Your Wishlist

แว่นตา​วิเศษ​ (แป้ง​ขอเป็น​แฟน)

Author: xxx555

เราสองคนกอดจูบนัวเนียตรงประตูห้อง ร่างอ้อนแอ้นของโบกี้บิดส่ายไปมาอยู่ในอ้อมกอดของผม เธอส่งเสียงครางมีความสุขออกมาไม่หยุด ร่างของเธอกระตุกสะท้านทุกครั้งที่ผมตะปบมือลงไปขยำยิ่งทวีความหื่นกามขึ้นเรื่อย

จำนวนตอน :

แป้ง​ขอเป็น​แฟน

  • 05/03/2569

ผมควรจะตอบแป้งไปว่ายังไงดี ยอมรับข้อเสนอ หรือว่า ปฏิเสธ หรือว่าจะ ดึงเชิงไว้ก่อน ไม่ต้องรีบตอบรับหรือปฏิเสธ

 

 

"แป้งอย่าพูดล้อเล่นแบบนี้ ไม่ดีหรอกนะ"

 

        ผมเลือกที่จะไม่ตอบรับแล้วก็ไม่ปฏิเสธ แต่เลือกที่จะดึงเชิงดูสถานการณ์ไปก่อน เพราะว่ายังไม่แน่ใจสักเท่าไหร่ว่าเรื่องราวเป็นมายังไง ความจริงผมคิดว่าจะใช้แว่นวิเศษจัดการถามความจริงจากแป้งด้วยซ้ำ แต่พอมาคิดอีกทีแล้วมันก็เสี่ยงไปหน่อย

 

        ถ้าแป้งเข้าหาผมเพราะโบกี้ ผมไม่เชื่อว่าเธอจะกล้าชวนผู้ชายเข้ามาอยู่ในห้องสองต่อสองแบบไม่มีแผนรับมือ เช่นถ้าเกิดผมหื่นปล้ำเธอขึ้นมาจะเป็นยังไง อย่างน้อยถ้าแป้งวางแผนไว้ เธอก็อาจจะมีใครสักคนที่ช่วยเธอได้ซ่อนอยู่แถวนี้ เช่นในตู้เสื้อผ้า หรือไม่ก็รออยู่ข้างนอกห้อง

 

นอกจากเรื่องคนช่วยแล้ว ถ้าหากผมใช้ความสามารถของแว่น แล้วความจำแป้งเกิดขาดหายไปช่วงหนึ่ง แบบนี้ถ้าหากโบกี้ไม่สงสัยขึ้นมาก็คงจะแปลกเกินไป ผมเลยยังไม่กล้าใช้แว่นแต่เลือกที่จะรอเวลาที่เหมาะสมกว่านี้ก่อน

 

        "เปล่านะ เราไม่ได้พูดเล่นเสียหน่อย หรือว่าเราไม่สวยพอในสายตาหนุ่ม หนุ่มเลยไม่อยากเป็นแฟนกับเรา"

 

        ผมพยายามพูดดึงเชิงแล้วมองไปรอบห้อง เผื่อว่าอาจจะมีใครซ่อนอยู่ หรืออาจจะมีกล้องคอยถ่ายพฤติกรรมของผมเอาไว้ เพราะทุกอย่างมันเป็นไปได้ทั้งหมด ถ้าเป็นไปได้ผมคงไม่เสี่ยงให้เสียค่าโง่ แต่แป้งดูจะพยายามเดินคาดคั้นเอาคำตอบจากผมให้ได้ ตอนนี้เธอกำลังมองผมตาแป๋วจนผมประหม่าไม่กล้าสบตาและพูดตอบเธอไปด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก

 

        "ไม่ ... ไม่ใช่แบบนั้น ... แป้งสวยน่ารักออก ... แต่ ... เอ่อ ..."

