Your Wishlist

ถนนไบโลนซ์ 13 (บทที่ 20: สีฟ้า เก่า ใหม่ (3))

Author: คิมซงโร / BuaElla แปล

"บางครั้ง ความลับที่เราไม่อาจหยั่งถึงก็คืบคลานผ่านเงามืดของลอนดอน"

จำนวนตอน : 220

บทที่ 20: สีฟ้า เก่า ใหม่ (3)

  • 02/03/2569

 

เหมือนมีน้ำเย็นจัดสาดใส่บรรยากาศที่ก่อนหน้านี้ยังเป็นมิตรอยู่

 

มีบางอย่างสีแดงกระเซ็นใส่กระจกหน้าต่าง

 

เลือด

 

ฉันรู้ได้ในทันทีโดยสัญชาตญาณ

 

ร่างที่ตกลงมา...

 

เจมส์ สแตรนเดนรีบวิ่งออกไปอย่างตื่นตระหนก ตะโกนว่าคริสตีน อย่ามอง!”

 

แต่สายไปแล้ว

 

คู่หมั้นของเขากำลังจ้องออกไปนอกหน้าต่าง ใบหน้าซีดเผือด มือปิดปากแน่น

 

ฉัน… ฉันเห็นแล้ว ฉันเห็น… ฉันเห็นทั้งหมด”

 

ใบหน้าของเธอเลื่อนลอย ราวกับถูกฉาบด้วยความสิ้นหวัง

 

เลียมกับฉันลุกพรวดขึ้นพร้อมกัน วิ่งไปที่หน้าต่าง ฉันมองลงด้านล่าง ส่วนเลียมเงยหน้ามองขึ้นด้านบน

 

เมื่อเห็นสิ่งที่ยื่นออกมาจากแปลงดอกไม้หน้าห้องอาหาร ฉันก็เข้าใจทันทีว่าทำไมเลียมถึงไม่อยากมางานแต่งนี้ตั้งแต่แรก

 

เป็นคน

 

ชายคนหนึ่ง ยังไม่ตายสนิท ร่างกระตุกเล็กน้อย มือโบกสะบัด ริมฝีปากขยับพึมพำ

 

อึก… นิ…”

 

อะไรนะ เขาพูดอะไร

 

ฉันกำลังจะปีนออกทางหน้าต่าง แต่เลียมคว้าตัวฉันไว้แล้วส่ายหน้า

 

ชายคนนั้นหยุดหายใจแล้ว

 

ฉันมีลางสังหรณ์ว่านี่จะเป็นงานแต่งที่อัปมงคล

 

 

มื้ออาหารจบลงอย่างรวดเร็ว ไม่มีใครกินต่อได้หลังจากมีคนตกตาย แขกที่เห็นเหตุการณ์ทยอยลุกขึ้นด้วยอาการช็อก

 

เจ้าสาวที่แทบหมดสติถูกประคองออกไป เจมส์ยืนมองแผ่นหลังเธออย่างไร้เรี่ยวแรง ริมฝีปากขยับแต่ไม่มีเสียง ก่อนจะเอนพิงกรอบหน้าต่าง ใบหน้าที่เคยเป็นมิตรบิดเบี้ยวด้วยความเศร้า ถอนหายใจยาว

 

เลียม มัวร์กลับนิ่งเฉยอย่างน่าประหลาด

 

ต่างจากฉันที่รู้ว่านี่คือเกม และพยายามคิดว่ามันเป็นเพียงข้อมูล เลียมคือคนที่มีชีวิตอยู่ในโลกนี้จริง ๆ

 

เหตุการณ์มากมายอาจทำให้ความเป็นมนุษย์ของเขาด้านชาไปแล้วก็ได้

 

ฉันมองเสี้ยวหน้าเขาขณะจ้องออกไปนอกหน้าต่าง เล็บเขาเคาะกรอบไม้เบา ๆ ราวกับกำลังจัดระเบียบความคิด

 

