Your Wishlist

ขุนช้าง​ขุนแผน​ภาค​พิศดาร​ (ขุนช้าง​ขุนแผน​ nc)

Author: xxx555

พลายแก้วก็ได้เห็นภาพ นางทองประศรี มารดาของตน กำลังถูกบิดาของตนทำร้าย จริงๆ โดยบิดาของตนเอาทวนเนื้อ แทงเข้าไปในตัวของมารดาตน จนมิดด้ามทุกๆ ครั้ง แถมทุกๆ ครั้งยังมีการกัดฟัน ขบกราม และคำรามเบาๆ ออกมา

จำนวนตอน : 19

ขุนช้าง​ขุนแผน​ nc

  • 14/02/2568

ณ อีกมุมหนึ่งของเมืองสุพรรณบุรี อันเป็นที่อยู่ของพันศรโยธา และนางศรีประจัน ซึ่งเป็นพ่อค้าใหญ่ มีการค้าที่คึกคักไม่น้อย ซึ่งวันนี้เองเป็นวันที่พันศรโยธากลับมาจากการไปค้าขายที่ต่างเมืองนานถึง 3 เดือน ยังผลกำไรให้กับพันศรโยธาอย่างงาม ดังนั้นคืนนี้จึงเป็นคืนฉลองรับขวัญเมียหลังจากที่จากกันไปนาน

 

"ซี๊ดส์ พี่พันจ๋า พี่พัน น้องใจจะขาดแล้วจ๊ะ พี่จ๋า ซี๊ดส์ โอยยย เสียวจังเลย โอยยย พี่จ๋า" เสียงครวญครางดังจากปากของนางศรีประจัน อดีตคนงามแห่งเมืองสุพรรณบุรี แต่ในขณะนี้กำลังบิดกายด้วยความเสียวซ่านจากรสลิ้นของสามี ที่กำลังเลียกลีบส้มโอของนางอยู่อย่างเมามัน ทั้งดูด ทั้งไช จนน้ำเงี่ยนไหลเยิ้มเต็มออกมา

 

ไม่ไยดีที่พันศรโยธา จะดูดกลืนกินไปจนหมดสิ้น แถมยังเอานิ้วแหย่เข้าไปในร่องหลืบสีชมพูที่ฉ่ำเยิ้ม และชอนไชนิ้วไปจนทั่วร่องเสียวอย่างทุกซอกทุกมุม ปากก็ดูดเน้นไปที่แตดสีชมพูที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ สั่นระริกชูชันสู้ลิ้นของพันศรโยธา สองมือของนางศรีประจันก็บดบี้ไปที่สองเต้าขาวอล่องฉ่องที่ตั้งชูชัน นิ้วมือก็บดบี้หัวนมสีชมพูที่แข็งเด่มีขนาดเล็กกระจิดริด แต่แข็งชูสู้นิ้ว สะโพกของนางเด้งขึ้นรับตาม

 

จังหวะนิ้วของพันศรโยธาที่ชักเข้าออก และคว้านในรูหีอย่างรู้จังหวะ

 

หลังจากที่พ้นศรโยธาดูดดุนจนสาแก่ใจแล้ว ก็ลูกขึ้นยืนพลางถอดกางเกงออก ฉับพลันนั้นเจ้าใบ้หัวโต ขนาด 5 นิ้วก็โผล่ออกมาดูโลก แต่ถึงแม้พ้นศรโยธาอาจมีขนาดที่ไม่ใหญ่โตนัก แต่ด้วยความที่เขาได้เดินทางไปยังต่างเมือง และที่ต่างๆ มากมาย ก็ทำให้เขาได้พบกับนักรักมากมาย ได้รับประสบการณ์มาก และที่สำคัญก็คือ เขาได้ไปพบกับอาจารย์ผู้หนึ่งซึ่งมีวิชาการในการผ่าตัดฝังมุก และติดแผงคอม้า ซึ่งพันศรโยธาได้เห็นประสิทธิภาพมาแล้ว จึงได้ขอผ่าตัดบ้าง และครั้งนี้แหละเขาได้ลองเอามาใช้กับเมียสาวของเขาเป็นครั้งแรก