 

        "แต่อะไรล่ะหนุ่ม หรือคิดว่าเราโกหกเหรอ"

 

        "เปล่า ... คือ จะพูดยังไงดีล่ะ"

 

        ท่าทางของแป้งทำให้ผมยิ่งประหม่า ถ้าพูดกันจริง ๆ แล้ว ผมก็ไม่ค่อยประสีประสาเรื่องผู้หญิงสักเท่าไหร่ พอมาเจอผู้หญิงสวยน่ารักแสดงท่าทีแบบนี้ หัวใจของผมก็เต้นแรงจนหน้าผมร้อนวูบแทบทำตัวไม่ถูก

 

        "คิก คิก น่ารักจัง หน้าแดงเลย หนุ่มยังไม่มีแฟนใช่หรือเปล่า เห็นอยู่ในห้องเรียนก็ดูนิ่ง ๆ เรียบร้อย"

 

        "ยัง... ยังไม่เคยมี ..."

 

        ยิ่งคุยผมก็ยิ่งรู้สึกประหม่า แป้งดูจะแตกต่างกับโบกี้เยอะในแง่นิสัย โบกี้จะค่อนข้างเงียบจริงจัง ส่วนแป้งจะออกแนวพูดเก่งและดูเหมือนจะกล้าแสดงออกมากกว่า

 

        "หือ แปลกดีนะ อยู่มหาลัยแล้วแต่ยังไม่เคยมีแฟน หรือว่าที่จริงแล้วหนุ่มเป็นเก้งกว้างชอบไม้ป่าเดียวกัน"

 

        "เฮ้ย ไม่ใช่ เราไม่ใช่เกย์นะ"

 

        "แหม แหม ไม่ต้องร้อนตัวขนาดนั้นก็ได้ เราแค่หยอกเล่นหรอก เกย์ที่ไหนจะเป้ากางเกงตุงตอนแอบมองเราแบบนี้"

 

        แป้งพูดพร้อมกับหัวเราะคิกคักยกใหญ่ ผมเลยยิ่งหน้าแดงทำอะไรไม่ถูกเข้าไปอีก ดูเหมือนว่าเธอจะแอบสังเกตเห็นตั้งแต่แรกแล้วว่าผมแอบมองนมมองขาเธอจนเป้ากางเกงตุง แต่ผมก็นึกไม่ถึงว่าเธอพูดเปิดเผยตรงไปตรงมาถึงขนาดนี้

 

        "อ่ะ งั้นถามตรง ๆ นะ หนุ่มก็ต้องตอบเราตรง ๆ ด้วยล่ะ หนุ่มคิดว่าเราสวยหรือเปล่า"

 

        "... สวยซิ"

 

        ผมลังเลไปวูบหนึ่งไม่แน่ใจว่าควรตอบแบบไหนดี แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจตอบไปตามตรงอย่างที่เธอบอก และมันก็เป็นความจริง แป้งเป็นคนสวยคนหนึ่ง ถึงจะไม่ได้สวยที่สุดแต่ก็ถือว่าสวยมากในระดับหัวแถว

 

        "เหรอ ... แล้วทำไมหนุ่มไม่ค่อยแอบมองเราเหมือนผู้ชายคนอื่นเลยล่ะ หรือว่าเราสวยไม่พอให้หนุ่มสนใจ"

 

        แป้งยิ้มน้อย ๆ แล้วถามโพล่งมาในแบบที่ผมไม่รู้ว่าควรจะตอบยังไง อันดับแรกเลยก็คือผมไม่ค่อยได้มองแป้งจริง ๆ อย่างที่เธอว่า เพราะผมมัวแต่มองโบกี้ แต่คำถามก็คือ ทำไมแป้งถึงได้สนใจจดจำด้วยว่าผมไม่ได้มองเธอ หรือว่าเธอจะรู้อะไรมากกว่าที่ผมคิด

 

        "เอ่อ ... คือว่า ... จริง ๆ ก็มีแอบมองบ้างนะ"

