รุ่งจิตร มีรูปร่างสง่างามอย่างที่ผู้ชายลงความเห็นกันว่า น่าฟัด นั่นแหละ เวลาเธอเยื้องย่างกรีดกราย สะโพกอันผึ่งผายมันยักย้ายเคลื่อนไหวเผาอารมณ์อย่างเหลือร้าย เอวคอดของเธอช่วยให้สะโพกผายเช้งวับจับหัวใจ
รุ่งจิตร มีรูปร่างสง่างามอย่างที่ผู้ชายลงความเห็นกันว่า น่าฟัด นั่นแหละ เวลาเธอเยื้องย่างกรีดกราย สะโพกอันผึ่งผายมันยักย้ายเคลื่อนไหวเผาอารมณ์อย่างเหลือร้าย เอวคอดของเธอช่วยให้สะโพกผายเช้งวับจับหัวใจ
ทุกสังคมในปัจจุบันไม่ว่าชนชั้นกรรมกร พ่อค้า ข้าราชการ หรือเศรษฐีมีทรัพย์ ชีวิตส่วนหนึ่งย่อมมีความต้องการซึ่งอยู่เหนืออำนาจแห่งการยับยั้ง นั่นคือ กามารมณ์ ผู้ชายก็เสาะแสวงหาผู้หญิงมากกกอด ผู้หญิงก็ปรุงแต่งเสริมสวยเพื่อให้ผู้ชายชอบโดยมุ่งหวังที่จะหาความสุขทั้งทางกายและทางใจ เมื่อชายหญิงมาในทิศทางที่ตรงกันหรือมาในจังหวะเดียวกันอย่างนี้ เรื่องที่จะเล่นเสียวกันมันก็ง่ายสมความปรารถนา ไม่ต้องเที่ยวปลุกปล้ำข่มขืนชำเราให้เกิดเรื่องเหม็นคาวฉาวโฉ่เป็นข่าวอร่อยในหน้าหนังสือพิมพ์
รุ่งจิตร มีรูปร่างงามสง่า งามอย่างที่ผู้ชายลงความเห็นกันว่า "น่าฟัด" นั่นแหละ เวลาเธอเยื้องย่างกรีดกราย สะโพกอันผึ่งผายมันยักย้ายเคลื่อนไหวเผาอารมณ์อย่างเหลือร้าย เอวคอดของเธอช่วยให้สะโพกผายเช้งวับจับหัวใจ ทรวงอกเต่งตึงอวบพุ่งชูชันชวนให้เก็บเอาไปนอนฝันว่าไซ้จมูกลงจูบสูดกลิ่นหอมละมุนเข้าไปเต็มปอดแล้วลืมระบายลมหายใจออกจนแทบจะขาดใจตาย ดวงหน้าสวยมีเสน่ห์ร้อนแรง ดวงตาหยาดเยิ้ม ขนตางอนงามขับความหยาดเยิ้มของดวงตาให้มีเสน่ห์ยิ่งขึ้น ริมฝีปากหนาท้าจูบ
รุ่งจิตรมีอายุเพียงยี่สิบสอง ใคร ๆ เรียกเธอว่าพยาบาลสาวผู้ทรงเสน่ห์ แม้ว่าเธอจะแต่งงานแล้วกับนายแพทย์ทรงชัย สามีหนุ่มวัยยี่สิบเจ็ด ซึ่งรักกันมาตั้งแต่เขายังเป็นนักศึกษาแพทย์และเธอเป็นนักเรียนพยาบาล
หมอทรงชัย เป็นคนที่มีเพื่อนฝูงมาก ชลิต เป็นคนหนึ่งในจำนวนนั้นที่หมอรักมากที่สุด ชลิตเป็นคนประหลาด คือหัวเราะได้ทั้งวัน ทั้ง ๆ ที่บางวันก็มายืมเงินใช้ แต่ชลิตก็พูดไปหัวเราะไปแล้วก็ขอยืมเป็นการส่งท้าย และเขาก็ได้ไปทุกครั้งอย่างสบายมาก
วันหนึ่ง หลังจากเอาเรื่องไม่เป็นเรื่องและเรื่องเป็นเรื่องที่ล้วนแต่สัปดนมาเล่าให้หมอหนุ่มผู้เป็นเพื่อนฟังแล้ว ชลิตก็ขอยืมเงิน ซึ่งเขาก็ให้ไปด้วยความเต็มใจ เพราะให้ไปทุกครั้งชลิตก็เอามาใช้ให้ตามกำหนดทุกที
"แกเป็นอะไรถึงได้ร้อนเงินนักวะ ชลิต"
เขาถามหลังจากนับเงินให้ไปแล้ว ชลิตหัวเราะเสียก่อนตามแบบฉบับของเขาแล้วจึงตอบ
"ทนไม่ไหวว่ะ"
"ทนอะไรไม่ไหว สินค้าขึ้นราคา..."
