พลายแก้วก็ได้เห็นภาพ นางทองประศรี มารดาของตน กำลังถูกบิดาของตนทำร้าย จริงๆ โดยบิดาของตนเอาทวนเนื้อ แทงเข้าไปในตัวของมารดาตน จนมิดด้ามทุกๆ ครั้ง แถมทุกๆ ครั้งยังมีการกัดฟัน ขบกราม และคำรามเบาๆ ออกมา
พลายแก้วก็ได้เห็นภาพ นางทองประศรี มารดาของตน กำลังถูกบิดาของตนทำร้าย จริงๆ โดยบิดาของตนเอาทวนเนื้อ แทงเข้าไปในตัวของมารดาตน จนมิดด้ามทุกๆ ครั้ง แถมทุกๆ ครั้งยังมีการกัดฟัน ขบกราม และคำรามเบาๆ ออกมา
"ไอ้มั่น เอ็งลงไปดูซิว่าใครมา รีบๆ ลงไป เดี๋ยวหมามันรุมฟัดตายห่า"บ่าวชาย ก็เดินลงมาที่ด้านหน้าเรือน แล้วพบว่ามีสามเณรรูปหนึ่งรออยู่ด้านหน้าจึงคุกเข่าลงถาม
"พระคุณเจ้าขอรับ พระคุณเจ้ามาหาใครหรือขอรับ"สามเณรพลายแก้วก็ตอบอย่างสำรวมว่า
"นายมั่น นี่นายมั่นจำอาตมาไม่ได้หรอกหรือ อาตมาคือพลายแก้วลูกของแม่ทองประศรีอย่างไรเล่า"
นายมั่นจ้องดูสักพักก็จำได้ รีบนิมนต์สามเณรพลายแก้วมานั่งรอที่ในเรือนด้านหน้าก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปเรียนนายหญิงว่าสามเณรพลายแก้วมา พอนางทองประศรีได้ฟังดังนั้น ก็ดีใจยิ่งนัก รีบลุกขึ้นจนบ่าวไพร่ที่กำลังนวดให้อยู่ หงายหลังหน้าคะมำกันไปตามๆ กันนางทองประศรีรีบเดินมาจนถึงเรือนด้านหน้า พอพบหน้าลูกชายก็รู้สึกดีใจจนน้ำตาไหล เนื่องด้วยบารมีแห่งผ้าเหลืองที่สวมอยู่ ทำให้นางรู้สึกเลื่อมใสยิ่งนัก นางก้มลงกราบสามเณรพลายแก้วแล้วถามไถ่ทุกข์สุขของลูกชายด้วยความรักและเป็นห่วง ด้วยจากกันมานานถึง 3 ปี สามเณรพลายแก้วจึงบอกกับมารดาว่า ตนจะต้องเดินทางไปยังวัดป่าเลไลย์ เพื่อไปเรียนวิชาเพิ่มกับหลวงตาปู่คง สมภารแห่งวัดป่าเลไลย์นั้น และจะไปตั้งแต่วันพรุ่งนี้ ทำให้นางทองประศรีปลาบปลื้มยินดีอย่างมาก และบอกกับสามเณรพลายแก้วว่า หลวงปู่คง แห่งวัดป่าเลไลย์นั้น คืออาจารย์เก่าของขุนไกรพลพ่าย ผู้เป็นบิดานั่นเอง ยังความยินดีให้กับสามเณรพลายแก้วยิ่งนัก เมื่อคุยไต่ถามทุกข์สุขกันจนหายคิดถึงแล้ว สามเณรพลายแก้วก็ลาจากนางทองประศรีผู้เป็นมารดาเพื่อเดินทางไปยังวัดป่าเลไลย์ จังหวัดสุพรรณบุรี โดยพลัน
มาจะกล่าวถึงเด็กชายช้าง ซึ่งก่อนที่มารดาของเขาคือ นางเทพทองจะตั้งท้องเขานั้น ได้ฝันว่ามีช้างพลายตัวหนึ่ง ได้วิ่งเข้ามาหานาง และจับนางเสพสมด้วย นางยังจำได้ดีถึงรสชาติอันซาบซ่านที่นางได้รับจากควยอันยาวใหญ่ดำมะเมื่อม ที่กระแทกเข้าสู่รูหีของนางเป็นจังหวะเร่าร้อน
จนทำให้นางถึงจุดได้อย่างรวดเร็ว และตื่นขึ้นมาเหงื่อท่วมตัว หัวนมแข็งเป็นไต ร่องหีฉ่ำเยิ้มด้วยน้ำเงี่ยน ด้วยความตื่นเต้นจากความฝันอันพิสดารนั้น ซึ่งนางไม่เคยได้เล่าความฝันอันนี้ให้ใครได้พังเลยแม้แต่สามีของนางขุนศรีวิชัย จวบจนกระทั่งวาระสุดท้ายของเขามาถึง