 

นางศรีประจัน เมื่อได้เห็นควยของผัวที่มีลักษณะผิดแผกไปจากปกติ ก็ตกตะลึงตาค้าง เพราะไม่เคยเห็นมาก่อนว่าทำไม่ควยของผัวจึงมีปุ่มปมไปทั่ว แถมที่ตรงหัวตรงเงี่ยงยังติดอะไรที่เป็นขนยื่นออกมา ด้วยความกลัวนางจึงหุบขาไม่ยอมให้ไอ้ของแปลกนี้มันเข้าไปในรูหีของนาง

 

แต่พันศรโยธาก็ก้มลงดูดเม้มที่หัวนมสีชมพูของนางอีกมือหนึ่งก็เอานิ้วชอนไช เข้าไปในร่องหลืบที่คับติ้วของนางและบางครั้งก็เกี่ยวโดนเอาแตดของนาง ทำให้นางศรีประจันเริ่มตาเยิ้มและมีน้ำเงี่ยนไหลออกมาจากรูหี เริ่มที่จะบิดส่ายสะโพกให้สวนกับนิ้วของพันศรโยธาที่คว้านเข้าไปในรูหีให้ถ้วนทั่ว

 

พันศรโยธานั้นเมื่อเห็นเมียรักเริ่มเคลิบเคลิ้มแล้ว ก็ค่อยจ่อหัวควยที่ได้รับการปรับปรุงใหม่เข้าไปจรดที่รูหี แล้วค่อยๆ ดันเข้าไป กลีบแคมของนางศรีประจันก็ค่อยๆ ม้วนตามหัวควยเข้าไป พอถึงส่วนที่เป็นเงี่ยงก็ทำให้นางศรีประจันสะดุ้งแล้วจับแขนของพันศรโยธาเอา ไว้แน่น เพราะมีความรู้สึกว่าปากรูหีของนางถูกขนอะไรบางอย่างมันครูด ทำให้เกิดความรู้สึกแสบๆ คันๆ เสียวๆ แปลกดี แถมพอถึงจุดที่มุกมันเข้าไปมันจะสะดุดเข้าไปถูกจุดในส่วนกระสันของนางอย่าง ทั่วถึง

 

พอพันศรโยธากดควยเข้าไปจนมิดก็เริ่มชักออก พอเริ่มที่ชักออก ไอ้แผงคอม้ามันก็เริ่มออกฤทธิ์ มันเริ่มครูดเนื้อในของนางจากด้านในสุด ออกมาจนกระทั่งแคมของนางปลิ้นติดควยออกมาเป็นสีแดงก่ำ ซึ่งมันส่งผลให้นางศรีประจันรู้สึกแสบคันในช่องเป็นอย่างยิ่ง กำลังจะอ้าปากบอกผัวรักให้หยุดเพราะนางรู้สึกแสบคันที่ในรูหี

 

พันศรโยธาก็กระแทกกลับเข้าไปดังฟุบ หนอกควยกระทบกับหนอกหีขาวสะอาดของนางดังพั่บ แล้วก็ซอยเข้าออกเข้าออก เสียงดังฟูบฟาบ น้ำเงี่ยนไหลออกมาเป็นฟองฟอด แคมหีปลิ้นเข้าออกๆ เข้าออกอย่างต่อเนื่อง ทำให้นางศรีประจันเด้งรับการกระเด้าของผัวรัก อย่างไม่กลัวหีพัง กามกิจนี้ดำเนินอย่างต่อเนื่องนานถึง 2 ชั่วโมง ทำให้นางศรีประจันรู้สึกเสียวซ่านมากที่สุดในชีวิตสาวของนาง ทั้งแผงคอม้าและมุก มันทั้งครูดทั้งสะดุดต่อมเสียวของนางอย่างต่อเนื่อง ทำให้นางถึงจุดสุดยอดอย่างที่ในชีวิตนี้ไม่เคยได้ถึงเลย และก็ถึงจุดต่อเนื่องไปอีกหลายครั้ง

