เราสองคนกอดจูบนัวเนียตรงประตูห้อง ร่างอ้อนแอ้นของโบกี้บิดส่ายไปมาอยู่ในอ้อมกอดของผม เธอส่งเสียงครางมีความสุขออกมาไม่หยุด ร่างของเธอกระตุกสะท้านทุกครั้งที่ผมตะปบมือลงไปขยำยิ่งทวีความหื่นกามขึ้นเรื่อย
เราสองคนกอดจูบนัวเนียตรงประตูห้อง ร่างอ้อนแอ้นของโบกี้บิดส่ายไปมาอยู่ในอ้อมกอดของผม เธอส่งเสียงครางมีความสุขออกมาไม่หยุด ร่างของเธอกระตุกสะท้านทุกครั้งที่ผมตะปบมือลงไปขยำยิ่งทวีความหื่นกามขึ้นเรื่อย
"ใช่ ถ้าหนุ่มอยากให้จำแบบอื่นก็บอกได้นะ แต่แบบนี้เราว่าน่าจะดีที่สุด เราจะได้ติดใจแอบยั่วหนุ่ม หนุ่มจะได้แอบเอาเราทีหลังได้อีกเรื่อย ๆ ด้วย"
"... แบบนี้ได้จริงเหรอ ไม่มีปัญหาแน่นะ"
"ได้ซิ ตกลงเอาแบบนี้หรือเปล่าล่ะ"
แป้งพูดด้วยสีหน้าเชื่อมั่น เธอพูดเหมือนเธอไม่ใช่แป้ง แต่เป็นใครอีกคนที่ควบคุมความคิดของแป้ง ผมขนลุกวูบเพราะเริ่มไม่แน่ใจว่านี่คือผีสางหรือเปล่า แต่คิดอีกทีก็ไม่น่าใช่ บางทีนี่อาจจะเป็นอะไรบางอย่างที่ผมยังไม่รู้ และผมคงจะต้องไปถามคุณตาให้แน่ชัด ว่าแต่คืนนี้คุณตาจะอยู่บ้านหรือเปล่าล่ะเนี่ย ปกติอยู่บ้างไม่อยู่บ้างแล้วแต่อารมณ์
"ถ้าทำได้ก็เอาแบบนั้นแหละ แต่ตื่นมาแล้วแป้งจะไม่โวยวายแน่หรือเปล่า ... ไม่งั้นแย่เลยนะ"
"ไม่หรอกค่ะ ก็แค่มีเซ็กกัน ถ้าเราจำได้ว่ามีความสุขคงไม่มีอะไร ถ้าตื่นมาแบบไม่รู้เรื่องแล้วสืบเองจนเจอว่าใครทำ เราจะโกรธหนุ่มมาก แต่ถ้าเราจำได้ว่าเราเป็นยั่วเอง และหนุ่มไม่หนีไปไหนเราจะดีใจมาก แต่เราจะไม่ให้หนุ่มรับผิดชอบ เพราะว่าหนุ่มเป็นแฟนกับโบ เราจะยิ่งชอบหนุ่มกว่าเดิม อาจจะหลงรักก็ได้ แต่สุดท้ายเราจะให้หนุ่มคบกับโบต่อไป โบเป็นเพื่อนสนิทของเรา"
