและลากมาแบบนี้เลย

          “ที่นี่ของนายหรอ”ฉันถามเขาด้วยความตื่นเต้น

          “อืม” เขาตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่อยากจะเชื่อเลย คนแบบเค้าเนี่ยนะปลูกดอกกุหลาบ

          “แสด” เค้าตะโกนเรียกใครบางคน

          “ครับนาย” เสียงคนงานลูกร่างท้วมตอบรับ

          “จอบ” เค้าตะโกนบอกบางอย่างกับคนที่ชื่อแสบ

          แล้วสักพักนายแสบก็ถือจอบมาให้ยื่นเขา “นี่ครับนาย” อย่าบอกนะว่า

          “อ่า ถางหญ้าแปลงนี้ ไม่เสร็จไม่ต้องพัก” เค้ายื่นจอบมาให้ฉันด้วยสีหน้ายียวน

           “อะไรนะ” ฉันอุทานออกมา นี่เขาจะให้ฉันถางหญ้ากุหลาบนี่จริงๆหรอ กุหลาบตั้งแปลงนึงไม่ใช่น้อยๆ แล้วชุดที่ฉันใส่มาอีก กางเกงขาสั้นกับสายเดี่ยว ตายๆ ร้อนก็ร้อน ฉันก็อุส่าดีใจคิดว่าจะพาฉันมาชมสวนกุหลาบ ที่ไหนได้ พามาใช้แรงงาน

          “แล้วถ้าฉันไม่ทำล่ะ” ฉันถามเค้าด้วยความยียวนเพราะอยากยั่วโมโหเขา แต่ฉันรู้อยู่แล้วว่ายังไงฉันก็คงต้องทำ หนีไม่พ้น

          “เธอมีสิทธิ์ปฏิเสธฉันด้วยหรอ” เค้าตอบทำหน้ายียวน

          “แต่เสื้อผ้าฉัน” ฉันก้มมองเสื้อผ้าตัวเอง “หนามกุหลาบมันจะไม่ข่วนฉันเอาหรอ” ฉันทำหน้าตาน่าสงสาร

          “นั่นมันก็เรื่องของเธอ เพราะฉันเตือนเธอแล้ว” เขาทำหน้ายียวนและยิ้มมุมปากก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้ฉันถือจอบยืนตากแดดอย่างงงๆ

          “แล้วทำไมไม่บอกเล่าว่าจะให้ฉันมาทำอะไรแบบนี้อ่า” ฉันตะโกนไล่หลังด้วยความโมโห

           ฉันเริ่มลงมือถางหญ้า และถามกับตัวเองว่า แล้วทำไมฉันต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วย แล้วถ้าเรื่องที่เค้าเล่าเป็นความจริง ก็แสดงว่าพี่สตางค์ พี่ชายฉันเป็นมาเฟียงั้นหรอ แล้วพี่สตางค์ก็มาแย่งพี่หลินไปจากเค้า แล้วพี่สตางค์ก็ขืนใจพี่หลิน เค้าจึงโกรธแค้นพี่สตางค์ แล้วมาแก้แค้นที่เราแทน แต่เอ๊ะ พี่หลินก็รักพี่สตางค์นี่นา แล้วตานั้นมาบอกว่าพี่สตางค์ข่มขืนพี่หลิน แต่ถ้าตานั่นโกหก แล้วเค้าจะรู้จักชื่อพี่สาตางค์ รู้จักพี่หลิน และรู้ว่าฉันเป็นน้องสาวของพี่สตางค์ได้ไงอ่า หรือตานั่นจะแอบไปสืบข้อมูลส่วนตัวของเรา แต่ก็ไม่น่าจะเอามาล้อเล่นกันแบบนี้ หรือที่เค้าพูดมันจะเป็นความจริง แล้วถ้าเกิดว่าเป็นความจริง แล้วพี่หลินจะรักพี่สตางค์ได้ยังไง สรุปใครโกหกกันแน่ ยิ่งคิดก็ยิ่งงง ยิ่งสับสน

