เราสองคนกอดจูบนัวเนียตรงประตูห้อง ร่างอ้อนแอ้นของโบกี้บิดส่ายไปมาอยู่ในอ้อมกอดของผม เธอส่งเสียงครางมีความสุขออกมาไม่หยุด ร่างของเธอกระตุกสะท้านทุกครั้งที่ผมตะปบมือลงไปขยำยิ่งทวีความหื่นกามขึ้นเรื่อย
เราสองคนกอดจูบนัวเนียตรงประตูห้อง ร่างอ้อนแอ้นของโบกี้บิดส่ายไปมาอยู่ในอ้อมกอดของผม เธอส่งเสียงครางมีความสุขออกมาไม่หยุด ร่างของเธอกระตุกสะท้านทุกครั้งที่ผมตะปบมือลงไปขยำยิ่งทวีความหื่นกามขึ้นเรื่อย
"ทุกอย่างจริงเหรอ"
ผมถามแบบยิ้ม ๆ พร้อมกับกวาดสายตามองหน้าตาสวยน่ารัก และเรือนร่างขาวเนียนในชุดนักเรียนมัธยมปลายของน้องแอล ขอสารภาพว่าแรกสุดผมแค่อยากเอาคืนเธอ และอยากแกล้งไอ้โป้งมันสักหน่อย จากนั้นผมจะปล่อยเธอไป เพราะว่าผมไม่ค่อยชอบนิสัยของเธอ และผมก็มีนัดกับแป้งไว้แล้ว แต่ตอนนี้ผมชักจะเริ่มเกิดความคิดไขว้เขวขึ้นมา เพราะน้องแอลเธอสวยน่ารักน่าฟัดจริง ๆ ถ้าไม่ติดเรื่องนิสัยที่ผมรับไม่ได้ เธอคงจะเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์ไม่แพ้โบกี้เลยทีเดียว
"... ค่ะ"
แอลตอบพลางมองหน้าผมแล้วหน้าแดงก่ำ เธอก้มหน้างุดแสดงความเขินอายตามบทบาทที่ผมมอบให้ ไอ้โป้งยิ่งมาก็ยิ่งแสดงสีหน้ามึนงงจนผมเกือบหัวเราะพรวดออกมา ผมรู้สึกเหมือนกำลังจะกลั้นเสียงหัวเราะไว้ไม่ไหว เลยรีบตัดบทขยับตัวเดินไปโอบไหล่น้องแอลแล้วพาเธอเดินหนีออกมาจากไอ้โป้ง
ความจริงแล้วผมก็อยากจะแสดงละครอวดไอ้โป้งอีกหน่อย แต่เพิ่งนึกได้ว่าไอ้โป้งมันมีกล้องอยู่เต็มตัว ถ้าเผื่อทำอะไรมากไปเดี๋ยวมันจะมีหลักฐานมาเล่นงานผม ผมเลยตัดสินใจหนีห่างออกมาก่อน เพื่อความปลอดภัยเป็นหลัก
พอเดินห่างออกมาได้สำเร็จ ผมก็เริ่มรู้สึกได้ถึงความนุ่มนิ่มกับกลิ่นหอมของน้องแอล นักเรียนมัธยมปลายคนสวยกอดแนบเข้าหาผมมากขึ้นทีละน้อย จนเป้ากางเกงของผมคับแน่นอึดอัด ยังดีที่ตอนนี้ฟ้าเริ่มมืดแล้ว และด้านหลังมหาวิทยาลัยก็ไม่ได้สว่างในทุกพื้นที่ ต่อให้มีคนเห็นว่าเราเดินกอดกัน แต่ก็ไม่น่าจะดูออกว่าใครเป็นใคร แต่ที่ย่ำแย่ก็คือน้องแอลกำลังทำให้ผมรู้สึกอัดอั้นอยากปลดปล่อยอารมณ์ออกมาเต็มที่แล้ว และปัญหาก็คือเราไม่มีที่ลง แถมผมยังมีนัดกับน้องแป้งในอีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงข้างหน้าด้วย
