Your Wishlist

หลังจากจีบผิดคน ข้ากลายเป็นคนโปรดของตัวร้าย (บทที่ 2: เปิดรากวิญญาณ)

Author: ฉวี่จืออี้ / BuaElla แปล

จำนวนตอน : Ongoing

บทที่ 2: เปิดรากวิญญาณ

  • 16/02/2568

ชางเจว๋ประหลาดใจไม่น้อย แต่เมื่อเห็นหญิงสาวตรงหน้ากำลังยิ้มกริ่ม นางกล่าวว่า "ข้าทำในสิ่งที่ต้องทำแล้ว คราวนี้ถึงเวลาที่เจ้าจะทำตามสัญญาแล้ว"

 

ที่จริงแล้ว หยุนซูไม่ได้ไว้ใจใครง่าย ๆ แต่ไฟโลกันตร์นรกนั้น ไม่เพียงแต่ทรงพลัง แต่ยังมีอำนาจทำลายล้างมหาศาล หากพลาดเพียงนิดเดียว มันอาจเผาร่างกายอันบอบบางของนางเป็นเถ้าธุลีได้ในพริบตา

 

แม้ชางเจว๋จะไม่รู้จักนางมาก่อน แต่ตอนนี้ เขาจำเป็นต้องพึ่งพานางเพื่อรักษาบาดแผล

 

ผลประโยชน์… มั่นคงกว่าความรู้สึกเสมอ

 

ชางเจว๋กลั้นความตกใจในใจ เขาลุกขึ้นยืน ทันใดนั้น สายตาของหยุนซูก็มืดลงไปชั่วขณะ เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้านางก็อยู่ในชุดเรียบร้อยแล้ว

 

ชุดคลุมสีขาวที่เขาสวม มีปกสูงเล็กน้อย ปกปิดเรือนร่างกำยำอย่างแนบเนียน บริเวณชายเสื้อปักลวดลายทองประณีต ทำให้บุคลิกของเขาดูสูงส่งและสง่างาม

 

หากสถานการณ์ไม่ใช่เช่นนี้ หยุนซูคงอยากผิวปากแซวเล่น

 

ชางเจว๋ไม่สนใจสายตากรุ้มกริ่มของหยุนซู เขากล่าวตรง ๆ ว่า "ลุกขึ้น ข้าจะเปิดรากวิญญาณให้เจ้า"

 

"ตกลง!"

 

ริมบ่อน้ำพุร้อน หยุนซูนั่งขัดสมาธิ นางหลับตาลงและเพ่งจิตเข้าไปในตันเถียนของตนเอง

 

ภายในตันเถียนอันมืดมิด มี รากวิญญาณสิบเส้นที่ดูคล้ายหญ้า พวกมันล้วนแห้งแล้งและไร้แสงเรืองรอง

 

"…?"

 

เครื่องหมายคำถามผุดขึ้นในหัวของหยุนซู

 

เดิมทีนางใช้พลังจิตวิญญาณฟื้นฟูร่างกาย แต่กลับไม่รู้ว่าพลังจิตวิญญาณนั้นสามารถทำให้เกิดรากวิญญาณธาตุอื่นขึ้นมาได้ด้วย

 

หยุนซ่วงซวี ซึ่งเป็นร่างเดิมของนางนั้น มีเพียงรากวิญญาณสายลมเพียงเส้นเดียวเท่านั้น

 

ลำดับชั้นของการบำเพ็ญตบะในทวีปชางเสวียน

(จากต่ำไปสูง)

  1. นักวิญญาณ (
  2. จอมวิญญาณ
  3. ปรมาจารย์วิญญาณ
  4. ปราชญ์วิญญาณ
  5. ราชาวิญญาณ
  6. จักรพรรดิวิญญาณ
  7. จอมราชันวิญญาณ

แต่ละระดับแบ่งออกเป็น เก้าขั้น เมื่อถึงขั้นเก้าแล้วจึงสามารถเลื่อนระดับได้

รากวิญญาณแบ่งออกเป็น 5 ธาตุหลัก

  • ทอง
  • ไม้
  • น้ำ
  • ไฟ
  • ดิน

และ 5 ธาตุแปรผัน

  • แสงสว่าง
  • ความมืด
  • สายลม
  • น้ำแข็ง
  • สายฟ้า

คุณภาพของรากวิญญาณมีลำดับจากสูงไปต่ำ
สวรรค์ → ดำ → ดิน → เหลือง และ ระดับศักดิ์สิทธิ์ ที่เป็นตำนาน

 

หยุนซ่วงซวีเดิมทีมีรากวิญญาณศักดิ์สิทธิ์สายลม ระดับการบำเพ็ญตบะอยู่ที่ขั้นเจ็ดของปรมาจารย์วิญญาณ นับเป็นอัจฉริยะที่ไม่มีใครเทียบ

 

แต่น่าเสียดายที่นางถูกขุดรากวิญญาณออกไป พลังการบำเพ็ญพินาศสิ้น

 

หยุนซูสูดลมหายใจลึก นางนั่งขัดสมาธิ พลิกตัวให้หลังเปลือยเปล่าอยู่ต่อหน้าชางเจว๋โดยไม่ลังเล