          “กลับแล้วหรอคะ” ฉันถามป้าผู้หญิงคนหนึ่งที่อายุประมาณวัยกลางคนที่กำลังเดินผ่านจะกลับบ้าน แต่…

          “….” ไม่มีเสียงตอบกลับ ผู้หญิงคนนั้นเดินผ่านไปราวกับว่าฉันเป็นธาตุอากาศ

          “กลับแล้วหรอคะลุง” ฉันถามลุงคนสวนอีกคน แต่ก็ได้รับคำตอบเหมือนเดิม คือทำเหมือนเค้าไม่ได้ยินสิ่งที่ฉันถามและมองไม่เห็นฉัน

          ฉันถางหญ้าไปเรื่อยๆจนอากาศมันเย็นลง คนสวนก็ทยอยกลับกันหมดแล้ว แต่แปลกที่ไม่มีใครยอมคุยกับฉันเลย หรือเป็นเพราะว่านายเพทายสั่งไม่ให้ใครคุยกับฉัน นี่มันจะมากเกินไปแล้วนะ เอาฉันมาใช้แรงงานโดยที่ไม่ให้ข้าวฉันกินยังไม่พอ ยังสั่งไม่ให้ใครคุยกับฉันอีก

           ฉันถางหญ้าไปเรื่อยๆจนท้องฟ้าเริ่มมืดแต่ฉันก็ยังถางไม่เสร็จ หิวก็หิวข้าว วันนี้ทั้งวันยังไม่มีข้าวตกลงถึงท้องสักเม็ด

           “คุณหนูสไปรท์คะ กลับไปพักผ่อนก่อนเถอะค่ะ” มีป้าคนหนึ่งเดินมาหาฉันและบอกให้ฉันไปพักผ่อน นี่คงจะเป็นคนแรกและคนเดียวสินะ ที่ยอมคุยกับฉัน ที่ไม่เกรงกลัวคำสั่งของนายเพทาย เค้าเป็นใครกัน แต่เรียกฉันว่าคุณหนูด้วย ก็คงจะเป็นแม่บ้านล่ะมั้ง

          “ไม่ได้หรอกค่ะ เดี๋ยวเจ้านายป้าโกรธหนูอีก เพิ่มงานให้หนูนี่หนูทำไม่ไหวหรอกนะคะ งานแค่นี้หนูยังแทบลมจับเลย” ฉันพูดทีเล่นทีจริงกับป้าแก

           “งั้นกลับไปกินอะไรลองท้องก่อนมั้ยคะ เดี๋ยวจะเป็นลมเป็นแล้งเอา” ป้าคนเดิมยังพยายามเรียกให้ฉันกลับบ้าน

           ไอหิว หนูก็หิวนะ แต่หนูก็ไม่อยากทำให้ป้าเดือดร้อน งานแค่นี้หนูไหว

           “ป้ากลับไปก่อนเถอะค่ะ หนูไม่อยากทำให้ป้าเดือดร้อน ขอบคุณมากนะคะ” ฉันยิ้มให้ป้าแก

           “คุณหนูเพทาย จริงๆแล้วเค้าไม่ใช่คนใจร้ายอะไรหรอกนะคะ คุณหนูออกจะอ่อนโยนด้วยซ้ำ ป้าอยากให้คุณหนูสไปรท์เปิดใจให้คุณหนูของป้า แล้วคุณหนูสไปรท์จะรู้ว่าคุณหนูของป้าจริงๆแล้วเป็นคนจิตใจดีค่ะ” ป้าพูดชมสรรพคุณความดีของอีตาเพทายให้ฉันรับรู้ แต่ฉันไม่อยากจะรับรู้เลย เพราะเท่าที่ฉันรู้คืออีตานี่ใจร้ายใจดำชอบรังแกผู้หญิง ว่าแต่ป้าคนนี้คือใครกันทำไมถึงรู้จักอีตาเพทายดีจัง