ไม่นานเขาก็เริ่มพูด แม้เขาจะเรียกฉันว่าผู้ช่วย แต่คดีส่วนใหญ่พึ่งพาสมองที่ยากจะหยั่งถึงของเลียม ฉันชินกับการปล่อยให้กระบวนการคิดซับซ้อนของเขาไหลผ่านโดยไม่ถามมาก ฉันเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ ฟังและทึ่งกับการอนุมานอันละเอียดลออ

 

สแตรนเดน”

 

ตอนนี้ในห้องอาหารเหลือเพียงเราสามคน

 

นายรู้จักผู้ชายคนนี้ใช่ไหม”

 

เจมส์ลูบหน้าผากก่อนตอบเสียงแหบเขาเป็นน้องชายของคู่หมั้นฉัน ว่าที่น้องเขย”

 

ชื่ออะไร”

 

จัสติน เบสซง”

 

น้องชายเจ้าสาวตายก่อนวันแต่งงาน ไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่านี้อีกแล้ว

 

ฉันไม่คิดว่านี่จะเป็นการตายโดยสมัครใจ

 

แม้คนที่ถูกกดดันทางอารมณ์อาจตัดสินใจสุดโต่งได้ แต่จัสติน เบสซงไม่แสดงท่าทีเช่นนั้น

 

การแต่งกายเรียบร้อย เล็บมือสะอาด กลัดดอกไม้ที่อกเสื้อ เหมือนกำลังลองชุดสำหรับพิธีแต่งงาน ขณะที่คนอื่นแต่งตัวลำลอง

 

ทำไมเขามาช้า” เลียมถาม

 

เรามาถึงทีหลัง คนอื่นต้องมาก่อน โดยเฉพาะครอบครัวเจ้าสาวที่ควรเตรียมงาน

 

เจมส์กลอกตานึกย้อนเขาบอกว่าจะไปหาอะไรบางอย่าง บอกว่ามีของจะให้คริสตีน… ตอนนั้นฉันก็คิดอย่างนั้น แต่ตอนนี้…”

 

ฉันฟังบทสนทนา สลับมองเลียมกับเจมส์ไปมา

 

ประสาทสัมผัสในตัวฉันร้องเตือน

 

นี่คือการฆาตกรรม

 

ภาพดวงตาเบิกกว้างอย่างตกใจ และริมฝีปากที่พยายามพูดบางอย่างยังติดอยู่ในหัว

 

คนที่กระโดดเองมักทิ้งตัวไปข้างหน้า แม้แรงโน้มถ่วงจะพลิกร่างกลางอากาศ แต่คฤหาสน์นี้สูงเพียงสามถึงสี่ชั้น แขกคงไม่พักชั้นสี่ จึงน่าจะเป็นชั้นสองหรือสาม ความสูงแค่นั้นไม่พอให้ร่างกลับท่า

 

ขณะที่สองคนนั้นคุยกันต่อ ฉันยื่นมือไปตรวจศพ ใช้ผ้าเช็ดหน้ารองมือกันรอยนิ้ว แม้ไม่แน่ใจว่าที่นี่มีการตรวจลายนิ้วมือหรือไม่

 

ดูเหมือนนี่เป็นโอกาสเดียวที่จะตรวจร่างใกล้ ๆ เจมส์ดูไม่สบายใจกับการกระทำของฉัน แต่ฉันไม่สนใจ

 

ไม่มีร่องรอยการทำร้ายชัดเจน นอกจากรอยขีดข่วนจากกิ่งไม้ แต่ใต้เล็บมีเลือดแห้ง

 

สัญญาณของการต่อสู้

 

ถ้าสมมติฐานถูกต้อง นี่คือการฆาตกรรม

 

คนร้ายต้องมีรอยข่วนจากการต่อต้านของจัสติน

 

เขาพยายามมีชีวิต พยายามบอกบางอย่างกับฉันด้วยแรงสุดท้าย

 

ภาพนั้นทำให้ฉันนึกถึงสารวัตรเฮนรี บริกซัน ในบทแรก แม้บาดเจ็บสาหัสยังพยายามขยับเพื่อปกป้องฉัน

 

ฉันขนลุกวาบ

 

ทำไมมันถึงรู้สึกสมจริงขนาดนี้

 

ฉันส่ายหัวไล่ความคิด

 

สิ่งที่ต้องรู้ตอนนี้คือ...