ผมฟังแป้งแล้วก็อึ้ง ถ้าเป็นปกติผมคงไม่เชื่อที่แป้งพูด แต่ผมเชื่อในความสามารถของแว่นวิเศษที่ทำให้เธอพูดในสิ่งที่คิดในใจออกมาตามจริง กระนั้นผมก็ยังลังเลเล็ก ๆ เพราะว่าแรกสุดผมกะจะฟันแป้งให้หนำใจแล้วชิ่งหนีไปก่อนเธอตื่น แต่ว่าที่เธอเสนอมาคือให้ผมนอนกับเธอจนเธอตื่น และเธอจะมีความจำที่โดนบิดเบือนจนไม่โกรธผม
ถ้าเรื่องราวเป็นไปตามที่แป้งพูดก็คงจะดีไป ผมได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง แต่ถ้าไม่ใช่ตามนั้นเรื่องราวคงจะปั่นป่วนวุ่นวายพิลึก แต่พูดกันจริง ๆ แล้วผมก็ไม่ได้มีวิธีการที่ดีกว่าแผนที่แป้งเสนอมา ผมเลยคิดว่าน่าจะทดลองดูให้รู้เรื่องรู้ราวกันไปเลย
"จริงเหรอ แป้งจะไม่ว่าอะไรเรา แล้วจะยังให้เราคบกับโบด้วย แป้งพูดจริงหรือเปล่า"
"จริงซิ แต่หนุ่มก็ต้องคอยแอบมากิ๊กกับเราด้วยนะ ถ้ามีโอกาสเราก็จะยอมให้หนุ่มทำอะไรก็ได้ แต่อย่ามาเสนอคบเราเป็นแฟนนะ เราจะโกรธมาก เพราะเราไม่อยากแย่งแฟนของเพื่อนรัก"
"... เป็นกิ๊กกันแบบเต็มใจงั้นเหรอ"
"ใช่ เราเป็นสาวแล้ว ก็มีอารมณ์บ้างอะไรบ้าง ไหน ๆ เราก็เสียสาวให้หนุ่มแล้ว จะมีอะไรกันอีกก็คงไม่แปลก แต่แค่กิ๊กนะ มีอะไรกันสนุก ๆ ห้ามมากกว่านั้น"
ผมฟังแล้วก็อึ้งรอบสอง แป้งมีแนวคิดแบบที่ผมคาดไม่ถึงจริง ๆ ถ้าเป็นโบกี้เธอคงไม่ยอมรับอะไรแบบนี้ แต่ว่าใจจริงของแป้งกลับทำเหมือนเป็นเรื่องราวเล็ก ๆ ขอแค่ให้ผมแสดงตัวกล้าทำกล้ารับก็เป็นพอ
แน่นอนว่าถ้าพลาดก็คงจะแย่ แต่ผมเลือกเดิมพันตามทางเลือกนี้ เพราะถ้าสำเร็จนั่นก็หมายความว่าผมจะมีแป้งเป็นกิ๊กด้วยความเต็มใจอีกคน ส่วนเรื่องไปเที่ยวกับโบกี้พรุ่งนี้ บางทีถ้าผมถามแป้งผมอาจจะได้คำตอบที่น่าสนใจมาอีกก็ได้
"แป้ง ... แล้วพรุ่งนี้โบกี้ยังมีแผนลองใจอะไรเราอีกหรือเปล่า"
"ลองอยู่แล้ว ผู้หญิงน่ะไม่เชื่อใจใครง่าย ๆ หรอก โดยเฉพาะโบ แต่ถ้านางเชื่อแล้วจะเชื่อเลย โบจะลองใจหนุ่มอีกหลายครั้งเลย"
"เหรอ แล้วลองยังไงอีกล่ะ"
