เราสองคนกอดจูบนัวเนียตรงประตูห้อง ร่างอ้อนแอ้นของโบกี้บิดส่ายไปมาอยู่ในอ้อมกอดของผม เธอส่งเสียงครางมีความสุขออกมาไม่หยุด ร่างของเธอกระตุกสะท้านทุกครั้งที่ผมตะปบมือลงไปขยำยิ่งทวีความหื่นกามขึ้นเรื่อย
เราสองคนกอดจูบนัวเนียตรงประตูห้อง ร่างอ้อนแอ้นของโบกี้บิดส่ายไปมาอยู่ในอ้อมกอดของผม เธอส่งเสียงครางมีความสุขออกมาไม่หยุด ร่างของเธอกระตุกสะท้านทุกครั้งที่ผมตะปบมือลงไปขยำยิ่งทวีความหื่นกามขึ้นเรื่อย
ไอ้โป้งมันเข้าไปพูดอะไรผมได้ยินไม่ถนัดเท่าไหร่ ได้ยินแค่ประมาณว่าชวนเที่ยวอะไรแนวนั้น แต่ยิ่งมันพูดผมก็เห็นสีหน้าของน้องแอลยิ่งเย็นชากว่าเดิม เพื่อน ๆ ของน้องแอลเองก็เริ่มหยุดหัวเราะแล้วขมวดคิ้วหงุดหงิด ผมเห็นบรรยากาศมาคุไม่ค่อยดีเลยเริ่มมีความคิดจะขอชิ่งไปก่อน แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไรก็เกิดเรื่องขึ้นมาก่อนเสียแล้ว
"พวกสวะโรคจิตไม่เจียมตัว"
น้องแอลพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาดังพอจนผมได้ยิน แถมเธอไม่พูดเปล่า เธอหยิบเอาแก้วน้ำสาดน้ำใส่ไอ้โป้งแบบเต็ม ๆ จนตัวมันเปียกชุ่ม ผมถึงกับอ้าปากค้างไม่อยากเชื่อว่าเด็กสาวหน้าสวยใสแบบน้องแอลจะหาญกล้าทำอะไรแบบนี้ ไอ้โป้งเองก็คงคาดไม่ถึง มันยืนอึ้งหน้าซีดทำอะไรไม่ถูก พวกเพื่อนของแอลก็เริ่มพากันหัวเราะเยาะใส่ไอ้โป้งกันยกใหญ่
ไอ้โป้งหน้าเสียรีบถอนตัวมานั่งที่เดิม ผมกระพริบตาปริบ ๆ นั่งดูไอ้โป้งมันหยิบกระดาษไปเช็ดเนื้อเช็ดตัว บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าผมรู้สึกสงสารหรือว่าสมน้ำหน้ามันแน่ พอคิดอีกหน่อยผมก็รู้สึกสมน้ำหน้ามันส่วนหนึ่ง แต่อีกด้านก็รู้สึกว่าน้องแอลคนสวยออกจะทำอะไรรุนแรงเกินไปสักหน่อย
ผมนั่งนิ่งจะปลอบใจมันก็รู้สึกไม่สนิทพอ แต่จะให้ขอชิ่งไปตอนนี้เลยผมก็รู้สึกว่าทำไม่ลง แอบสงสารมันนิดหน่อย ผมเลยอดทนนั่งเป็นเพื่อนไอ้โป้งมันไปก่อนกะว่าอีกสักพักค่อยชิ่ง แต่ดูเหมือนว่าความซวยของไอ้โป้งมันจะเริ่มเผื่อแผ่มาถึงผมด้วย เพราะนั่งได้แวบเดียวน้องแอลที่สวยเหมือนตุ๊กตาน้ำแข็งก็เดินตีหน้านิ่งมาหาเราสองคน ในมือของเธอมีแก้วน้ำอยู่หนึ่งแก้ว
"ออกไปได้แล้ว เห็นแล้วขัดหูขัดตา"
น้องแอลพูดเสียงเย็นชาพร้อมกับมองไอ้โป้งเขม็ง ไอ้โป้งเหมือนจะหงอพอควร มันอ้าปากเหมือนจะแย้ง แต่แล้วมันก็หุบปากแล้วก้มหน้าเก็บของใส่กระเป๋าทำท่าเหมือนจะออกไปตามคำสั่งของน้องแอล ตอนนี้ผมเลยนั่งนิ่งกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ผมรู้สึกว่าน้องแอลชักจะเล่นแรงเกินควรไปสักหน่อยแล้ว
"นายก็ด้วย เศษสวะเหมือนกัน ออกจากร้านไปได้แล้ว ที่นี่ไม่ต้อนรับพวกนาย"