ชลิตส่ายหน้า
"ไม่ใช่"
"งั้นอะไรล่ะ"
"อยากทีไร ไม่มีเงินสักที"
หมอหนุ่มขมวดคิ้วมองหน้าเพื่อนรักอย่างสงสัย ไม่แน่ใจว่า คำว่าอยากหมายถึงอะไร
"แกอยากอะไรล่ะ ของที่เขาอยากกันน่ะ มันมีตั้งหลายอย่าง"
ชลิตหัวเราะเสียงดัง
"แต่ของที่คนเขาอยากกันน่ะ มันไม่เหมือนกันกับที่กันอยากโว้ย ไอ้หมอ"
"ว้า..แกนี่ยิ่งพูดยิ่งน่าเตะ ก็พูดมาซิวะว่าแกอยากอะไร"
"อยากนอนกับผู้หญิงว่ะ"
ชลิตตอบหน้าตาเฉย หมอทรงชัยถอนหายใจยาว
"โธ่เอ๊ย ไอ้ชลิต..ทำเสือกตอบให้มันยากอยู่ได้ บอกมาตรง ๆ ก็หมดเรื่องร้อยนึงหรือแปดสิบก็มีถมไป"
"มันไม่ครบเครื่องว่ะ"
"เอาอีกแล้ว..อะไรของแกอีกว่ะ ไอ้ครบเครื่องน่ะ"
"คือว่า..วิธีจะนอนของกันน่ะมันแปลกใหม่และพิสดารซึ่งล้วนแต่เป็นความสุขสุดยอด แต่คนส่วนมากเขาอาย เขาทำกันไม่ได้ บางคนพอกันบอกว่า กันเอาเงินไปทำอะไรเขาก็ว่ากันบ้า ไม่สะอิดสะเอียนหรือไงบ้าง ไม่ขยะแขยงหรือไงบ้าง"
"เอาเถอะน่า ไอ้ที่แกพูดมาทั้งหมดนี่น่ะ มันเป็นยังไงวะ"
ชลิตยื่นหน้าเข้าไปกระซิบ พอได้ยิน ทรงชัยก็ทำหน้าเบ้
"อ้ายบ้า..แก"
"กันนึกแล้ว ว่าแกจะทำหน้าเหมือนโดนผีหลอก.."