เด็กชายช้างนั้นเมื่อตอนแรกเกิดนั้น สิ่งแรกที่หมอตำแยได้เห็นคือ หัวอันล้านเลี่ยนเหมือนดังกับใครเอามีดโกนมาโกนออกไว้จนไม่มีผมขึ้นเลย และยังพบเห็นกับความพิกลพิการของเด็กชายช้าง อันส่งให้พ่อคือขุนศรีวิชัย และแม่คือนางเทพทอง ต้องจ่ายเงินให้หมอตำแยไปมากหลายและกำชับว่าอย่าบอกใครถึงความพิกลพิการนี้ ของเด็กชายช้าง และพยายามสอนเด็กชายช้างให้ปกปิดความผิดปกตินี้ไว้อย่างมิดชิด ไม่ให้ใครรู้
ในช่วงก่อนเหตุการณ์ที่ชุนศรีวิชัยจะโดนโจรฆ่านั้น ขุนศรีวิชัยได้นำเด็กชายช้าง เดินทางไปเข้าเฝ้าสมเด็จพระพันวษา เพื่อจักได้ฝากตัวเข้าเป็นมหาดเล็ก เมื่อสมเด็จพระพันวษาได้เห็นตัวของขุนช้างเท่านั้น ก็ทรงพระสรวลออกมาอย่างมากมาย จนกระทั่งพระพักตร์กลายเป็นสีแดง และหอบหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อยจากการทรงพระสรวลรอบใหญ่ที่สุดในชีวิต
หลังจากที่ท่านพักหายใจจนหายหอบแล้วสมเด็จพระพันวษาจึงโปรดแต่งตั้งให้เด็กชายช้างได้เข้ามาอยู่ในวัง โดยมอบให้อยู๋ในความดูแลของหม่อมชดช้อยไปก่อนหม่อมชดช้อยเป็นสตรีวัยกลางคน ซึ่งเป็นหม่อมของพระเจ้าแผ่นดินพระองค์ก่อน หม่อมชดช้อยแม้จะย่างเข้าสู่วัยกลางคนแล้ว แต่กลับยิ่งทำให้นางทรงเสน่ห์มากยิ่งขึ้น ด้วยเรือนร่างอันสูงสง่า หน้าอกหน้าใจอันใหญ่โตตั้งเต้า พุ่งชี้ชัน เอวคอดกิ่ว สะโพกผายกว้าง แบบที่เขาเรียกว่าสะโพกสุดเสียงสังข์ ยามเยื้องย่างกรายเหมือนดังกับย่ำไปบนหัวใจของหนุ่มๆ หรือแม้แต่แก่ๆ ก็ไม่เว้น
เวลาที่นางชม้ายมองผ่านมา ยิ่งทำให้หม่อมชดช้อยเพิ่มความภาคภูมิใจในความงามของตนเป็นอย่างยิ่ง ที่พักของหม่อมชดช้อยนั้น สวยงามอยู่ด้านตะวันตกชองพระราชวัง ปลูกสร้างด้วยไม้สักทองทั้งหลัง ร่มรื่นไปด้วยเงาไม้ และด้านหน้ายังมีคลองเล็กไหลผ่านน้ำใสสะอาด เวลาว่างๆ จะมีสาวๆ มานั่งเล่นกันที่ศาลาที่สร้างไว้อยู่ที่ริมคลองเล็กๆ นี้ และบางครั้งก็จะมาอาบน้ำ เล่นน้ำกันที่ในคลองนี้กันเสมอๆ
เด็กชายช้างนั้น ขณะที่พ่อนำมาฝากเอาไว้ที่วังนั้น เพิ่งมีอายุเพียง 9 ขวบเท่านั้น ดังนั้นบรรดาสาวๆ ที่อยู่กับหม่อมนั้นก็ไม่ใคร่จะระวังตัวกันเท่าไหร่ คงเห็นว่าเจ้าหัวล้านนี่ยังเป็นเด็กอยู่ ไม่รู้เรื่องอะไรหรอก บางครั้งเวลาที่ไปเล่นน้ำก็จะลากเอาเด็กชายช้างนี่แหละ ไปดูต้นทางให้ เด็กชายช้างนั้นตอนแรกๆ ก็ดูต้นทาง แต่ตอนหลังกลับหันไปดูสาวๆ แทน สาวๆ บางคนเห็นว่ามีคนดูต้นทางให้แล้วก็ยิ่งวางใจไม่ระวัง เล่นกันจนผ้าผ่อนหลุดลุ่ย บางคนถึงกับแก้ผ้าเดินกัน เด็กชายช้างดูไปสมุนคู่ใจก็ชี้ตั้งไป โหอะไรจะเป็นความสุขปานนั้น
