เราสองคนกอดจูบนัวเนียตรงประตูห้อง ร่างอ้อนแอ้นของโบกี้บิดส่ายไปมาอยู่ในอ้อมกอดของผม เธอส่งเสียงครางมีความสุขออกมาไม่หยุด ร่างของเธอกระตุกสะท้านทุกครั้งที่ผมตะปบมือลงไปขยำยิ่งทวีความหื่นกามขึ้นเรื่อย
เราสองคนกอดจูบนัวเนียตรงประตูห้อง ร่างอ้อนแอ้นของโบกี้บิดส่ายไปมาอยู่ในอ้อมกอดของผม เธอส่งเสียงครางมีความสุขออกมาไม่หยุด ร่างของเธอกระตุกสะท้านทุกครั้งที่ผมตะปบมือลงไปขยำยิ่งทวีความหื่นกามขึ้นเรื่อย
แป้งพูดยิ้ม ๆ แล้วเธอก็ขยับตัวทำอะไรบางอย่าง ผมรู้สึกว่ามีอะไรนุ่มนิ่มมาแตะที่เท้าของผม และเมื่อก้มหน้าลงไปดู ผมก็พบว่าแป้งยื่นเท้าของเธอลอดใต้โต๊ะญี่ปุ่นมาแตะกับเท้าของผมแล้วขยับลูบไปมาจนผมขนลุกวูบ พอผมเงยหน้าขึ้นมองหน้าเธอ ผมก็ต้องกลืนน้ำลายอีกอึกใหญ่ด้วยความหื่น
เธอมองผมตาหวานเยิ้ม เธอถือปากกาในมือขึ้นจรดที่ริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงสด แล้วเธอก็ทำท่าจูบที่ปลายปากกาด้วยสีหน้าสุดเซ็กซี่ แค่เห็นแบบนี้ผมก็เกิดจินตนาการว่าเธอกำลังเลียส่วนนั้นให้ผมจนเสียววูบที่ปลายควยขึ้นมาทันที
ผมนั่งตัวแข็งทื่อเหมือนสติจะหลุดลอย แป้งมองผมแล้วยิ้มหวานเธอแลบลิ้นสีชมพูอ่อนออกมาเลียที่ปลายปากกาเล็กน้อย แล้วก็เริ่มลากปลายปากกาสีน้ำเงินไล่ลงไปที่คาง ลำคอ แล้วลงไปหยุดวนคลึงแถวยอดปลายถัน ลีลายั่วยวนของเธอทำเอาสัตว์ร้ายในตัวผมตื่นขึ้นมาเต็มที่จนแทบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ ผมสารภาพเลยว่าไม่เคยรู้สึกหื่นแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิตนี้ ตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนอยากจะจับแป้งขยี้ให้หนำใจ
"... เรากลับก่อนนะแป้ง"
ผมรีบตัดสินใจทำอะไรบางอย่างก่อนที่จะต้านทานความหื่นไม่ไหว ผมแน่ใจว่าแป้งกำลังแสดงละคร และผมก็ไม่ควรติดกับ ผมอยากฟันเธอก็จริง แต่ผมก็ไม่อยากทำให้ภาพตัวเองเสียหายในสายตาโบกี้ และถ้าผมยังอยู่ในสภาพนี้ผมคงจะทนได้อีกไม่นาน ผมเลยตัดใจรีบลุกพรวด เก็บของแล้วเดินออกจากห้องไปโดยไม่กล้ามองแป้งเลยสักนิดเดียว
ประตูห้องของแป้งโดนปิดลง ผมรีบเดินจ้ำลงบันไดเพราะห้องของแป้งอยู่ชั้นสามเลยไม่อยากรอลิฟต์ แล้วผมก็ไปนั่งสงบสติอารมณ์ที่ม้านั่งตรงชั้นล่างของหอพัก ตอนนี้เป้ากางเกงของผมพองบวมเป่งเหมือนจะระเบิด อารมณ์หื่นของผมก็กำลังจะระเบิดออกมาเหมือนกัน ตอนนี้ถ้ามีผู้หญิงคนไหนมาเห็นหน้าผม คงจะต้องนึกว่าผมเป็นโจรโรคจิตแน่ ๆ
พอเริ่มสงบสติอารมณ์ได้ ผมก็เดินไปนั่งในร้านกาแฟใต้หอพัก สมองของผมกำลังว้าวุ่นสุดขีด ผมเริ่มรู้สึกสงสัยว่าผมคิดผิดหรือเปล่า ถ้าแป้งไม่ได้แสดงละครก็จะกลายเป็นว่าผมพลาดโอกาสดี ๆ แต่คิดไปก็เท่านั้นเพราะว่าผมตัดสินใจแล้ว จะให้กลับไปอีกรอบก็กะไรอยู่ ผมเลยนั่งพักที่ร้านกาแฟกินเค้กหวาน ๆ ให้สมองสดชื่นเสียก่อน
