Your Wishlist

แว่นตา​วิเศษ​ (พา​โบกี้​และแป้งไปเที่ยว​)

Author: xxx555

เราสองคนกอดจูบนัวเนียตรงประตูห้อง ร่างอ้อนแอ้นของโบกี้บิดส่ายไปมาอยู่ในอ้อมกอดของผม เธอส่งเสียงครางมีความสุขออกมาไม่หยุด ร่างของเธอกระตุกสะท้านทุกครั้งที่ผมตะปบมือลงไปขยำยิ่งทวีความหื่นกามขึ้นเรื่อย

จำนวนตอน :

พา​โบกี้​และแป้งไปเที่ยว​

  • 07/03/2569

ผมใส่เสื้อผ้านักศึกษาที่ใส่มาเมื่อวาน มันยับยู่ยี่และเหม็นเหงื่ออยู่สักหน่อย แต่ผมต้องใส่มันไปก่อนเพราะไม่มีตัวเลือก ในหัวของผมตอนนี้กำลังคิดเรื่องเร่งเวลา

 

    ถ้าจะให้กลับบ้านไปเตรียมข้าวของก็คงไม่ทันแล้ว แต่ยังดีที่ผมมีเสื้อผ้าสำรองติดรถเอาไว้สองสามชุด ผมเลยคิดว่าคงไม่มีปัญหาถ้าผมจะเปลี่ยนไปใส่ชุดสำรอง แล้วก็ขับรถออกจากหอพักของแป้งไปที่คอนโดของโบกี้เลย ซึ่งน่าจะทันเวลาพอดีแบบฉิวเฉียด

 

    "ชักอยากไปด้วยแล้วซิ หนุ่มอยากให้เราไปเที่ยวน้ำตกด้วยกันหรือเปล่าล่ะ เราจะได้ช่วยเชียร์หนุ่มกับโบให้ แต่ถ้าไม่ไปก็ได้นะ โบอาจจะกล้าแสดงความในใจออกมามากกว่าถ้าได้อยู่กับหนุ่มสองต่อสอง เราว่าโบน่าจะอยากไปกับหนุ่มสองต่อสองมากกว่า แต่ถ้าเราไปด้วยก็คงไม่มีปัญหาอะไร"

 

    พอผมแต่งตัวเรียบร้อยแล้วไปลาแป้ง เธอก็ขยับมากอดผมเอาไว้จนแน่น เธอพูดกระซิบที่ข้างหูจนผมขนลุกวูบ ผมมองหน้าแป้งแล้วก็ครุ่นคิด ที่แป้งพูดก็มีเหตุผล ถ้าผมไปกับโบกี้แบบสองต่อสองตามที่วางแผนเอาไว้ตั้งแต่แรก โบกี้ที่ไม่ค่อยแสดงความรู้สึกน่าจะกล้าแสดงออกมาให้ผมรู้ แต่ถ้ามีแป้งซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของโบกี้คอยสนับสนุน ก็ไม่แน่ว่าจะดีหรือร้าย

 

            ผมควรจะเลือกทางไหนดี ระหว่างไปเที่ยวกับโบกี้แบบสองต่อสอง หรือชวนแป้งไปด้วยพร้อมกันสามคน

 

   วันนี้ผมรู้สึกเหมือนฝันไป ใครจะนึกว่าผู้ชายธรรมดาแบบผมจะกำลังขับรถพาโบกี้นางฟ้าแสนสวยไปเที่ยวต่างจังหวัด ถึงจะไม่ใช่ในฐานะแฟนแบบเป็นทางการแต่ก็เป็นความสัมพันธ์ที่มากกว่าเพื่อน ตอนนี้โบกี้กำลังนั่งอยู่ข้างผม แถมที่ด้านหลังยังมีแป้งสาวสวยอันดับสองของคณะนั่งอยู่ด้วยอีกคน และที่สำคัญผมกับแป้งก็เพิ่งจะตกลงกันว่าจะแอบเป็นกิ๊กกันแบบเงียบ ๆ ไม่ให้ใครรู้