 

แผ่นหลังของหญิงสาว บอบบางราวกับว่าลมพัดเพียงนิดเดียวก็น่าจะปลิวไปได้

 

ชางเจว๋จ้องมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะย่อตัวลง วางปลายนิ้วแตะลงบนต้นคอด้านหลังของนาง

 

คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ในใจเต็มไปด้วยความสับสน

 

"ผิวของสตรีทุกคน... ให้ความรู้สึกแบบนี้เองหรือ"

 

วินาทีต่อมา กระแสพลังวิญญาณอันบริสุทธิ์ แทรกซึมเข้าสู่กระดูกต้นคอของหยุนซู ก่อนกระจายไปทั่วเส้นลมปราณทั่วร่าง

 

ความอบอุ่นอ่อนโยนไหลเวียนไปทั่วร่างกาย ทำให้หยุนซูรู้สึกราวกับว่ากำลังล่องลอยอยู่ในแดนเซียน

 

แม้พลังวิญญาณของชางเจว๋จะเข้มข้นมหาศาล แต่มันก็ควบคุมได้อย่างดี ทำให้หยุนซูอดไม่ได้ที่จะยิ้มมุมปาก

 

เมื่อรากวิญญาณเริ่มปรากฏขึ้น ตันเถียนที่เคยว่างเปล่ากลับเต็มไปด้วยชีวิตชีวา

 

ในนั้น มีรากวิญญาณสามเส้นที่เปล่งประกาย ได้แก่ ไฟ, ไม้ และลม

 

ชางเจว๋เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

 

จากสิบเส้น มีเพียง สามเส้นที่ตื่นขึ้น ส่วนอีกเจ็ดเส้นถูกปิดผนึก

 

แต่แค่สามเส้นนี้ ก็ทำให้หยุนซู แข็งแกร่งกว่าผู้ฝึกตน 99% บนทวีปนี้แล้ว

 

พิธีเปิดรากวิญญาณสำเร็จลุล่วง เมื่อหยุนซูลืมตาขึ้น ประกายสีแดงเข้มในดวงตาของนางฉายแววพึงพอใจ

 

ถึงจะยังไม่แข็งแกร่งเท่าหยุนซ่วงซวีที่ฝึกฝนมาตั้งแต่เด็ก แต่หยุนซูก็ ใช้เวลาเพียงชั่วพริบตาเพื่อเปิดรากวิญญาณของตนเอง

 

กระนั้น ในตันเถียนของนางยังมีรากวิญญาณสีเทาเจ็ดเส้น

 

หยุนซูหันไปมองชายหนุ่มตรงหน้า "ตันเถียนของข้ามีปัญหาอะไรหรือ"

 

"ถูกผนึกไว้"

 

ชางเจว๋มั่นใจแล้วว่า หญิงสาวผู้นี้ไม่ใช่คนธรรมดา มิฉะนั้น สวรรค์คงไม่ตราหน้าผนึกเอาไว้ถึงเพียงนี้

 

"แล้วต้องแก้ไขอย่างไร"

 

ชางเจว๋ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบว่า "ผนึกนี้ต้องใช้บุญกุศลสะสม"

 

หยุนซูขมวดคิ้ว "ต้องทำความดีงั้นหรือ?!"

 

ปกติแล้วในนิยายที่นางเคยอ่าน ผนึกแบบนี้ต้องให้ปรมาจารย์ปลดผนึกให้

 

"ข้าต้องทำความดีเพื่อคลายมัน"

 

"ช่างเป็นวิธีที่แปลกเสียจริง"

 

"แล้วต้องทำกี่ความดีถึงจะเพียงพอ"

 

ชางเจว๋ขมวดคิ้วเล็กน้อย "ข้าไม่รู้"

 

"เฮ้อ ช่างเถอะ"

 

หยุนซูถอนหายใจพลางยื่นมือไปทางชางเจว๋ "เอาเสื้อผ้ามาให้ข้าสิ"

 

เมื่อเห็นผิวขาวเนียนของนาง ชางเจว๋ไอเบา ๆ หันหน้าหนีอย่างไม่รู้ตัว ก่อนจะหยิบเสื้อชุดหนึ่งออกจากมิติของตน

 

"ไม่มีเสื้อผ้าสตรี เจ้าต้องใส่ของบุรุษไปก่อน"

 

หยุนซูรับเสื้อผ้ามาถือไว้ ก่อนจะจ้องชายหนุ่มตรงหน้า

 

"ว่าแต่... เจ้าถอยออกไปหน่อยดีไหม"

 

ชางเจว๋ชะงักไป ก่อนจะเข้าใจถึงสิ่งที่นางหมายถึง ใบหูของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงทันที

 

"ช่างไร้เดียงสาเสียจริง"

 

ทันทีที่พูดจบ ร่างของเขาก็หายวับไปจากที่เดิม

 

หยุนซูหัวเราะคิกคัก...

 

กลับหน้าหลัก ตอนก่อนหน้า ตอนถัดไป