"แอล บ้านอยู่แถวนี้เหรอ ไปคุยกันที่บ้านแอลได้หรือเปล่า"
"ค่ะ แต่ที่บ้านพ่อกับแม่อยู่ มีคนใช้อีกหลายคน คงไปไม่ได้"
"แล้วแอลพอจะรู้จักที่ไหนเงียบ ๆ ที่เราพอจะไปคุยกันได้บ้างหรือเปล่าล่ะ"
"... ไม่รู้เลยค่ะ"
"เอ๊ะ เดี๋ยวนะ ถ้าแอลกลับบ้านดึก จะโดนที่บ้านว่าหรือเปล่า"
"แอลอยู่ข้างนอกได้อีกครึ่งชั่วโมงค่ะ แล้วก็ต้องรีบกลับบ้าน ไม่งั้นพ่อกับแม่จะตามหา"
ผมฟังแล้วก็นิ่งไปเงียบไปพักใหญ่ ตอนนี้ผมเริ่มอยากแกล้งน้องแอลเต็มที่แล้ว แต่ว่าเธอไม่ใช่เด็กมหาวิทยาลัยที่มีอิสระเหมือนโบกี้กับแป้ง และผมก็ยังไม่อยากหาเรื่องเสี่ยงคุกเสี่ยงตาราง ถึงเธอจะอายุสิบแปดแล้ว แต่ก็ยังเป็นเด็กนักเรียนมัธยมปลายอยู่ด้วยอีกต่างหาก
นอกจากนี้เวลาของเราสองคนก็ยังมีน้อย นัดกับแป้งนั้นผมอาจจะพอเลื่อนไปก่อนได้ แต่ว่าน้องแอลน่าจะต้องกลับบ้านตรงเวลา และเวลาที่เหลืออีกแค่ครึ่งชั่วโมงคงไม่พอให้เดินทางไปหาห้องเงียบ ๆ คุยกัน ยกเว้นก็แต่ถ้าผมสามารถหาสถานที่แถวนี้ได้ก็พอจะไหว
ทันใดนั้นความคิดอันบ้าบิ่นอย่างหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัว ความจริงแล้วผมมีห้องที่พอใช้ได้อยู่ห้องหนึ่ง เพียงแต่มันออกจะเสี่ยงและไม่ค่อยเหมาะสมสักเท่าไหร่ แต่ว่าห้องนี้เรียกได้ว่าเหมาะมาก เพราะอยู่ใกล้เดินแค่หน่อยเดียวก็ถึง ถ้าไปห้องนี้ผมจะสามารถพาน้องแอลไปทำอะไรกันแบบรีบ ๆ ได้ แล้วก็สามารถพาเธอส่งกลับบ้านได้ทันเวลา
มองในแง่นี้แล้วห้องนี้มีความเหมาะสมมากที่สุด แต่ปัญหาก็คือห้องที่ว่านี่คือห้องพักของแป้ง ก่อนนี้เธอได้ให้กุญแจห้องผมไว้ และบอกว่าผมมาหาเธอได้ตลอดเวลา
ปัญหาก็คืออีตรงนี้ล่ะครับ ถึงผมกับแป้งจะตกลงแอบคบหากันเป็นกิ๊กแบบลับ ๆ แต่ถ้าผมพาผู้หญิงคนอื่นไปห้องของแป้ง เธอจะโกรธผมมากขนาดไหน และตอนนี้ผมก็เพิ่งใช้พลังของแว่นไป ผมจึงไม่สามารถใช้ทำอะไรกับแป้งได้อีก