 

        ผมอ้ำอึ้งตอบไม่ถูก ไม่รู้จริง ๆ ว่าควรจะตอบว่ายังไง แถมตอนนี้แป้งยังนั่งมองหน้าผมนิ่งเหมือนจะคาดคั้นเอาคำตอบ ผมเลยพูดโกหกถ่วงเวลาออกไปก่อน

 

        "เอ๋ จริงเหรอ ทำไมเราไม่เห็นรู้เลยว่าหนุ่มแอบมองเราด้วย แอบมองเราตอนไหน"

 

        พอผมพูดโกหกออกไป แป้งก็ลืมตาโตแล้วพูดโพล่งออกมาด้วยน้ำเสียงเหมือนดีใจ ผมเลยยิ่งอึ้งแล้วก็งงเข้าไปอีก ผมไม่เข้าใจว่าทำไมเธอต้องแสดงท่าดีใจอะไรแบบนี้ด้วย ถ้านี่เป็นแค่การแสดงละคร เธอก็คงจะสวมบทบาทได้แนบเนียนมาก

 

        "ส่วนใหญ่ก็ตอนเรียนที่มหาลัยน่ะแหละ"

 

        "เหรอ ... เราก็นึกว่าหนุ่มเอาแต่มอง ... เอ่อ ... แล้วยังไงต่อ แอบมองเราแล้วเป็นยังไงบ้าง"

 

        แป้งพูดประโยคยังไม่ทันจบก็ชะงักลงไป ผมกำลังตั้งใจสังเกตอาการของเธอเลยพอจะจับอะไรบางอย่างได้ เธอจะพูดว่าผมเอาแต่แอบมองใครบางคนแต่ชะงักไว้ก่อน ผมคิดว่าเธอเกือบจะหลุดชื่อโบกี้ออกมา แต่เจตนาที่จะหยุดเอาไว้ด้วยเหตุผลบางอย่าง และพอเป็นแบบนี้ผมก็ยิ่งเชื่อว่าแป้งน่าจะกำลังแสดงละครทดสอบนิสัยของผมอยู่

 

        "... เป็นยังไงเหรอ ... ก็สวยน่ารัก"

 

        "ไม่ใช่ เราหมายถึงว่าแอบมองเราแล้ว มีอารมณ์หรือเปล่า"

 

        แป้งแสดงสีหน้าอยากรู้ แล้วถามผมตรงเสียจนผมอึ้งอีกรอบ ผมไม่นึกเลยว่าเธอจะถามเรื่องแบบนี้กันแบบตรง ๆ

 

        "เอ่อ จะให้ตอบยังไงดีล่ะ"

 

        "ก็ตอบมาตรง ๆ ซิ มีอารมณ์ หรือไม่มีอารมณ์ แค่นี้แหละ"

 

        "... ก็ ... มีบ้างนิดหน่อย ..."

 

        ผมตอบแบบไม่เต็มเสียงเพราะรู้สึกประหม่าพอควร ส่วนแป้งพอได้ยินคำตอบของผมก็ยิ้มกว้างกว่าเดิม เธอมองผมด้วยสายตาแปลก ๆ เหมือนคิดอะไรอยู่พักใหญ่ แล้วค่อยพูดขึ้นมาอีกครั้ง

 

        "แล้วตอนนี้ล่ะ ได้อยู่กับเราสองต่อสองในห้องนอน มีอารมณ์หรือเปล่า อยากทำอะไรเราหรือเปล่า"

 

        ผมอ้าปากค้างอึ้งพูดอะไรไม่ออกไปอีกรอบ ถ้าโบกี้เป็นเหมือนนางฟ้าที่ล่อให้ผู้ชายไปหลงรัก แป้งก็คงเป็นเหมือนนางมารน้อยแสนสวยที่คอยหลอกลวงปั่นหัวผู้ชาย และปัญหาก็คือถึงผมจะคิดว่านี่เป็นแค่ละครฉากหนึ่ง แต่ผมก็ยังไม่รู้ว่าจะฉีกบทละครนี้ยังไง