ผมนั่งอยู่ในร้านได้ราวครึ่งชั่วโมงก็เตรียมตัวจะกลับ แต่ว่าผมยังไม่ทันเดินออกจากร้านกาแฟ ผมก็เห็นนักศึกษาสาวสวยสองคนเดินมายืนอยู่หน้าร้านกาแฟ และสองคนนี้ก็ไม่ใช่ใครอื่น แต่คือโบกี้สาวสวยในฝันของผม และแป้งที่เพิ่งแสดงบทยั่วใส่ผมนั่นเอง
โบกี้และแป้งหันหน้ามาทางผมจนผมชะงัก ผมยกมือขึ้นทักทายเพราะคิดว่าพวกเธอคงจะกำลังมองผม แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่ พวกเธอหันมาทางผมก็จริง แต่ว่าพวกเธอไม่ได้มองผมอยู่ ระหว่างเราตอนนี้มีกระจกกันแสงแดดกั้นอยู่ ตอนนี้ในร้านมืดกว่าข้างนอก ผมเลยมองเห็นโบกี้กับแป้งชัดเจน แต่พวกเธอเหมือนไม่เห็นผม และพวกเธอกำลังยกมือขึ้นจัดแต่งทรงผมพร้อมกับพูดคุยกันด้วยรอยยิ้ม
ผมมองเห็นพวกเธอแต่ไม่ได้ยินเสียงว่าพวกเธอพูดอะไรกัน แต่จากการสังเกตแล้ว แป้งดูเหมือนจะกำลังพูดหยอกใส่โบกี้ ในขณะที่โบกี้นั้นแสดงท่าทีเขินอายออกมาอย่างเห็นได้ชัด
เห็นแบบนี้แล้ว ผมสรุปได้ทันทีว่าพวกเธอร่วมมือกันทดสอบผมจริง ๆ อย่างที่ผมสงสัย ตอนนี้ผมเลยรู้สึกโล่งอกและดีใจที่ผ่านการทดสอบมาได้ อย่างน้อยการได้เห็นพวกเธอเล่นหยอกล้อกันแบบนี้ ก็แสดงว่าพวกเธอน่าจะให้คะแนนบวกกับผมมากกว่าลบ
ผมนั่งมองพวกเธอสองคนหยอกล้อกันอีกพักใหญ่ จากนั้นผมก็เห็นแป้งคว้าเอาโทรศัพท์มือถือของโบกี้มากด แป้งทำท่าเหมือนจะใช้โทรศัพท์โบกี้ติดต่อหาใครบางคน แล้วผมก็ต้องสะดุ้งโหยงเมื่อโทรศัพท์ที่ผมถืออยู่ในมือส่งเสียงดังพร้อมกับสั่นขึ้นมาวูบหนึ่งแล้วเงียบไป และพอผมหยิบขึ้นมาดูผมก็มองเห็นชื่อของโบกี้ และนั่นหมายความว่าแป้งเป็นคนกดโทรมาหาผม
พอผมเงยหน้ามองไปทางแป้ง ผมก็เห็นแป้งหัวเราะแล้วยื่นโทรศัพท์กลับไปให้โบกี้ โบกี้ขมวดคิ้วรับโทรศัพท์ไปถือด้วยท่าทางตกใจเหมือนไม่คิดว่าแป้งจะโทรหาผม และการที่เสียงโทรศัพท์ดังแวบเดียว แสดงว่าแป้งเจตนาโทรมาหยั่งเชิงให้ผมโทรกลับ
ผมลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะกดโทรกลับไปหาโบกี้ ผมนั่งดูโบกี้แสดงท่าทีว้าวุ่นลังเลเหมือนไม่แน่ใจว่าจะรับโทรศัพท์ดีหรือเปล่า จากนั้นผมก็เห็นแป้งยื่นมือไปแย่งโทรศัพท์มากด ในขณะที่โบกี้พยายามยื่นมือไปแย่งกลับ แต่เหมือนจะไม่ทัน เพราะว่าผมได้ยินเสียงโบกี้ดังผ่านโทรศัพท์มือถือของผมแล้ว
ดูเหมือนว่าแป้งจะกดรับให้ แถมยังเปิดเสียงออกลำโพงเสียด้วย เพราะแป้งไม่ยอมให้โบกี้ถือโทรศัพท์ แต่ผมได้ยินเสียงโบกี้ ถ้าให้เดาผมว่าแป้งคงจะอยากฟังว่าโบกี้คุยอะไรกับผม
"ฮัลโหล โบกี้"
"... ฮัลโหลหนุ่ม ... คือ ... เราไม่ได้โทรไปนะ เรากดผิดไม่มีอะไรหรอก แค่นี้นะ"
โบกี้แย่งโทรศัพท์คืนจากแป้งไม่สำเร็จ เธอเลยยอมคุยกับผม แต่ก็คุยแบบตัดบทอ้างว่ากดผิด ผมเลยได้แต่ยิ้มฝืน ๆ จะวางสายก็ไม่อยากวาง จะคุยต่อก็ไม่รู้จะคุยยังไง
