ฝาแฝดคู่หนึ่งที่ถูกแยกจากกันตั้งแต่ยังเล็ก โดยทั้งสองคน ไม่เคยรู้ว่าต่างก็มีพี่น้องฝาแฝดกันมาก่อน โชคชะตาชีวิตทำให้แฝดทั้งสองมาพบกัน เมื่อทั้งสองตัดสินใจที่จะแลก เปลี่ยนวิถีชีวิตกันโดยการสลับตัว
ฝาแฝดคู่หนึ่งที่ถูกแยกจากกันตั้งแต่ยังเล็ก โดยทั้งสองคน ไม่เคยรู้ว่าต่างก็มีพี่น้องฝาแฝดกันมาก่อน โชคชะตาชีวิตทำให้แฝดทั้งสองมาพบกัน เมื่อทั้งสองตัดสินใจที่จะแลก เปลี่ยนวิถีชีวิตกันโดยการสลับตัว
"แล้วคนในบ้านจะไม่คิดว่าหวานเป็นสายขโมยหรอจ๊ะพี่....ที่ไปเยี่ยมๆมองๆบ้านน่ะ..." หวานย้อนถามกลับมาขณะที่กำลัง
ก้าวเท้าลงจากรถกระบะ...
"หวานแค่ไปมองดูที่จอดรถก็พอว่ามีรถอยู่กี่คัน...คือพี่ไม่อยากเจอนายชัดเค้าในตอนนี้น่ะ..."
"จ๊ะ..." หวานรับปากจากนั้นก็เดินไปหน้าบ้านของชายหนุ่ม เดินเมียงมองผ่านเข้าไป แล้วเดินกลับมาหาฉัตรชัยที่รถอีกครั้ง
"มีสองคันจ๊ะพี่ สีขาวกับสีดำ.." หวานบอกแล้วทำให้ฉัตรชัยมั่นใจว่านายชัดไม่อยุ่บ้านแน่ๆ คงเอารถสปอร์ตสีแดงของ
ตนเองไปขับเล่น และขณะนี้ก็คงไม่ได้อยู่ในบ้าน..
.
"ดีละ...งั้นหวานไปกดกริ่งที่ประตุรั้วนั้นนะ แล้วถามหาคุณนายแจ่มจรัส บอกกับคนในบ้านว่าหวานมาจากชัยนาท แค่นั้นพอ"
"แล้วถ้าเขาให้หวานเข้าไปหาคุณแม่ละคะ...จะให้หวานบอกว่ายังไง...." หวานมีสีหน้าหวาดหวั่นเมื่อพูดจบ
"ถ้าเจอแม่...หวานบอกว่ามากับพี่...เดี๋ยวคุณแม่คงจัดการเองได้ว่าควรทำอย่างไร..."
หลังจากหวานเดินไปกดกริ่งที่ประตุรั้วบ้าน รอสักพักฉัตรชัยก็เห็นป้าแจ่มเดินมาที่ประตุรั้ว จากนั้นก็พูดคุยกับหวานอยู่
สักพักหวานก็รีบเดินกลับมาที่รถด้วยสีหน้าตื่นๆ ใบหน้าซีดขาว
"พี่จ๊ะ...ไปโรงพยาลกัน...คุณแม่อยู่ที่นั่น..."