พอผมนั่งนิ่ง น้องแอลก็หันมามองผมด้วยสายตาเย็นชากว่าเดิม เธอออกปากไล่ผมเหมือนหมูเหมือนหมา ผมเลยรู้สึกโกรธหันขวับไปมองเธอด้วยสีหน้าไม่พอใจ น้องแอลเองก็ขมวดคิ้วมองผมนิ่ง ดูเธอมั่นใจมากว่าผมต้องยอม ประมาณว่าพ่อแม่ใหญ่โตอะไรประมาณนั้น ซึ่งถ้าหากเป็นก่อนหน้านี้ ผมก็คงจะยอมอยู่หรอก ไม่อยากหาเรื่อง แต่ว่านาทีนี้ผมมีแว่นที่สามารถจัดการสถานการณ์ได้ ผมเลยรู้สึกปลอดภัยและไม่เห็นเหตุผลว่าจะต้องยอมให้เธอ
ผมจ้องหน้าเขม็งใส่น้องแอล เธอคงจะนึกไม่ถึงว่าผมจะไม่ยอมถอยให้ แววตาของเธอเริ่มสับสนเล็กน้อย แต่ครู่เดียวก็จ้องเขม็งมองใส่ผม มือของเธอที่ถือแก้วน้ำอยู่ทำท่าจะขยับสาดน้ำใส่ผม ผมเตรียมตัวไว้ล่วงหน้าแล้ว เลยรีบยกมือขึ้นกดปุ่มเล็ก ๆ บนกรอบแว่น เสียงกริ๊กเบา ๆ ดังพอให้ผมได้ยินคนเดียว พร้อมกันนั้นแสงสีขาวก็สว่างวาบขึ้นมาแวบหนึ่งจนน้องแอลหยุดชะงักไป
มือข้างขวาของเธอที่กำลังทำท่าจะสาดน้ำใส่ผมหยุดชะงักไป เพื่อนของเธอที่นั่งดูอยู่ห่าง ๆ ก็นั่งเงียบเหมือนกับไอ้โป้ง ดูเหมือนทุกคนจะกำลังสงสัยว่าทำไมน้องแอลถึงทำท่าจะสาดน้ำแต่ไม่ลงมือสาด และดูเหมือนว่าจะไม่มีใครเลยสักคนที่สังเกตเห็นแสงสว่างจากแว่น นอกจากผมกับน้องแอล และแน่นอนว่าไม่มีใครสักคนที่รู้ว่าตอนนี้น้องแอลตกอยู่ภายใต้การควบคุมของผมแล้ว
บรรยากาศภายในร้านกลายเป็นเงียบกันไปหมด ผมมองหน้าน้องแอลเขม็งพร้อมกับคิดสั่งการในสิ่งที่ผมอยากให้เธอทำ น้องแอลมองหน้าผมแล้วกระพริบตาปริบ ๆ เหมือนสับสน จากนั้นเธอจึงค่อยกลับไปตีสีหน้าเย็นชาเหมือนเดิมตามที่ผมสั่งให้เธอทำ
น้องแอลคนสวยไม่พูดอะไรอีก เธอเบือนหน้าหลบสายตาของผมแล้วเดินกลับไปนั่งที่เดิมโดยไม่พูดอะไรอีก ถึงแม้จะอยู่ภายใต้การควบคุมของผม แต่ท่าทางของเธอยังเป็นเธอคนเดิม เพราะผมต้องการให้เป็นแบบนั้น ผมสั่งให้เธอเป็นเหมือนเดิม แต่ไม่พลาดที่จะเพิ่มคำสั่งเงื่อนไขอะไรบางอย่างเข้าไปด้วยสักหน่อย
ตอนนี้ไอ้โป้งที่ยังตัวเปียกชุ่มหันไปมองทางน้องแอลสลับกันหันมามองผมเหมือนไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง เพื่อน ๆ ของน้องแอลอีกสามคนก็มองน้องแอลสลับกับมองผมด้วยสายตาแบบเดียวกัน ส่วนน้องแอลหลังจากกลับไปนั่งที่เดิม เธอก็ยังทำหน้าเย็นชาเหมือนเจ้าหญิงน้ำแข็งเหมือนเดิม แต่เธอจะคอยแอบชำเลืองผมแบบเนียน ๆ เป็นระยะ
"กลับล่ะนะไอ้โป้ง มีธุระที่อื่นอีก"
ผมนั่งอีกครู่เดียวก็พูดลาไอ้โป้ง ผมไม่ได้หันมองไปทางน้องแอลเลยสักแวบ เพราะว่าผมตั้งใจสร้างภาพว่าผมกำลังโกรธไม่พอใจน้องแอล ซึ่งถ้าเป็นตอนปกติน้องแอลคงไม่สนหรอกว่าผมจะโกรธอะไรเธอ แต่ว่าตอนนี้เธอตกอยู่ใต้การควบคุมของผม และผมก็ได้วางแผนบางอย่างเอาไว้แล้ว
"เดี๋ยว ๆ ไอ้หนุ่ม กูกลับด้วย"
พอผมลุกขึ้นไอ้โป้งก็รีบเก็บของลุกขึ้นตามด้วยท่าทีมึนงง ดุเหมือนว่ามันจะยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ผมเดาถูกว่ามันจะต้องออกไปพร้อมกับผม เพราะว่ามันคงไม่อยากนั่งอยู่ในบรรยากาศอึมครึมกับเพื่อน ๆ ของน้องแอลแน่ ๆ