 

        ผมนั่งนิ่งพยายามใช้หัวคิด ผมพยายามคิดว่าถ้าหากโบกี้แอบฟังอยู่ เธอจะอยากให้ผมตอบแบบไหนจึงจะดี ผมควรจะทำตัวเป็นพระเอกใสซื่อบริสุทธิ์บอกว่าไม่มีอารมณ์ หรือว่าผมควรจะตอบไปตามความจริงว่าผมกำลังมีอารมณ์จนควยโด่อยากฟันแป้งจะแย่ หรือว่าผมจะลองคิดหาทางตอบแบบอื่น

 

        "ว่าไงล่ะ ทำไมเงียบไป ถ้าตอบถูกใจเดี๋ยวมีรางวัลให้ด้วยนะ"

 

        แป้งมองผมตาเป็นประกายแล้วยิ้มหว่านเสน่ห์ ผมกลืนน้ำลายลงคอดังอึกเพราะว่าเธอขยับโน้มตัวมาทางผมจนคอเสื้อนักศึกษามันเปิดออกให้ผมมองเห็นเนื้อขาวโพลนลึกลงไปเกือบถึงยกทรง

 

        "... พูดกันตามตรงเลยนะแป้ง ... แป้งเป็นคนสวยมีเสน่ห์ ผู้ชายทุกคนถ้าได้ใกล้ชิดแป้งถ้าไม่มีอารมณ์ก็ไม่ใช่ผู้ชายแท้แล้ว เราเองก็เหมือนกันพอได้มองแป้งเราก็มีอารมณ์ แต่เราว่าเลิกคุยเรื่องนี้ดีกว่า เพราะว่าเรามีคนที่เราแอบชอบอยู่แล้ว เราไม่รู้นะว่าแป้งแค่ล้อเล่นหรือจริงจัง แต่ว่าเราคงรับน้ำใจแป้งไม่ได้หรอก"

 

        ผมหยิกขาตัวเองแล้วตัดสินใจพูดในสิ่งที่คิด อย่างแรกเลยก็คือผมไม่ปฏิเสธว่าแป้งมีเสน่ห์จนผมมีอารมณ์ แต่ผมก็ยังมีสติพอที่จะสวมบทบาทพูดให้ตัวเองดูดี อย่างน้อยถ้าโบกี้หรือใครแอบฟังอยู่ก็น่าจะสร้างภาพที่ดีให้ผมได้มากกว่า ส่วนเรื่องแป้งตอนนี้ผมตั้งใจจะปล่อยไปก่อน เพราะยังไงเสียผมก็มีแว่นวิเศษอยู่กับตัว หากมีโอกาสเหมาะผมค่อยแอบมาหาแป้งแล้วใช้แว่นจัดการล้างแค้นให้สาสมใจทีหลังก็ได้

 

        แป้งชะงักไปวูบหนึ่งแล้วมองผมด้วยสายตาแปลกไปอีกแบบ เธอมองเหมือนจะพยายามค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ จากนั้นเธอก็ขยับไปนั่งตัวตรงแล้วคุยกับผมอีกรอบ

 

        "แล้วใครล่ะที่หนุ่มแอบชอบ สวยกว่าเราหรือเปล่า"

 

        "... ขอไม่บอกนะ"

 

        "เพราะแบบนี้หนุ่มเลยไม่สนเราซินะ งั้นถ้า ... ถ้าเกิดว่าไม่คบกันเป็นแฟน แต่เป็นแค่ความสัมพันธ์ชั่วครั้งชั่วคราวล่ะ หนุ่มสนใจหรือเปล่า แบบไม่ต้องมีพันธะอะไรให้ต้องห่วง"

กลับหน้าหลัก ตอนก่อนหน้า ตอนถัดไป