ว่าแล้วชลิตก็หัวเราะอย่างขบขัน
"โธ่...หัวเราะอยู่ได้ แกมันคนนะโว้ย ไม่ใช่หมา"
"คนนั่นแหละ สะเด็ดสะเด่านัก แกเชื่อกันเถอะวะหมอ ลองครั้งเดียว พรุ่งนี้แกต้องวิ่งไปกราบกัน"
หมอหนุ่มถอนหายใจ เขารู้สึกว่าอะไร ๆ ที่เพื่อนบอกนั้นมันแสนที่จะพิลึกพิลั่น
"แล้วก็พวกผู้หญิงหาเงินทั้งนั้น วันหนึ่ง ๆ ผ่านผู้ชายเป็นสิบ ๆ คน สกปรกตายห่า"
"แกมันโง่ เย่อแต่เมียคนเดียว ลองไปเย่อผู้หญิงอื่นมั่งซิวะ จะได้รู้ว่าเดี๋ยวนี้เขาก้าวหน้าไปถึงไหนกันแล้ว"
"ก้าวหน้ายังไงมันก็ผู้หญิงหาเงินนั่นแหละ"
"ที่ไม่หาเงินก็เยอะแยะ ของพรรค์นี้เขาเรียกว่ามีขาประจำโว้ย"
ทรงชัยทำคอย่น
"แกนี่ร้ายจริง ๆ...เมื่อไรจะแต่งงานเสียทีวะ มัวแต่สนุกนอกบ้าน ระวังเถอะ จะเป็นโรคกะหรี่"
"มีเพื่อนเป็นหมอ เมียเพื่อนก็เป็นพยาบาล ถ้าเป็นโรคก็รักษาฟรีอยู่แล้วนี่หว่า"
"เออ..ดี เชิญตามสบาย แล้วที่กันถามว่าเมื่อไรจะแต่งงาน แกทำไมไม่ตอบ"
"กำลังหาอยู่"
"อย่าช้านักล่ะ ระวังจะมีลูกเอาเมื่อแก่"
"ก็ดีเหมือนกัน แก่ตายก่อนลูก จะได้ไม่ต้องเลี้ยงลูกให้ลำบาก ว่าแต่แกเถอะ แต่งตั้งปีแล้วยังไม่มีลูก มัวทำอะไรอยู่"
"กันเป็นหมัน"
ชลิตดีดมือดังแปะ
"บ๊ะ..ก็สบายนะซี ไปหยอดน้ำอร่อยที่ไหนก็ไม่ต้องห่วงว่าผู้หญิงจะท้องโย้"
"ช่างเถอะ กันไม่เจ้าชู้อย่างแกนี่หว่า"
"คนไม่เจ้าชู้เขาเรียกว่าคนโง่ ของดี ๆ ไม่กินดันไปกินของที่ไม่อร่อย"
"แกรู้ได้ยังไง ว่าเมียกันไม่อร่อย"
ชลิตมองหน้าทรงชัยแล้วหัวเราะหึ ๆ
"มันจะไปอร่อยได้ยังไงวะ ในเมื่อเมียแกไม่มีประสบการณ์"
"ถุย..ของพรรค์นี้ถึงไม่มีประสบการณ์ พวกหมอพยาบาลเขาก็เรียนรู้กันมาแล้วทั้งนั้น ประสบการณ์ไม่จำเป็น"
"นั่นแหละ เขาว่าสิบรู้ไม่เท่าเคย สิบลูกเขยไม่เท่าพ่อตาละวะ"
ชลิตโต้หัวเราะไปอย่างคนที่มีดีเหนือกว่า
"เอาเถอะ ถ้าแกไม่กล้าทดลองกับผู้หญิงอย่างว่า ลองกับเมียแกก็ได้ เชื่อกันเถอะน่า"
ชลิตคะยั้นคะยอให้หมอทรงชัยลองเล่นเสียวอย่างพิสดารตามแบบฉบับที่ตนชอบ แต่ถูกปฎิเสธเด็ดขาด
"ถ้าแกไม่เชื่อกัน แล้วอย่าเสียใจทีหลังนะ อ้ายหมอ"
"ไม่"
ทรงชัยตอบเสียงสะบัด
"แต่แกน่าจะคิดดู บอกเธอหน่อยว่า มันก็เหมือนกับเธอกำลังดูดไอสครีมแท่ง"
"ไอ้ห่า..พอแล้ว ไม่ต้องเสือกมาสอน"
หมอหนุ่มขึ้นเสียง ชลิตเลยเสียงอ่อยลง
"ไม่ก็ไม่ซิวะ ทำไมต้องแหกปากร้องด้วย"
"ก็แกเสือกมาสอนนี่หว่า เมียกันนะโว้ย ไม่ใช่หมา"
"ถ้าเป็นหมา เรื่องอะไรกันจะต้องมาแนะนำแกล่ะ ตามใจแก กันไปล่ะ ก่อนจะไปขอพูดอีกหน่อย..ลองชิมสักนิดก็ยังดีนะ ถ้าไม่ถูกใจก็เลิกเสียก็สิ้นเรื่อง.."