ผมนั่งมองไปข้างนอก โบกี้ยังพยายามแย่งโทรศัพท์คืนจากแป้ง ส่วนแป้งก็ป้องกันแล้วส่งสายตาใส่โบกี้ พอสักพักโบกี้ถึงค่อยเลิกพยายามแย่งแล้วเริ่มคุยกับผมอีกรอบ
"... ยังอยู่หรือเปล่าน่ะหนุ่ม"
"อยู่ซิ เราอยากคุยกับโบกี้นี่นา เป็นยังไงบ้าง ไม่ได้คุยกันเลย"
ผมนั่งคุยไปก็แอบยิ้มไป สองสาวเหมือนจะไม่รู้สักนิดว่าผมกำลังแอบมองพวกเธอแบบซึ่งหน้า ตอนนี้ผมเห็นโบกี้ยิ้มน้อย ๆ ทำท่าเหมือนกำลังเขิน ส่วนแป้งที่ยืนอยู่ด้านข้างก็ยกมือยกไม้ส่งสัญญาณเหมือนเชียร์ให้โบกี้พูดคุยกับผม
"เราสบายดี ... หนุ่มล่ะ"
"สบายดี ... โบกี้หายโกรธเราหรือยัง ถ้าเราทำให้โบกี้ไม่สบายใจก็ขอโทษด้วยนะ"
"... ขอโทษเราเรื่องอะไรล่ะ"
"ทุกอย่างแหละ อะไรก็ตามที่เราทำให้โบกี้ไม่สบายใจ"
"ไม่มีอะไรนี่ เราไม่ได้โกรธอะไร"
โบกี้คุยกับผมด้วยเสียงเรียบ ๆ ผ่านทางโทรศัพท์ ถ้าแค่ฟังเสียงอย่างเดียวผมคงจะคิดว่าเธอไม่อยากคุยกับผมเท่าไหร่ แต่บังเอิญว่าตอนนี้ผมเห็นใบหน้าของเธอตอนคุยโทรศัพท์ชัดเจน เธอกำลังแอบยิ้มเขิน ๆ โดยไม่รู้ตัวเลยว่าผมแอบมองเธออยู่
เราสองคนคุยเรื่อยเปื่อยกันไปเรื่อย ๆ นานพอดู แป้งที่ยืนเชียร์อยู่ด้านข้างเหมือนจะเริ่มทนไม่ไหว เลยใช้ศอกกระทุ้งใส่โบกี้แล้วส่งสัญญาณอะไรบางอย่าง
โบกี้มองแป้งแวบหนึ่ง แล้วทำท่าลังเล แต่สุดท้ายก็พูดออกมาด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ เหมือนไม่คิดอะไร ทั้งที่หน้าของเธอกำลังยิ้มเขินจนผมหัวใจแทบหลอมละลายไปพร้อมกับรอยยิ้มแสนหวานของเธอ
โดยปกติแล้วผมจะเห็นโบกี้เป็นสาวมั่นไม่ค่อยแสดงอาการแบบนี้ให้เห็นมาก่อน ผมเลยเพิ่งรู้ว่าจริง ๆ แล้วถึงภาพข้างนอกเธอจะเป็นสาวเปรี้ยว แต่ว่าข้างในของเธอนั้นเป็นสาวหวานจนรู้สึกคันหัวใจยุบยิบ
"วันเสาร์พรุ่งนี้หนุ่มมีธุระอะไรหรือเปล่า"
"ไม่มีอะไร เราว่าง โบกี้จะทำอะไรหรือเปล่า"
"คือ ... พอดีว่าพรุ่งนี้เรามีนัดไปเที่ยวน้ำตกกับเพื่อน ... แต่ว่ารถเราเสียพอดี ..."
"ไปซิ ไปที่ไหน ออกกี่โมง เดี๋ยวเราขับรถไปส่ง"
"จะดีเหรอ ... ลำบากหนุ่มเปล่า ๆ"
"ไม่ลำบากเลยสักนิด เราเต็มใจไปส่ง กี่โมงล่ะนัดกันที่ไหน"
"งั้น พรุ่งนี้สักเก้าโมงเช้า หนุ่มมาหาเราที่คอนโดก็แล้วกัน"
"แล้วจะไปที่ไหนกัน ไปกันกี่คน จะได้เตรียมตัว"
"เอ่อ ... กี่คนเหรอ ... ไปที่ ... เอ่อ ... ไปกันสามคน ไปน้ำตกที่สระบุรี"
โบกี้อ้ำอึ้งแล้วหันไปมองหน้าแป้ง ท่าทางของเธอเหมือนยังไม่ได้คิดมาก่อนด้วยซ้ำว่าจะไปที่ไหนหรือไปกี่คน แป้งเลยขยับเข้าไปกระซิบบอกอะไรบางอย่าง จากนั้นโบกี้จึงค่อยตอบผม ท่าทางเหมือนพวกเธอจะเพิ่งคิดคำตอบออกมาแบบสด ๆ ร้อน ๆ และปลายทางก็เป็นน้ำตกซึ่งผมจำได้ว่าโบกี้ชอบไป
"ได้ งั้นพรุ่งนี้เจอกันนะ"
"อืม แค่นี้ก่อนนะหนุ่ม"