ผมเดินออกจากร้านกาแฟโดยไม่ได้พูดอะไร ไอ้โป้งคอยมองผมด้วยสายตาที่แปลกไป ดูเหมือนว่ามันจะนึกไม่ถึงว่าผมจะกล้าท้าทายน้องแอล ตอนนี้มันเลยมองผมด้วยสายตาที่ดีขึ้น แต่ว่ายังหรอก ผมยังมีอะไรที่จะอวดให้ไอ้โป้งมันตื่นตะลึงอยู่อีกหน่อย
"เดี๋ยวค่ะ"
พอพวกเราเดินออกมาได้สักพัก ก็มีเสียงหวานใสน่ารักเรียกมาจากด้านหลัง ผมแอบยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะหันไปมอง เจ้าของเสียงเรียกที่ว่าก็คือน้องแอลนักเรียนมัธยมปลายคนสวย เธอหยุดยืนมองผมแล้วก้มหน้าแสดงท่าทางเขินอายออกมา ไอ้โป้งที่ยืนอยู่ข้างผมถึงกับอ้าปากค้างหันหน้ามามองผมสลับกับน้องแอล
น้องแอลยืนเงียบไม่ได้พูดอะไร แต่ไอ้โป้งก็ไม่น่าจะโง่จนเดาไม่ออก ผมสั่งให้น้องแอลวิ่งตามผมมาข้างนอก และสั่งให้เธอแสดงความเขินไม่กล้าสบตากับผม ท่าทางแบบนี้ถ้าให้ผู้ชายแปลความ ก็แปลได้อย่างเดียวว่าน้องแอลคงจะเผลอตกหลุมรักผมเข้าแล้ว
ผมยืนนิ่งมองน้องแอลแวบหนึ่ง แล้วค่อยตีสีหน้าทำท่าเหมือนยังโกรธเธออยู่ ทั้งที่ในใจกำลังหัวเราะกับท่าทางตกใจของไอ้โป้ง
"มีอะไรหรือเปล่า"
"... คือ ... หนูขอโทษนะคะพี่ หนูแสดงท่าทางไม่ค่อยเหมาะสม ทั้งที่เราเพิ่งเจอกัน พี่ก็ไม่ได้ทำอะไรไม่ดีกับหนูเลยด้วยซ้ำ หนูขอโทษนะคะพี่ ขอโทษจริง ๆ"
"อืม ไม่เป็นอะไรหรอก ถือว่าจบเรื่องกัน แค่นี้นะครับ พอดีผมมีธุระต้องรีบไปทำ"
ผมแสร้งทำเป็นพูดตัดบทแบบเย็นชา แล้วผมก็หมุนตัวทำท่าจะเดินหนีไปโดยไม่สนใจเธอ และแน่นอนว่าผมไม่ลืมที่จะแอบสังเกตท่าทางตกใจจนเกือบอ้าปากค้างของไอ้โป้ง มันคงคิดไม่ถึงหรอกว่าแอลจะตามมาขอโทษผม และมันน่าจะยิ่งคิดไม่ถึงเรื่องที่ผมทำท่าเหมือนไม่สนใจน้องแอลสุดสวยคนนี้
"เดี๋ยว เดี๋ยวค่ะ ... คือ ... ฟังแอลก่อนนะคะพี่ ขอร้อง"
น้องแอลส่งเสียงร้องห้ามอีกครั้งพร้อมกับยื่นมือนุ่มนิ่มมาจับแขนผมไว้ ผมชะงักและหันหน้าไปมองพยายามตีหน้านิ่ง ตอนนี้น้องแอลเกาะแขนผมแน่น หน้าสวยเหมือนตุ๊กตาน้ำแข็งของเธอทำท่าเหมือนจะร้องไห้ออกมา ผมเลยใจหายวูบ เพราะไม่นึกว่าเธอจะแสดงได้สมบทบาทจนผมรู้สึกผิดขนาดนี้
ขนาดผมเองยังตกใจ แล้วไอ้โป้งที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวจะเหลือเหรอครับ ตอนนี้มันยืนทำหน้าเหวอเหมือนกำลังแตกตื่นสุดชีวิตยิ่งกว่าเห็นผี ยิ่งเห็นน้องแอลเกาะแขนผมแน่นและทำท่าจะร้องไห้ ปากของมันก็ยิ่งอ้ากว้างจนแมลงวันบินทั้งฝูงบินผ่านเข้าออกได้สักสิบรอบ
"... เดี๋ยวนะครับน้องแอล เราไม่เคยเจอกันมาก่อนใช่หรือเปล่า น้องแอลก็แค่พูดจาไม่ดีใส่พี่ครั้งเดียว แล้วพี่ก็ยกโทษให้แล้ว ทำไมน้องต้องทำท่าตกใจอะไรขนาดนั้น"
"คือ ... พี่ ... พี่ชื่ออะไรคะ"
"ชื่อหนุ่มครับ"
"... พี่หนุ่ม ... คือ แอลรู้สึกผิด แล้วก็อยากจะเชยให้พี่น่ะค่ะ จะให้แอลทำยังไงก็ได้ ขอแค่พี่ยอมยกโทษให้ แอลยอมทำให้ทุกอย่างเลย"