หวานพูดจบก็หน้าซีดขาวจนฉัตรชัยหวาดวิตกว่าคงมีเหตุร้ายเกิดขึ้นกับมารดาของตนเป็นแน่ หลังจากสอบถามชื่อ
โรงพยาบาลกับหวานแล้ว ฉัตรชัยก็รีบขับรถออกไปทันที
พอมาถึงโรงพยาบาลหลังจากที่ฉัตรชัยสอบถามกับประชาสัมพันธ์จึงได้ทราบว่ามารดาของตนนั้นเพิ่งย้ายออกมาจากห้อง
ไอซียู มาอยู่ที่ตึกผู้ป่วยจึงรีบพาหวานไปหา ขณะที่รอกดเรียกลิฟท์อยู่ที่ชั้นล็อบบี้นั้น พอลิฟท์เปิดออกมาฉัตรชัยถึงกับ
สะดุ้งเมื่อมองเห็นสาวสวยที่ลงมากับลิฟท์นั้นคือคุณหมิวคู่หมั้นของตนนั่นเอง ดีแต่ว่าขณะนั้นคุณหมิวยืนก้มหน้าอยู่เลย
ไม่ทันแลเห็นฉัตรชัยที่จูงมือของหวานรอขึ้นลิฟท์ ฉัตรชัยรีบปรับสีหน้าให้เป็นปรกติทำเหมือนตนเองไม่เคยรู้จักคุณหมิว
มาก่อน พอคุณหมิวเงยหน้าขึ้นมอง ก็ตกตะลึงที่เห็นคุ่หมั้นของตนเองจับจูงมือสาวอีกคนยืนอยุ่หน้าลิฟท์
"คุณพี่..."
เสียงคุณหมิวร้องทัก แต่ฉัตรชัยทำเป็นไม่รุ้เรื่องไม่รู้จัก เดินสวนเข้าไปในลิฟท์พร้อมกับจูงมือหวานเข้าไปด้วย แต่หวาน
กลับหน้าซีดเผือดมากกว่าเดิมเมื่อได้ยินเสียงสาวสวยสง่างามที่ร้องทักฉัตรชัยเมื่อครู่นี้ จนมือเล็กๆของเธอที่ฉัตรชัยกุม
อยู่สั่นสะท้านพร้อมเย็นเฉียบ ส่วนคุณหมิวถึงกับทะลึงจนหน้าสวยหวานของเธอเหว๋อ ที่คุ่หมั้นหนุ่มทำเหมือนไม่รู้จักเธอ
แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไร ประตุลิฟท์ก็ค่อยๆปิด
ฉัตรชัยถอนหายใจอย่างโล่งอก จนลิฟท์ขึ้นไปถึงชั้นที่มารดาพักอยู่ ฉัตรชัยรีบจุงมือของหวานเดินเข้าไปหาทันที ด้าน
คุณหมิวที่ยืนอยู่หน้าลิฟท์ชั้นล็อบบี้ เริ่มงุนงงสงสัย กับผู้ชายที่เดินสวนเข้าลิฟท์ไปเมื่อสักครู่นั้น คือฉัตรชัยคู่หมั้นของ
เธออย่างแน่นอน แม้เสื้อผ้าที่เขาสวมใส่จะดูแปลกหูแปลกตาไปบ้างก็ตามที เธอจึงยืนรอเรียกลิฟท์ลงมาอีกครั้ง ทั้งๆที่
ตั้งใจจะกลับไปบ้านเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ เพราะตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาเธออยุ่รอเฝ้าว่าที่แม่สามีของเธอจนกระทั่ง
คุณหมอนำตัวออกมาจากห้องผ่าตัด แล้วเธอเองเป็นคนจัดการเรื่องห้องพักฟื้นให้กับคุณนายแจ่มจรัสเองทั้งหมด โดย
ที่ไม่รู้ว่าฉัตรชัยคู่หมั้นหายตัวไปไหน แต่พอตอนนี้คุณหมิวกลับเห็นเขาเดินจุงมือหญิงสาวดูชาวบ้านๆเข้ามาหาคุณ
นายแจ่มจรัสอีกครั้ง
ฉัตรชัยกับหวานเข้ามาในห้องพักฟื้นของมารดา เห็นสายน้ำเกลือกับสายอ๊อกซิเย็นระโยงระยางอยุ่ที่ตัวมารดา ส่วนที่
แขนขาก็มีเผือกดามไว้ รอบๆศรีษะพันผ้าขาวไว้แน่นหนา
"แม่...."