จนกระทั่งวันหนึ่ง ถือเป็นจุดหักเหในชีวิตของเด็กชายช้าง เนื่องด้วยในวันนั้นจะมีการฉลองวันลอยกระทง ดังนั้นหม่อมชดช้อยและสาวๆ จึงได้เตรียมอาหารและการแสดง เพื่อไปแสดงต่อหน้าพระที่นั่ง หม่อมชดช้อยมุ่งหวังว่าการแสดงของเธอจะต้องได้รับรางวัลจากสมเด็จพระพันวษา ให้จงได้ จึงฝึกซ้อมการแสดงกันอย่างหนัก นั่นก็ทำให้พวกสาวๆ ไม่เป็นอันหลับอันนอน จนในบางครั้งตอนกลางวันก็นั่งหลับ นอนหลับกันอย่างไม่ระวัง ผ้าผ่อนหลุดลุ่ย เด็กชายช้างซึ่งในขณะนั้นย่างเข้าวัย 11 ปี หลังจากที่อยู่ในวังมา 2 ปี เขาก็มีความรู้ในเรื่องกามารมณ์ไม่น้อย กอร์ปกับ สาวๆ พวกนี้มักจับกลุ่มคุยกันด้วยเรื่องใต้สะดือกันบ่อยๆ โดยไม่ระวัง ยิ่งทำให้เด็กชายช้างซึ่งไม่มีใครสนใจ ได้รับฟังเรื่องนี้ และเกิดความรู้สึกอยากจะลองดูซักที
และแล้ว โอกาสนั้นก็มาถึง ขณะที่เด็กชายช้างตักน้ำใส่ตุ่มเสร็จ แล้วเดินกลับมายังเรือนนั้น เมื่อก้าวขึ้นเรือน เขาก็รู้สึกว่าวันนี้เรือนทำไมเงียบจัง ไม่มีเสียงใครเลย ไปไหนกันหมดนะ เมื่อเขาเดินเข้ามายังห้องชั้นใน ก็เห็นพวกสาวๆ นอนหลับกัน ผ้าผ่อนหลุดลุ่น ทั้งนม ทั้งหี โผล่ออกมากันสลอนกันไปหมดเด็กชายช้างยืนมองภาพเหล่านั้นเหมือนดังต้อง มนต์สะกด จากนั้นความอยาก ความต้องการ ทำให้เขาค่อยก้มตัวลงมาเพื่อดูหีให้ชัดๆ ว่าเป็นยังไง เมื่อดูแล้วก็ขอจับหน่อยเหอะว่ามันเป็นยังไง เขาจึงยื่นมือออกไปเพื่อจับโคกหีตรงหน้าซึ่งมีเส้นหมอยบางๆ ละเอียด คลุมบางๆ ข้างหน้า แล้วก็ลูบไปมา ขยำเบาๆ อือ มันนุ่มมือดีแฮะ อ้อ ตอนที่เขาคุยกันเขาว่าถ้าเราเอาลิ้นเข้าไปเลียเนี่ย มันอร่อยเหอะไปเลย เอ น่าจะลองนะ แล้วเขาก็ค่อยก้มลงแลบลิ้นออกมายาวเหยียด ต่ำลง ต่ำลง ต่ำลงอีก อาวว์ จะถึงแล้ว
"ไอ้ช้าง มึงจะทำอะไรหา" เสียงตวาดดังมาจากหม่อมชดช้อยซึ่งยืนท้าวสะเอว หน้าถมึงทึง ด้วยความโกรธ อยู่หน้าประตูห้องนอน
"มึง คิดจะทำอะไรเด็กกู หา กูช่วยเลี้ยงมึงมา มึงคิดจะทำอุบาทว์ บัดสียังงี้ มึงยังกล้าอีก หา ยังงี้กูจะเลี้ยงมึงอีกได้เรอะ มานี่เลยนะ มานี่เลย เข้ามาหากูในห้อง ก็ต้องเฆี่ยนมึงให้หลังขาดเลยวันนี้มึง" หม่อมชดช้อยด่า พลางเรียกเด็กชายช้างซึ่งขณะนั้น กลัวลาน ตัวสั่นงันงกด้วยกลัวความผิด ให้เดินตามนางเข้ามาในห้องนอน
เด็กชายช้างเข้ามาในห้องนอนของหม่อมชดช้อยนั่งนิ่งอยู่ด้านหน้าเตียงของหม่อม หม่อมชดช้อยก็เดินไปหยิบหวายที่ด้านนอกห้องเข้ามา พร้อมกับฟาดอย่างแรงไปที่หลังของเด็กชายช้าง เฟี้ยว ควับ เหี้ยว ควับ แต่ละครั้งนั้นสร้างความเจ็บปวดอย่างมากให้แก่เด็กชายช้าง หลังเกิดแนวแดงม่วงขึ้นทันที แต่ในความรู้สึกของเด็กชายช้างนั้น เจ็บปวดเหมือนดังกับหลังจะขาดเลยทีเดียว แต่เมื่อผ่านไปได้สักครู่ ความรู้สึกเจ็บกลับกลายไปทำให้เขาค่อยๆ รู้สึกตื่นเต้น เลือดในกายไหลไปรวมยังที่ไอ้น้องที่อยู่ในกางเกง มันพองก๋าจนกระทั่งโด่งสูงขึ้น เหมือนดังกับใครเอาสากกระเบือไปยัดไว้เลยนั่น