 

เหมือนรู้จังหวะ ระบบอัปเดตเควสต์ทันที

 

[สืบสวนเหตุการณ์นี้ตรวจสอบห้องพักของจัสติน เบสซงระบุตัวผู้ต้องสงสัย (ความคืบหน้า: 0%)]

 

ผู้ต้องสงสัย

 

ความตึงเครียดทำให้ริมฝีปากฉันแห้ง

 

ชั้นนี้มีใครพักอีกไหม นอกจากจัสติน เบสซง”

 

ไม่มี เพื่อนเจ้าบ่าวยังมาไม่ถึง คนอื่นส่งโทรเลขบอกว่าจะมาช่วงเย็น นอกจากคนรับใช้ ก็มีแค่พวกเรา”

 

งั้นคนรับใช้ล่ะ

 

ฉันเริ่มสงสัยว่านี่อาจเป็นฝีมือคนใน

 

ใครบางคนที่จัสตินไว้ใจ เปิดประตูให้เข้า ก่อนจะต่อต้านไม่ทัน ทิ้งรอยข่วนไว้บนตัวคนร้าย

 

เลียมที่ฟังเงียบ ๆ ลูบคางแล้วเงยหน้ามอง ดูเหมือนเขาเข้าใจความคิดฉัน

 

จัดการศพก่อน นายจะยังจัดงานตามกำหนดเดิมไหม”

 

เจมส์ตอบเสียงหนักยังคงตามแผน หลังจากนั้นฉันจะรับผิดชอบ… งานศพของน้องเขย”

 

ตามใจ ถ้านั่นเป็นการตัดสินใจของนาย”

 

ฉันทิ้งให้สองคนนั้นคุยกัน แล้วกลับห้องตัวเอง อยู่ต่อก็ไม่ได้ข้อมูลเพิ่ม และฉันต้องจัดระเบียบสิ่งที่พบโดยเร็ว

 

 

ทางเดินดูเย็นกว่าก่อนหน้านี้ อาจเพราะความตาย

 

ฉันรีบกลับห้อง ล็อกประตูแน่นหนา เลียมจะส่งสัญญาณหากต้องการฉัน ดังนั้นไม่มีปัญหา

 

เมื่ออยู่คนเดียว ฉันจึงผ่อนคลายลงเล็กน้อย

 

ก่อนหน้านี้ฉันตั้งสมาธิกับทุกสิ่งรอบตัว พยายามไม่พลาดหลักฐานใด ๆ ในฐานะคนธรรมดาที่ช่างสังเกต แต่ก็พลาดได้ง่าย ฉันต้องระวังมากเป็นพิเศษ

 

ฉันพยายามจับพิรุธจากสีหน้าและคำพูด

 

การวิเคราะห์ตัวอักษรง่ายกว่า เพราะคำที่ซ้ำหรือประโยคยาวที่สุดมักเผยความตั้งใจผู้เขียน

 

แต่คำพูดปากเปล่าเหมือนสายลม ต้องอาศัยความจำทบทวนซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

ความจำอาจคลาดเคลื่อน ไม่มีเครื่องบันทึกเสียง ฉันจึงต้องเชื่อความทรงจำตัวเอง และตรวจสอบมันซ้ำ

 

ฉันเปิดสมุดบันทึก เริ่มเขียนสิ่งที่เข้าใจจนถึงตอนนี้

 

จัสติน เบสซงดูตั้งตารองานแต่ง แต่กลับตาย

 

ถูกผลักหรือ

 

ถ้าใช่ ใครเป็นคนผลัก

 

เขาเป็นชายรูปร่างผอม ต้องใช้แรงแค่ไหนจึงผลักเขาข้ามขอบหน้าต่างได้

 

สาเหตุการตาย—แรงกระแทกจากการตก หรือเสียเลือดมาก

 

แล้วฉันก็รู้สึกถึงความเย็นวาบแบบเดิมอีกครั้ง

ทุกวัน
กลับหน้าหลัก ตอนก่อนหน้า