ผมคิดจะยกธงยอมแพ้ปล่อยเนื้อกวางอ่อนหอมหวานอย่างน้อยแอลไปก่อน แล้วค่อยไปหาเธอวันหลัง แต่พอมองดูหน้าอ้อน ๆ กับหุ่นน่าฟัดของน้องแอลในชุดนักเรียนมัธยมปลาย ความหื่นก็ทำให้ผมไม่อยากเสียโอกาสนี้ไป แต่พอคิดย้อนเรื่องความเสี่ยงอีกทีผมก็หัวหมุนทำตัวไม่ถูก
ช่วยผมเลือกหน่อยเถอะครับว่าผมควรทำแบบไหนดี แบบแรกคือปล่อยน้องแอลไปก่อน ผมจะขอเบอร์โทรติดต่อ และใส่ความทรงจำอะไรบางอย่างให้น้องแอล แล้วค่อยนัดเจอกันอีกทีวันอื่น แบบนี้จะปลอดภัยที่สุด แบบที่สองก็คือลองเสี่ยงพาน้องแอลไปห้องของแป้งแล้วจัดการให้หนำใจ จากนั้นก็หาข้ออ้างทำให้แป้งกลับห้องช้าสักหน่อยเรื่องก็จะไปได้สวย ... แล้วถ้าเป็นคุณล่ะ คุณจะเลือกแบบไหน
เนื่องจากเวลาและสถานที่ไม่เอื้ออำนวย ผมเลยได้แต่ต้องตัดใจอ้าปากคายเนื้อกวางน้อยแสนหวานอย่างน้องแอลออกไปก่อน ข้อจำกัดเรื่องเวลาที่น้องแอลต้องกลับบ้านในอีกครึ่งชั่วโมงค่อนข้างบีบคั้นทำอะไรไม่สะดวก จะให้ผมพาน้องแอลไปห้องของแป้งที่อยู่ใกล้ ๆ ผมก็ยังรู้สึกใจไม่ด้านพอ และกลัวจะมีปัญหากับแป้ง ผมเลยตัดสินใจปล่อยน้องแอลให้รอดพ้นชะตากรรมเสียสาวไปก่อนชั่วคราวทั้งที่ไม่เต็มใจเท่าไหร่
ตอนนี้ผมกำลังนั่งอยู่ในร้านอาหารซึ่งอยู่ไม่ไกลจากร้านกาแฟสักเท่าไหร่ เดินมาแค่ประมาณห้าหรือหกนาทีก็ถึง เป็นไปอย่างที่ผมแอบคาดเอาไว้ ก่อนนี้ช่วงที่เราเดินด้วยกัน มีแต่หนุ่ม ๆ คอยแอบมองน้องแอลกันยกใหญ่ ผมเองก็แอบมองหน้ามองนมของเธอเหมือนกัน เพราะนอกจากเธอจะสวยน่ารักแล้ว เธอยังมีออร่าคุณหนูอยู่รอบตัวด้วย ท่วงท่าการเดินการวางไม้วางมือมันดูมีลักษณะเฉพาะอยู่ เรียกได้ว่าถ้าไม่มองที่นิสัยเหยียดชนชั้นของเธอแล้วล่ะก็ น้องแอลก็นางฟ้าชัด ๆ เลย
ถึงจะยังอยู่ ม. 6 แต่น้องแอลอายุสิบแปดแล้ว อีกไม่กี่เดือนก็จะกลายเป็นสาวมหาวิทยาลัย ร่างกายของเธอกำลังผลิบาน สัดส่วนเลยดูล้นไม้ล้นมือพอสมควร ผมไม่แปลกใจเลยที่ไอ้โป้งมันจะแอบถ่ายรูปน้องแอลมากมาย มันเองก็คงจะคลั่งไคล้น้องแอลมากทีเดียว ตอนคุยกันมันบอกผมว่ามันแอบถ่ายรูปสาวมาเยอะ แต่น้องแอลเนี่ยเป็นหนึ่งในสิบสาวที่มันอยากฟันที่สุด และโบกี้ของผมก็ติดหนึ่งในสิบด้วย