ฉัตรชัยเรียกมารดาเสียงดัง แล้วเดินไปเกาะขอบเตียงมารดายืนนิ่งน้ำตาคลอเบ้า แต่นางยังหลับสนิท ลมหายใจระรวย
รินช้าๆ พยาบาลที่ยังยืนอยู่ภายในห้อง รีบเดินเข้ามาหาฉัตรชัยแล้วกระซิบบอกให้เบาเสียงลงหน่อย สักครุ่เธอก็เดิน
ออกไปจากห้อง พร้อมกับที่คุณหมิวเดินกลับเข้ามาอีกครั้ง
"คุณพี่คะ...หายไปไหนทั้งคืน...แล้วผู้หญิงคนนี้ ใครคะ"
เสียงที่เคยหวานไพเราะของคู่หมั้นสาวนั้น ครั้งนี้กลับดูกระด้างซีเรียส เธอมองหน้าฉัตรชัยสลับกับใบหน้าของหวาน
แล้วคิ้วเรียวงามก็ขมวดมุ่น ในขณะที่ฉัตรชัยพยามยามปั้นสีหน้าเสมือนว่าไม่เคยรู้จักคุณหมิวมาก่อน ส่วนหวานนั้นหลบ
ไปยืนอิงแอบด้านหลังของฉัตรชัยด้วยหวาดกลัวจนใบหน้าที่ขาวซีด
ฉัตรชัยพยามคิดอย่างรวดเร็วกับสถานการณ์เฉพาะหน้าที่ไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน ว่าจะบอกความจริงทั้งหมดกับคู่หมั้นเลย
หรือว่าจะค่อยบอกทีหลัง ด้วยว่าสองวันที่ผ่านมานั้นฉัตรชัยไม่แน่ใจว่าน้องชายฝาแฝดของตนกับคุณหมิวพบกันบ้างหรือ
ยัง แต่ในที่สุดฉัตรชัยก็ตัดสินใจที่จะยังไม่ยอมบอกความจริง
"เอ่อ...ขอโทษครับ...คุณคงจำคนผิด ผมชัดชาย....เป็นฝาแฝดกับพี่ฉัตรน่ะครับ"
ฉัตรชัยพูดจบก็ก้มหน้าหลบซ่อนสายตาไม่กล้าสบสายตากับคุณหมิว ทางด้านคุณหมิวพอได้ยินชัดเต็มสองหู เธอก็งุนงง
ด้วยไม่เคยรู้มาก่อนว่าคุ่หมั้นของเธอนั้นมีคู่แฝด พร้อมกับไม่อยากเชื่อคำพูดของเขา แต่ครั้นพอนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา
เมื่อวานที่คุ่หมั้นของเธอรุ้เรื่องมารดาประสพอุบัติเหตุเข้าโรงพยาบาลนั้น ไม่เห็นมีทีท่ารู้สึกรู้สาแต่อย่างใด จนคุณหมิว
ขัดใจในทีท่าของเขา แต่พอกลับมาวันนี้ ชายหนุ่มที่อ้างตัวว่าเป็นคุ่แฝด กลับมีทีท่าห่วงกังวลในอาการของคุณนาย
แจ่มจรัสต่างกับเมื่อวาน ใจคุณหมิวเลยเริ่มลังเลว่าหรือชายหนุ่มคนนี้จะพูดความจริงที่ว่าเขาเป็นน้องชายฝาแฝดกับ
คุ่หมั้นของเธอ
อีกทั้งสาวชาวบ้านที่ยืนแอบอยู่ด้านหลังนั้น ดูอาการตื่นกลัวลักษณะบอกชัดเจนว่าคงเป็นภรรยาของเขา ซึ่งไม่มีทาง
เป็นไปได้ที่คุ่หมั้นของเธอจะเลือกสาวชาวบ้านแบบนี้มาเป็นภรรยาทั้งๆที่ตนเองมีคู่หมั้นเป็นสาวสวยเพรียบพร้อมไป
ด้วยคุณสมบัติของกุลสตรี
"เอ่อ...ขอโทษนะคะ...มะกี้บอกว่าเป็นน้องชายฝาแฝดกับคุณพี่ฉัตรหรอคะ..."