 

        แค่ได้คบกับโบกี้ ผู้ชายทุกคนคงจะอิจฉาผมจะแย่แล้ว แต่นี่ถ้ารู้ว่าผมได้ฟาดแป้งไปด้วยอีกคน สงสัยพวกมันจะอกแตกกันแน่ถ้าได้รู้ว่าผมจัดการสาวสวยอันดับหนึ่งและสองไปแล้ว

 

        "พ่อแม่หนุ่มทำอาชีพอะไรน่ะ ท่าทางจะรวยนะ เพิ่งรู้ว่าหนุ่มขับรถหรูแบบนี้ หนุ่มบ้านรวยหรือเปล่า"

 

        แป้งซึ่งเป็นคนคุยเก่งส่งเสียงพลางโน้มตัวมาตรงพื้นที่ตรงกลางระหว่างผมกับโบกี้ ผมมองแป้งผ่านทางกระจกมองหลังแล้วใจเต้นเล็กน้อย เพราะว่าเธอโน้มตัวจนคอเสื้อที่ค่อนข้างเว้าลึกเปิดออกให้เห็นยกทรง ซึ่งผมคิดว่าแป้งน่าจะเจตนาให้ผมเห็นแบบเนียน ๆ และยังดีทีโบกี้เหมือนจะไม่ทันสังเกตเห็นเรื่องนี่เข้า

 

        วันนี้แป้งใส่เสื้อยืดรัดรูปคอเว้าสีขาวจนเกือบเห็นร่องนม ชายเสื้อด้านล่างลอยขึ้นมาสักหน่อยจนเห็นสะดือ ส่วนด้านล่างของเธอเป็นกระโปรงสั้นสีดำจนเห็นขาขาว ๆ ตามแฟชั่นวัยรุ่น ถึงจะเรียกว่าแต่งตัวยั่วไม่ได้ แต่ก็ถือว่าใกล้เคียง ผู้ชายคนไหนเห็นแล้วไม่แอบมองคงต้องผิดปกติแน่ ขนาดผมเห็นตอนแรกยังรู้สึกอยากจับเธอเธอถลกกระโปรงเลยด้วยซ้ำ

 

        ส่วนโบกี้ที่นั่งอยู่ข้างผมก็แต่งตัวอวดความสวยได้ไม่แพ้กัน โดยรวมแล้วแป้งจะเปิดเผยเนื้อตัวมากกว่าสักหน่อย แต่โบกี้จะสวยน่ารักกว่าแป้ง คะแนนทั้งคู่เลยดูใกล้กัน

 

        วันนี้โบกี้ใส่เสื้อยืดสีฟ้าที่ปิดมิดชิดกว่าเสื้อของแป้งสักหน่อย ส่วนด้านล่างเป็นกางเกงขาสั้นสีดำจนเห็นท่อนขาขาวบาดใจได้เต็มตา ผมเลยรู้สึกเหมือนไม่ค่อยมีสมาธิขับรถสักเท่าไหร่ เพราะต้องคอยแอบมองขาขาว ๆ ของโบกี้ กับนมของแป้งเป็นระยะ

 

 

 

        "พ่อกับแม่เป็นนักวิจัยน่ะ ไม่ค่อยได้อยู่บ้านหรอก เดินทางไปต่างประเทศกันบ่อย ๆ ไปทีก็ไปหลายเดือน"

 

        ผมตอบแบบพยายามหลีกเลี่ยงเรื่องฐานะทางการเงิน ผมไม่ค่อยอยากจะโม้เท่าไหร่ว่าที่บ้านผมถือว่ารวยมากทีเดียว เพียงแต่จะไม่ค่อยมีฐานะทางสังคมมีหน้ามีตาสักเท่าไหร่ ไม่งั้นพ่อคงไม่มีปัญญาให้รถคันหรูมาให้ผมใช้ตอนเรียน

 