"พรุ่งนี้ โบแค่อยากทำความรู้จักนิสัย พรุ่งนี้นางจะแกล้งเปิดทางให้ ถ้าหนุ่มเอาแต่หื่นใส่ ลวนลามไม่ยั้ง อยากฟันท่าเดียว แบบนั้นคะแนนจะหด อย่าหวังว่าจะได้ฟัน แต่ถ้าให้เกียรตินาง แสดงความหื่นได้แต่ให้เกียรติกันบ้าง แค่แตะเนื้อต้องตัวเล็กน้อย นางก็จะรู้สึกดี ถ้าทำให้นางเที่ยวน้ำตกอย่างมีความสุข ดีไม่ดีนางจะเป็นฝ่ายชวนให้ค้างคืนเองด้วยซ้ำ หนุ่มลองทำตัวเป็นสุภาพบุรุษให้ถึงที่สุดซิ รับรองว่านางจะต้องให้อะไรดี ๆ ตอบแทนแน่"
ผมฟังคำแนะนำของแป้งด้วยความสนใจ โดยส่วนตัวผมไม่ค่อยเข้าใจวิธีคิดของผู้หญิงสักเท่าไหร่ ผมคงจะคิดอะไรง่าย ๆ เหมือนผู้ชายทั่วไปว่ายังไงก็ได้ฟันแล้ว โบกี้ก็น่าจะยอมผมง่าย ๆ อีก แต่ถ้าฟังจากแป้งแล้ว โบกี้อาจจะไม่ได้คิดอะไรแบบนั้น
เราสองคนคุยไปพลางนัวเนียปลุกเร้าอารมณ์กันไปพลาง ผมยอมรับเลยว่าผิวของแป้งนี่ขาวเนียนนิ่มไปทั้งเนื้อทั้งตัว ถ้านับเฉพาะเรื่องผิวพรรณ แป้งอาจจะดูดีกว่าโบกี้หนึ่งขั้นด้วยซ้ำ ลูบยังไงก็ไม่รู้สึกเบื่อ
พอเราเล้าโลมกันจนเครื่องเริ่มร้อนได้ที่ผมก็เตรียมจะจัดหนักใส่แป้ง แต่โทรศัพท์ของแป้งที่วางบนโต๊ะมีเสียงดังขึ้นมาเบา ๆ และผมเห็นว่าเป็นข้อความที่โบกี้ส่งมาหาแป้ง โบกี้ส่งมาถามขอคำแนะนำว่าพรุ่งนี้ไปเที่ยวน้ำตกควรจะทำตัวประมาณไหนยังไง เธอไม่รู้เลยสักนิดว่าผมกำลังอ่านข้อความของเธอแบบเต็มตาทุกตัวอักษร
'เรากลับถึงห้องแล้วนะแก'
'จะดีเหรอที่ชวนหนุ่มเขาไปเที่ยวน้ำตกแบบนี้ ถ้าเขาคิดว่าเราใจง่ายจะไม่ดีเอานะ'
'เราจะใส่เสื้อผ้าชุดไหนดีล่ะแก เอาแบบมิดชิดหน่อย หรือว่าเปิดนิด ๆ ดี ถ้าเปิดมากไป เขาจะคิดว่าเราเป็นผู้หญิงไม่ดีหรือเปล่า แล้วถ้าเรามิดชิดมากไป เขาจะคิดว่าเราไม่ไว้ใจเขาหรือเปล่า'
'เราต้องเอาเสื้อผ้าไปเผื่อค้างคืนหรือเปล่า'
'ถ้าเราไม่ยอมให้ทำ หนุ่มเขาจะใช้กำลังทำร้ายเราหรือเปล่า'
'...'