ว่าแล้ว ชลิตก็ลุกขึ้นเดินออกจากบ้านไปด้วยท่าทางของชายหนุ่มผู้มีประสบการณ์ในเรื่องผู้หญิงอย่างเต็มที่
เมื่อชลิตไปแล้ว หมอหนุ่มก็หวนกลับมาคิดถึงคำพูดแนะนำของชลิต ที่จริงเขาเองก็เป็นนายแพทย์ เคยเรียนและเคยอ่านหนังสือหรือตำราของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลายเล่ม แต่ละเล่มก็มีวิธีแนะนำเอาไว้ต่าง ๆ กันและก็ลงเอยอย่างเดียวกันทั้งนั้น ซึ่งเขาบอกกับตัวเองว่า มันเป็นวิธีของคนที่มีอารมณ์กามวิตถารมากกว่า
รุ่งจิตรเดินเข้ามาในห้องเมื่อไม่เห็นชลิต ก็ถาม
"คุณชลิตกลับไปแล้วหรือคะ"
ทรงชัยพยักหน้า
"เมื่อกี้ได้ยินคุยกันเรื่องอะไรคะ"
"เออ...มันเป็นเรื่องของผู้ชาย ผู้หญิงไม่ควรจะรู้หรอก"
คำพูดของเขายิ่งทำให้เธอเพิ่มความกระหายอยากรู้มากขึ้น
"ผู้หญิงเป็นยังไงคะหมอ..ถ้าหมอไม่บอกฉันจะทุบเดี๋ยวนี้"
รุ่งจิตรถามอย่างกระฟัดกระเฟียดพลางเงื้อกำปั้นทำท่าจะประเคนเข้าที่กลางอกของเขา ทรงชัยยกมือปิดชุลมุนวุ่นวาย
"อย่านะรุ่ง หมอบอกว่าอย่า"
เธอยกมือค้างไม่ยอมลดลงแล้วทำท่าขู่จะทุบอกพร้อมกับพูดว่า
"ถ้าหมอไม่บอกฉันจะทั้งทุบทั้งข่วนให้หน้าเป็นรอยไม่กล้าไปเข้าเวรพรุ่งนี้เชียว หมอต้องบอกฉันนะ"
เขาทำสีหน้าอึดอัด
"หมอบอกแล้วว่า มันเป็นเรื่องของผู้ชาย
"เรื่องของผู้ชายเป็นยังไงล่ะ ผู้หญิงรู้ไม่ได้หรือไง บอกมานะ"
เธอคาดคั้น หมอหนุ่มถอนหายใจยาว รู้สึกลำบากใจที่จะเล่าเรื่องที่เขาโต้แย้งกับชลิต เพราะมันเป็นเรื่องสัปดนที่ผู้หญิงอย่างรุ่งจิตรไม่ควรจะรู้ เธอเพิ่งจะแต่งงานกับเขาได้ปีเดียว ยังไม่มีลูก เรียกได้ว่าเธอยังเป็นสาวและค่อนข้างจะเป็นคนมีระเบียบ ไม่ชอบเรื่องสัปดนระหว่างผู้ชายกับผู้หญิง
"เอาอย่างนี้ดีกว่า ไปกินข้าวกันเถอะ หมอหิวแล้ว"
แต่รุ่งจิตรไม่ยอมท่าเดียว
"ฉันไม่ให้หมอกินข้าวละวันนี้ ถ้าหมอไม่ยอมบอก"
"อ้าว..ทำไมงั้นล่ะ..เมียจ๋า"
"อย่ามาทำปากหวานนะ"
เธอตวาดแล้วกระเถิบร่างเข้ามาจนชิด เอามือค้ำคอเขาทำท่าบีบ
"บอกมานะ"
เขาดึงมือทั้งสองข้างของรุ่งจิตรออกจากคอแล้วยืนกรานปฎิเสธ
"บอกไม่ได้น่า ถ้าบอกได้หมอบอกคุณแล้ว เชื่อซี"
"ฉันไม่เชื่อ หมอต้องบอก ไม่งั้นหมอไม่ได้กินข้าว"
เธอกระแทกเสียงอย่างเอาจริงเอาจัง ทรงชัยครางออกมาอย่างอ่อนอกอ่อนใจและหลังจากที่นิ่งอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็สารภาพออกมาเบา ๆ