        "ท่าทางพ่อแม่จะเก่งนะ มิน่าล่ะหนุ่มเลยฉลาด แบบนี้ถ้าได้แต่งเข้าบ้านคงได้เที่ยวต่างประเทศบ่อย ๆ โบเองก็อยากเที่ยวนี่นา เข้าทางเลย รีบให้หนุ่มขอแต่งงานได้แล้ว"

 

        แป้งยิ้มให้ผมแล้วหันไปพูดหยอกโบกี้ที่แสดงท่าทางสนใจคำตอบของผมพอสมควร โบกี้ซึ่งพูดน้อยกว่าแป้งสักหน่อยหันมามองค้อนแป้งแต่ไม่ได้ว่าอะไรมาก วันนี้แป้งทำตัวเป็นแม่สื่อแม่ชักอย่างเห็นได้ชัด เรียกได้ว่ามีจังหวะเมื่อไหร่แป้งจะเชียร์ผมจนออกนอกหน้าเลยทีเดียว

 

        "ถ้าชอบขนาดนั้นแป้งก็แต่งงานกับหนุ่มเลยซิ"

 

        "พูดจริงป่าว ถ้าแกไม่เอา ชั้นขอนะ หนุ่มน่ารักดี รวยด้วย ชอบอ่ะ แบบนี้แหละเสปคเลย"

 

        "ตามใจแกซิ"

 

        โบกี้พูดหยอกใส่แป้งแบบขำ ๆ แป้งเองก็รับมุกหยอกกันไปหยอกกันมา ตั้งแต่นั่งรถมาจากกรุงเทพ แป้งและโบกี้แสดงให้ผมเห็นถึงความสนิทสนมกลมเกลียว พวกเธอพูดคุยหยอกล้อหัวเราะยิ้มให้เกือบตลอดเวลา โดยที่ส่วนใหญ่แล้วแป้งจะเป็นคนหยอดและโบกี้เป็นคนรับ

 

         อ๊ะ ลืมเล่าให้ฟังเลย ก่อนหน้าที่ผมจะไปรับโบกี้มาเที่ยว ผมตกลงว่าจะให้แป้งไปด้วย แป้งเลยส่งข้อความไปบอกโบกี้ว่าจะขอไปด้วย แต่ผมกับแป้งไม่ได้ไปพร้อมกันหรอกนะ เพราะว่าจะน่าสงสัยเกินไป และแป้งเองก็ยังไม่ได้จัดเตรียมสัมภาระด้วย

 

        พอแป้งส่งข้อความบอกโบกี้ ผมก็ลงไปที่รถจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วขับออกไปรับโบกี้ที่คอนโดของเธอ เมื่อผมไปถึงแบบทันเวลานัดฉิวเฉียด โบกี้ก็บอกว่าจะมีเพื่อนอีกคนไปด้วย รบกวนให้ผมวนไปรับหน่อย แน่นอนว่าเพื่อนคนนั้นย่อมเป็นใครไปไม่ได้นอกจากแป้ง

 

        ผมทำเป็นไม่รู้เรื่องรู้ราว รับโบกี้ แล้วขับวนกลับไปที่หอพักของแป้ง พอเจอหน้าแป้งเธอก็แสดงท่าทีแนบเนียนเหมือนเมื่อคืนเราไม่ได้เจอกัน แป้งพูดขอโทษผมที่แอบทดสอบลองใจก่อนหน้านี้ โบกี้เองก็ช่วยขอโทษผมด้วย โบกี้ไม่รู้สักนิดว่าผมกับแป้งน่ะมีอะไรกันไปถึงไหนแล้ว และแน่นอนว่าผมแค่แสดงท่าทีเหมือนงง ๆ เพื่อความแนบเนียน

 

        พอเคลียร์เรื่องนี้จบ พวกเราก็นั่งรถออกจากกรุงเทพกันสามคน ผมขับไปตามทางหลวงหมายเลขหนึ่ง ผ่านรังสิตแวะจอดที่ปั๊มน้ำมันให้สองสาวแวะเข้าห้องน้ำกับซื้อขนมของขบเคี้ยวครู่หนึ่ง แล้วผมก็ขับรถผ่านอยุธยา ไปจนถึงสระบุรี ตลอดเส้นทางผมไม่เหงาเลย เพราะมีนางฟ้าแสนสวยสองคนคอยคุยด้วย