           “เอ่อ หนูขอถามหน่อยได้มั้ยคะ ป้ารู้ได้ไงคะ ว่าอีตานั่นเป็นคนแบบไหน” ฉันถามกระซิบ

           “ป้าอ่าเลี้ยงคุณหนูเพทายมาตั้งแต่ตอนยังเล็กๆค่ะ จริงๆแล้วคุณหนูเป็นคนจิตใจดีนะคะ แต่ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์เมื่อ2ปีก่อน คุณหนูก็เลยกลัวการมีความรักและปิดตัวเอง ไม่ยอมแสดงความรู้สึกออกมาอีก”ป้าตอบ ออที่แท้ก็แม่นมนี่เอง แล้วป้าพูดแบบนี้หมายความว่าไง จะให้ฉันรักษาแผลใจให้อีตานี่หรอ

           “แล้วป้าชื่อะไรหรอคะ”ฉันถามชื่อของป้า เพราะคุยกันมาตั้งนานยังไม่รู้จักชื่อแซ่กันเลย

             “ป้าชื่อป้าน้อยค่ะ คุณหนูสไปรท์กลับไปพักผ่อนเถอะนะคะ เดี๋ยวคุณหนูเพทายกลับมาแล้วเค้าจะว่าป้าเอานะคะ” ป้าน้อยยังคงพยายามบอกให้ฉันกลับ แต่ถ้าฉันกลับโดยที่ไม่ใช่คำสั่งของอีตานั่น เดี๋ยวฉันก็จะโดนลงโทษและป้าน้อยก็คงจะเดือดร้อน

          “ป้าน้อยกลับก่อนเถอะ ถ้าเค้าเป็นคนดีแบบที่ป้าพูดจริงๆ ป้าเลี้ยงเค้ามาตั้งแต่เด็ก เค้าไม่ว่าป้าหรอกค่ะ เค้าสั่งหนูว่าให้ทำให้เสร็จ หนูก็ต้องทำให้เสร็จค่ะ ถ้ายังไม่เสร็จแล้วหนูกลับก่อน เดี๋ยวเค้าจะโกรธเอา และป้าก็จะเดือดร้อนด้วยนะคะ” ฉันพยายามบอกให้ป้าน้อยกลับก่อน

           “งั้นป้ากลับก่อนนะคะ คุณหนูสไปรท์อย่าหักโหมนะคะ หิวข้าวก็กลับมากินข้าวที่บ้านนะคะ”ป้าน้อยพูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินจากไป

           ทีนี้ก็เหลือฉันคนเดียวถ่ามกลางสวนกุหลาบหลายสิบไร่กับความมืดที่เงียบสงัด มันช่างวังเวงและน่ากลัวอะไรขนาดนี้

หิวก็หิวข้าว เพิ่งเข้าใจอาการที่เขาว่า หิวจนตาลายมันเป็นแบบนี้นี่เอง จู่ๆมันก็รู้สึกเวียนหัว เหมือนจะวูบ แล้วสติของฉันก็วูบดับลง

 

 

Phethy talk

          เพราะผมงานยุ่งจึงลืมว่าให้ยัยตัวแสบไปทำสวน พอกลับถึงบ้านก็มืดแล้ว

          “สไปรท์ล่ะ” ผมถามลูกน้องคนนึงที่ยืนอยู่

          “ยังไม่กลับจากสวนเลยครับ” ชายคนนั้นตอบ

          “แล้วทำไมไม่ไปตามกันล่ะ ไม่เห็นรึไงว่ามืดแล้ว ต้องรอให้สั่งทุกอย่างเลยรึไง” ผมตวาดด้วยความโมโห ทำไมไม่มใครสนใจยัยตัวแสบเลย ถ้าเกิดเป็นอะไรขึ้นมาจะทำยังไง ยัยตัวแสบนะยัยตัวแสบ ก็รู้ว่าดึกแล้วทำไมถึงไม่ยอมกลับบ้าน

 

กลับหน้าหลัก ตอนก่อนหน้า ตอนถัดไป