กรณีนี้ผมเห็นด้วยกับไอ้โป้ง ตอนนี้น้องแอลก็สวยน่ารักมากแล้ว อีกสักสองสามปีผมว่าเธอน่าจะเทียบชั้นกับโบกี้ได้สบาย ผมเองก็มองน้องแอลจนเพลิน ยิ่งมองหัวใจก็ยิ่งเต้นแรง อารมณ์ยิ่งพุ่งจนเป้ากางเกงคับแน่นตัวงอแทบเดินต่อไม่ไหว ความรู้สึกตอนนี้คืออยากกอดฟัดเนื้อนุ่มนิ่มของเธอเอามาก ๆ แต่ผมก็ต้องคอยอดทนอดกลั้นเอาไว้ก่อน
ผมเลือกร้านอาหารที่คนไม่ค่อยเยอะ และบรรยากาศเป็นส่วนตัวสักหน่อย พอได้ที่นั่งซึ่งอับสายตาคนพอสมควร ผมก็ให้น้องแอลนั่งข้างผม แล้วผมก็เริ่มพูดคุยถามไถ่ข้อมูล เช่นพวกโทรศัพท์มือถือ ความชอบส่วนตัว รวมถึงเริ่มสอดแทรกใส่ความทรงจำบางอย่างให้เธอไปพลาง
ถ้าจำกันได้ แว่นวิเศษของผมหากพ้นสิบสองชั่วโมงไปแล้วก็จะหมดพลังการควบคุม หากต้องการควบควบคุมใหม่ก็ต้องใช้ใหม่อีกรอบ แต่ว่าในช่วงสิบสองชั่วโมงนี้ ผมสามารถใส่ความทรงจำให้น้องแอลได้เท่าที่อยากจะใส่ และผมก็กำลังใช้ความได้เปรียบในส่วนนี้ตระเตรียมหนทางให้ตัวเองอย่างเต็มที่ เผื่อเจอกันรอบหน้าจะได้ทางสะดวก
"น้องแอลตัวหอมจัง"
หลังจากใส่คำความทรงจำปลอมแปลงได้พอสมควรก็ถึงเวลาที่ผมรอคอย ผมมองซ้ายมองขวาตรวจความปลอดภัยอีกรอบ พอไม่เห็นใคร ผมก็พูดชมเธอพร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มเธอฟอดใหญ่ แก้มของคุณหนูคนนี้หอมแล้วก็นุ่มมาก ผิวพรรณก็ดีสมแล้วกับที่เป็นลูกคุณหนู พอผมหอมแก้มเธอ น้องแอลก็สั่นสะท้านก้มหน้าด้วยท่าทางเขินอาย
"... พี่หนุ่มคะ ... เดี๋ยวคนอื่นเห็นเข้า"
เธอร้องห้ามผมเบา ๆ ตอนที่ผมเริ่มโอบไหล่ล้วงมือลอดใต้ราวแขนแล้วลูบสัมผัสที่ด้านข้างลำตัวแถวหน้าอกของเธอ แน่นอนว่าเธอไม่ได้แสดงท่าทีต่อต้านอะไร เพราะว่าสำหรับเธอแล้วตอนนี้ผมคือผู้ชายคนที่เธอรักที่สุด
"ไม่เป็นอะไรหรอก ตอนนี้ไม่มีใครเห็น"
ผมกระซิบบอกเธอแล้วเริ่มล้วงมือซ้ายไปบีบขยำหน้าอกขนาดพอดีมือของเธอ สัมผัสของเธอมันนุ่มนิ่มเต่งตึงจนผมเสียววูบ ด้านน้องแอลเองก็ตัวสั่นสะท้านหลับตาปี๋ เธอเม้มปากส่งเสียงหอบกระเส่าออกมา มือขวาของเธอบีบขยำลงไปบนหน้าขาของผม ในขณะที่มือข้างซ้ายนั้นเกาะกุมบีบอยู่บนข้อมือข้างซ้ายของผม