ผมอ่านข้อความของโบกี้แล้วก็ยิ้มขำในความน่ารักของเธอ ดูภายนอกแล้วโบกี้เหมือนจะเป็นสาวมั่นไม่ค่อยสนใจอะไรมาก แต่พอมาเห็นเบื้องหลังแล้วเธอดูจะกังวลเอาจริงเอาจังไม่น้อย สิ่งที่เธอกังวลมีทั้งเรื่องเล็กน้อยอย่างการแต่งตัว รวมไปถึงเรื่องที่ว่าผมจะใช้กำลังทำร้ายเธอหรือเปล่า
ยิ่งอ่านข้อความพวกนี้ผมก็ยิ่งรู้สึกได้เรียนรู้โบกี้มากขึ้น ผมเลยพักเรื่องฟันแป้งไว้ก่อน ผมบอกให้แป้งคุยตอบโบกี้เหมือนปกติ แล้วผมก็นั่งอ่านไปพลางลวนลามเนื้อตัวขาวโพลนของแป้งไปพลาง บางช่วงจังหวะผมก็แอบบอกให้แป้งตอบตามที่ผมสั่ง เช่นบอกให้โบกี้แต่งตัวเปิด ๆ อวดความสวยไปเลยผมจะได้มีอะไรสวย ๆ งาม ๆ ดูตอนไปเที่ยว
"คุยพอแล้ว ไปอาบน้ำกันแป้ง"
พอคุยกันได้สักพักผมก็เริมเบื่อ ผมเลยช่วยอุ้มประคองร่างที่อ่อนปวกเปียกของแป้งเดินไปทางห้องน้ำ ส่วนผมเองก็ตัวเปียกชุ่มเหมือนกัน และที่ผมอยากจะไปอาบน้ำส่วนหนึ่งก็เพราะว่าเราสองคนเรียนมาทั้งวัน ร่างกายคงไม่สะอาดนัก ผมเลยกะจะไปล้างเนื้อล้างตัวให้สะอาด ผมจะได้ลิ้มรสชาติผิวเนื้อขาวเนียนของแป้งได้อย่างเต็มที่
"แป้งอาบให้เราก่อน"
หลังจากเข้าไปห้องน้ำผมก็ออกคำสั่งกับแป้ง เธอยิ้มให้ผมด้วยสายตายั่วยวน ก่อนจะเดินไปเปิดน้ำฝักบัวแล้วดึงมือผมเข้าไปยืนให้โดนน้ำราดรดใส่ จากนั้นเธอก็ขยับร่างขาวผ่องละลานตามายืนอยู่ข้างหน้าแล้วเอื้อมมือนุ่มนิ่มของเธอมาลูบไล้ขัดถูไปตามเนื้อตัวของผมจนผมขนลุกวูบด้วยความสยิว
พอเนื้อตัวผมเปียกชุ่มพอสมควร แป้งก็เอื้อมมือไปหยิบขวดครีมอาบน้ำละเลงบนฝ่ามือ แล้วก็เอื้อมมือมาลูบไปตามเนื้อตัวของผมจนฟองสบู่สีขาวเป็นฟองฟอดเกาะอยู่เต็มตัว แป้งค่อย ๆ ลูบไปทีละส่วนด้วยความอ่อนโยน จนกระทั่งตอนที่เธอคว้าหมับเข้ากับดุ้นเอ็นของผมนั่นแหละ เธอถึงค่อยบีบใส่ของผมเบา ๆ แล้วรูดถอกยุกยิกจนผมสูดปากครางร้องซี้ด
ผมทนไม่ไหวต้องคว้าเธอมากอดแล้วจูบปากเพื่อระบายความเสียว แป้งยืนจูบแลกลิ้นกับผมพร้อมกับใช้มือรูดควยผมไปพลางไม่ได้หยุด ส่วนผมเองก็ใช้มือลูบไล้ไปตามเนื้อตัวขาวโพลนของแป้งเพื่อส่งคืนความเสียวให้เธอเหมือนกัน
ตอนนี้บนร่างของเราสองคนเต็มไปด้วยฟองสบู่ แป้งสูดปากร้องซี้ดเมื่อโดนผมขยำขยี้เต้านมพร้อมกับแหย่นิ้วมุดเข้ามุดออกรูเสียวของเธอ น้ำสบู่ทำให้นิ้วผมลื่นไหลขยับได้เร็วจี๋ เสียงการขยับของมือผมเลยส่งเสียงแจ๊ะแจ๊ะออกมาดังลั่นห้องน้ำ
"แป้งเคยช่วยตัวเองหรือเปล่า"
ผมถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก่อนหน้านี้เธอบอกว่าเธอยังซิงไม่เคยโดนผู้ชายคนไหนล่วงล้ำมาก่อน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะไม่เคยระบายความใคร่ด้วยการช่วยตัวเอง