 

แต่ตัวพันศรโยธาเองอยู่ๆ ก็หยุดนอนทับร่างนางแน่นิ่งไป ทำให้นางตกใจอย่างมาก รีบลุกขึ้นมาแต่งตัว และเขย่าเรียกผัวรัก แต่อนิจจาเรียกอย่างไรก็คงไม่ตื่นแล้ว เนื่องจากพันศรโยธานั้น หัวใจวายอันเนื่องมาจากการออกแรงกระเด้าเมียรักให้ถึงจุดสุดยอดเป็นครั้งแรกในชีวิตได้ จึงกระเด้าอย่างไม่คิดชีวิต จนถึงแก่ความตายในที่สุด

 

กล่าวถึงพลายแก้ว และนางทองประศรีที่ได้เดินทางอพยพมาอยู่ ณ เขาชนไก่ จังหวัดกาญจนบุรีนั้น ในช่วงแรกที่เดินทางมาถึงนั้น นางทองประศรีก็ได้มาอาศัยอยู่กับนางแก้ว ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของนาง นางแก้วถูกเลี้ยงดูมากับนางทองประศรีในตอนที่ยังเด็กอยู่ แต่ตอนนี้นางแก้วก็ได้อยู่กินกับคนจีนที่เข้ามาตั้งรกรากค้าขายอยู่ที่เมือง กาญจนบุรีนี้ ซึ่งทั้งนางแก้วและสามีของนางคือเจ๊กซุ่น ก็ได้ให้ความช่วยเหลือแก่นางทองประศรีเป็นอย่างดี โดยความช่วยเหลือของครอบครัวนี้ ทำให้นางทองประศรีได้เริ่มมีฐานะที่ดีขึ้นจนได้เป็นเจ้าของที่ดินมากมาย ที่ปล่อยให้คนได้เช่า ให้นางได้กินค่าเช่าไม่ต้องไปทำงานหาเลี้ยงลูกให้เหน็ดเหนื่อยอีกต่อไป

 

สำหรับพลายแก้วนั้น ไม่ต้องห่วงเลย เนื่องด้วยเป็นเด็กฉลาด และกตัญญู เป็นที่หนึ่ง พลายแก้วนั้นไม่ดื้อไม่ซนและขยันช่วยเหลือแม่ในการค้าขาย และเมื่อนางทองประศรีเห็นว่าฐานะของนางมั่นคงพอแล้ว นางจึงคิดจะฝากให้พลายแก้วได้ศึกษาเล่าเรียน เพื่อจะได้เป็นคนที่เก่งเหมือนกับขุนไกรพลพ่ายผู้เป็นพ่อ นางจึงเอาเรื่องนี้ไปปรึกษากับนางแก้วว่าจะให้พลายแก้วได้ไปศึกษาต่อที่ใดดี

 

นางแก้วกับสามีของนางเจ๊กซุ่น ก็ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งก็บอกว่า สมภารบุญที่วัดส้มใหญ่ มีวิชาอาคมมาก น่าจะให้พลายแก้วได้ไปศึกษากับท่านสมภารจะได้มีวิชาความรู้ติดตัว เจ๊กซุ่นก็รับปากจะไปพูดกับสมภารบุญให้เนื่องจากเจ๊กซุ่นและนางแก้ว เป็นอุบาสก อุบาสิกา ที่เคยช่วยเหลือกับทางวัดส้มใหญ่มามาก ตั้งแต่สมัยที่เริ่มสร้างวัดใหม่ๆ ซึ่งในที่สุดพลายแก้วก็ได้เข้าไปบวชเณร ซึ่งทำให้นางทองประศรีปลาบปลื้มใจเป็นอย่างมากที่ลูกชายจะได้มีวิชาความรู้ เหมือนอย่างกับพ่อที่เสียไปของเขา