 

        แป้งเป็นคนคุยเก่งอยู่แล้วตามธรรมชาติ โบกี้อาจจะไม่ถึงขั้นคุยเก่งแต่ก็ถือว่าชอบคุยพอสมควร ถึงผมจะคุยไม่ค่อยเก่งโดยเฉพาะกับสาว ๆ แต่ว่าแป้งก็คอยชักจูงให้พวกเราสามคนพูดคุยหัวเราะกันได้เหมือนสนิทสนมกันมานาน

 

        แน่ล่ะว่าเรื่องนี้ต้องขอบคุณในความหัวไวของผมด้วย ก่อนหน้านี้ตอนที่สองสาวตกอยู่ในความควบคุมของผม ผมได้ถามอะไรพวกเธอไปหลายอย่าง ทำให้ผมรู้ว่าพวกเธอชอบหรือไม่ชอบอะไร พอรู้ว่าพวกเธอสนใจเรื่องไหน มีแนวคิดยังไง การคุยกันก็ไม่ใช่เรื่องยาก โบกี้กับแป้งแอบแสดงท่าทีแปลกใจด้วยซ้ำที่ผมเหมือนจะรู้ใจพวกเธอสองคน

 

        ก่อนเข้าน้ำตก ผมพาพวกเธอแวะที่ฟาร์มปศุสัตว์ระหว่างทาง เพราะผมจำได้ว่าโบกี้บอกว่าชอบ จากนั้นผมก็แวะที่ฟาร์มองุ่นให้แป้งซื้อไวน์ที่เธอชอบ แล้วค่อยตรงดิ่งไปทางน้ำตก เรียกได้ว่างานนี้ผมได้คะแนนจากสองสาวมาไม่น้อยที่พาพวกเธอเที่ยวเหมือนรู้ใจ

 

        เรื่องที่พวกเราต้องลุ้นกันสักหน่อยก็คือระหว่างทางไปน้ำตกนั้นมีฝนตกห่าใหญ่เหมือนพายุเข้า ผมถึงกับต้องชะลอรถแล้วขับหลบเข้าข้างทางช่วงหนึ่ง รอจนฝนซาลงผมจึงค่อยขับรถตรงไปทางน้ำตก แต่ตอนนี้พวกเราคุยกันแล้วว่าถ้าฝนตกจริง ๆ ก็คงต้องเปลี่ยนไปที่อื่น

 

        โชคยังดีที่ฝนหยุดตกทันเวลา โบกี้ถึงกับยิ้มกริ่มดีใจ พอถึงน้ำตกผมก็ช่วยจนของที่โบกี้เตรียมเอาไว้ เธอจัดเตรียมอาหารน้ำดื่มและอุปกรณ์ทั่วไปเอาไว้เรียบร้อยตั้งแต่แรก เรียกได้ว่ามาคราวนี้ไม่ต้องแวะซื้อของกินที่น้ำตกเลยก็ยังได้ ส่วนแป้งเองก็ไม่ลืมที่จะหิ้วเอาไวน์ที่เพิ่งซื้อจากไร่องุ่นขึ้นไปด้วยหนึ่งขวด

 

        อาจเป็นเพราะฝนตกอากาศไม่ค่อยดีก่อนหน้านี้ น้ำตกจึงไม่ค่อยมีคนนัก เรียกได้ว่าค่อนข้างโล่งเลยล่ะ และตอนนี้สองสาวโบกี้และแป้งกำลังเป็นจุดเด่นที่ทำให้หนุ่ม ๆ แถวนี้มองตามกันตาเป็นมัน เพราะนอกจากพวกเธอจะสวยน่ารักมากแล้ว พวกเธอยังใส่เสื้อผ้าค่อนข้างสั้นเพื่อเตรียมเล่นน้ำตกด้วย

กลับหน้าหลัก ตอนก่อนหน้า ตอนถัดไป