"เอ่อ...ขอโทษนะคะ...มะกี้บอกว่าเป็นน้องชายฝาแฝดกับคุณพี่ฉัตรหรอคะ..." หญิงสาวถามย้ำอีกครั้ง
"ใช่ครับ...ผมชื่อชัดชาย.." ฉัตรชัยเน้นย้ำชื่อน้องชายอีกครั้ง คุณหมิวพยักหน้าช้าๆ
"ต้องขอโทษด้วยค่ะ ที่เสียมารยาทไปเมื่อสักครู่ เผอิญหมิวไม่เคยทราบมาก่อนว่าคุณป้ามีลูกชายแฝดน่ะค่ะ..เอ่อ...หมิว
ลืมแนะนำตัวไปค่ะ..ชื่อมล.ลาวัลย์นะคะ...เป็นคู่หมั้นกับคุณฉัตร..." ฉัตรชัยพยายามหลีเลี่ยงการสบตากับคู่หมั้น ด้วยเกรง
ว่าจะเปิดเผยความรู้สึกออกมา
"ยินดีที่ได้รู้จักครับ...นี่หวานภรรยาของผมครับ..."
ฉัตรชัยแนะนำตัวหวานให้คุณหมิวรู้จัก ตามศักดิ์แล้วหวานเป็นเมียของน้อง แต่เนื่องจากอาวุโสกว่าคุณหมิวอยู่หลายปี
คุณหมิวจึงเป็นฝ่ายยกมือไหว้สวัสดีขึ้นก่อน หวานก็รับไหว้เงอะงะ ด้วยความประหม่า ใบหน้ายิ่งซีดเผือดเมื่อรู้ว่าผู้หญิง
สวยสง่างามที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเธอนั้น คือคุณหมิว หรือมล.ลาวัลย์คู่หมั้นของผู้ชายที่เธอแอบรัก
"เอ่อ..คุณหมิวพอทราบมั๊ยครับว่าคุณแม่เป็นอะไร...เอ่อประสพอุบัติเหตุอย่างไรถึงได้ดูมีอาการหนักขนาดนี้.."
ฉัตรชัยถามเสียงเรียบๆ แต่คุณหมิวได้ยินถึงกับชะงักหน้าเปลี่ยนสี ด้วยเธอรุ้ว่าสาเหตุที่ทำให้คุณนายแจ่มจรัสได้รับ
อุบัติเหตุตกบรรไดนั้น เธอมีส่วนทำให้เป็นไป
"ทราบว่าคุณป้าตกบรรไดน่ะค่ะ.." คุณหมิวตอบเสียงเบาๆ จากนั้นก็นิ่งเงียบกันไปทั้งสามคน
""เอ่อ...หมิวขอตัวกลับก่อนนะคะ...คุณป้าพ้นขีดอันตรายแล้ว หมิวอยู่นั่งรอทั้งคืนยังไม่ได้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเลยค่ะ..."
คุณหมิวพูดเสียงเบาๆ อายๆที่เธอหมักหมมไม่ได้อาบน้ำท่ามาตั้งแต่เมื่อวาน
"ครับ...เชิญตามสบายครับ ขอบคุณที่คุณหมิวช่วยเป็นธุระจัดการเรื่องแม่..."
ฉัตรชัยตอบกลับด้วยความรุ้สึกซาบซึ้งในความมีน้ำใจของคุ่หมั้น พร้อมกับเผลอตัวเงยหน้าขึ้นมองสบตากับคุณหมิว
ความรุ้สึกภายในใจก็เผยออกมาทางแววตา จนคุณหมิวถึงกับชะงักงุนงงกับสายตาของแฝดผู้น้อง มันช่างเหมือนกับ
สายตาของคู่หมั้นที่เธอเคยเห็นบ่อยๆ แตกต่างจากคู่หมั้นที่เธอพบและเกือบเสียตัวให้เขาในวันวาน แต่คุณหมิวก็ไม่
ได้เอะใจสงสัยอะไรพร้อมกับคิดว่าความเป็นฝาแฝดเลยอาจจะมีอารมณ์และความรุ้สึกไม่ได้แตกต่างกันก็เป็นได้ แต่