 

พลายแก้วนั้น เมื่อได้บวชเป็นสามเณรกับสมภารบุญนั้นก็ได้ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน หนังสือ การคาถาอาคม และการเข้าญาณสมาธิกับสมภารบุญ ด้วยความที่เป็นเด็กใผ่รู้และฉลาดเฉลียว ทำให้พลายแก้วเป็นที่รักใคร่เอ็นดูของสมภารบุญมาก สมภารบุญจึงได้ถ่ายทอดวิชาให้จนหมดสิ้น แม้กระทั่งวิชาในการผูกควายธนู ก็ได้สอนใจแก่พลายแก้วไปจนหมดสิ้น จนกระทั่งวันหนึ่ง ท่านสมภารก็ได้เรียกสามเณรพลายแก้วมาคุยกันที่ในโบสถ์

 

"เออ เณรแก้วเอ้ย เจ้ามาอยู่กับหลวงตาได้ย่างเข้า 3 ปีแล้วนะ หลวงตารู้ว่าเจ้าเป็นเด็กดี ขยัน ไม่เกียจคร้าน หลวงตาสอนอะไรเจ้าก็เรียนรู้ได้เร็ว จนหลวงตาไม่มีอะไรจะสอนแล้ว เอาอย่างนี้ หลวงตาจะส่งเจ้าไปเรียนกับท่านสมภารคงแห่งวัดป่าเลไลย์นะ ท่านน่ะเป็นอาจารย์ของหลวงตาอีกที เจ้าจะได้เรียนวิชาเพิ่มเติม เพราะหลวงตาสมองโง่ทึบ เรียนวิชามาไม่ได้ถึงหนึ่งในร้อยของท่านอาจารย์ ถ้าเจ้าอยากที่จะไปเรียนหลวงตาจะเขียนหนังสือฝากเจ้าไปให้ ดีมั้ย"

 

สามเณร พลายแก้ว ก้มลงกราบหลวงตา และตอบเสียงเบาๆ ว่า

 

"แล้วแต่หลวงตาเถิดขอรับ เพียงเท่าที่หลวงตากรุณาผมก็รู้สึกซาบซึ้งเป็นอย่างยิ่งแล้วขอรับ"

 

หลวงตาบุญ ลูบหัวสามเณรแก้วด้วยความรักใคร่ แล้วพูด

 

"อืม เจ้ามันเป็นคนดี หลวงตายังไม่เคยรักและเมตตาใครเท่าเจ้าเลยนะ ขอให้เจ้าตั้งใจและขยันอย่างนี้เรื่อยๆ ไปล่ะ แล้วพรุ่งนี้เจ้าก็ออกเดินทางไปที่วัดป่าเลไลย์ได้เลยนะ"สามเณรพลายแก้ว ก้มลงกราบหลวงตาอีกครั้ง แล้วลาหลวงตาออกมา หลังจากนั้นสามเณรพลายแก้วก็เดินทางไปยังบ้านของมารดา เพื่อบอกกับมารดาว่าตนจะย้ายไปศึกษากับหลวงตาคง แห่งวัดป่าเลไลย์ในวันพรุ่งนี้แล้ว เมื่อเดินมาถึงหน้าบ้าน หมาหลายตัวที่นางทองประศรีเลี้ยงไว้ก็เห่าใส่สามเณรพลายแก้ว สามเณรพลายแก้วก็หลับตาบริกรรมคาถา เพียงชั่วขณะเดียว หมาเหล่านั้นก็หยุดเห่า แล้วเข้ามาเลียแข้งเลียขากันเป็นการใหญ่ ฝ่ายนางทองประศรีนั้น กำลังนอนให้บ่าวไพร่นวดอยู่ ได้ยินเสียงหมาเห่า ก็บอกกับบ่าวไพร่ว่า

14
กลับหน้าหลัก ตอนก่อนหน้า ตอนถัดไป