Your Wishlist

กำเนิดใหม่สาวนักเรียนเซียนธุรกิจ (ตอนที่ 31 - 32: มีปัญหากับครู , ข้อพิพาทระหว่างผองเพื่อน (edit ใหม่))

Author: BuaElla แปล

เธอเปรียบดั่งหุ่นเชิดของตระกูล เป็นสายลับและนักฆ่า เธอถูกหักหลังและตกลงไปในทะเล เมื่อเธอลืมตาขึ้นมา เธอกลายเป็นเด็กสาวมัธยมธรรมดาๆ เนื่องจากเกิดมาไม่มีพ่อ เธอจึงถูกญาติของเธอถากถางมาตั้งแต่เด็กจนโต และถูกรังแกจากเพื่อนร่วมชั้นเรียน แต่ตอนนี้เธอไม่ใช่คนขี้ขลาดตาขาวอีกแล้ว ใครกล้าทำร้ายเธอ เธอจะหักกระดูกพวกมัน !

จำนวนตอน : ยังไม่จบ

ตอนที่ 31 - 32: มีปัญหากับครู , ข้อพิพาทระหว่างผองเพื่อน (edit ใหม่)

  • 02/04/2564

ตอนที่ 31: มีปัญหากับครู (edit ใหม่)

 

ถึงเขาจะไม่ชอบกู้หนิง เขาก็ไม่อาจยอมรับได้ว่าเด็กสาวที่เคยรักเขามาก อยู่ๆก็เกิดไม่สนใจเขาขึ้นมา

 

ฉินเจิ้งเป็นเด็กหนุ่มที่เห็นแก่ตัว เขาชอบให้คนมาหลงรักและภูมิใจที่ตัวเองเป็นที่ชื่นชอบของสาวๆ

 

เมื่อกู้หนิงเดินเข้ามาในห้องเรียน จ้าวเฟยเฟยมองมายังเธอด้วยสายตาไม่ชอบใจ เอาจริงๆกู้หนิงก็รู้สึกเบื่อเหมือนกัน

 

หยูหมิงซีเอ่ยถามกู้หนิงทันทีที่เธอนั่งลง "กู้หนิง เป็นไง ทุกอย่างโอเคไหม?”

 

"ดี ดีมาก" กู้หนิงตอบ

 

คาบแรกของช่วงบ่ายคือภาษาอังกฤษ ครูที่สอนภาษาอังกฤษมักหาเรื่องจับผิดกู้หนิงทุกครั้งที่มีโอกาส

 

กู้หนิงรู้ว่าที่ครูทำแบบนี้นั้นมีจุดประสงค์บางอย่าง

 

ครูสอนภาษาอังกฤษ ‘เฉินหมิง’ คือลุงของเฉินจื่อเหยา เธอต้องบอกลุงของเธอเรื่องที่เธอทะเลาะกับกู้หนิงแล้ว

 

“กู้หนิง ไหนลองแปลประโยคนี้เป็นภาษาอังกฤษดูหน่อยสิ” เฉินหมิงเอ่ย

 

เป็นที่รู้กันดีในห้องว่ากู้หนิงนั้นอ่อนภาษาอังกฤษ เฉินหมิงจึงจงใจให้เธอแปลทั้งย่อหน้า แม้แต่นักเรียนที่เก่งภาษาอังกฤษในระดับสูงสุดของชั้นเรียนก็ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้

 

ถ้าใครสามารถแปลสองในสามได้ เขาหรือเธอคงได้งานดีๆไม่ยาก

 

ดังนั้นทุกคนจึงรู้ว่าอาจารย์เฉินหมิงกำลังจับผิด เพื่อหาเรื่องกู้หนิงอย่างจงใจ

 

ถึงจะไม่รู้เหตุผล จ้าวเฟยเฟยและบรรดาเพื่อนของเธอต่างพอใจที่เห็นกู้หนิงตกที่นั่งลำบาก อย่างไรก็ตามกู้หนิงกลับยืนขึ้นอย่างสงบและเต็มไปด้วยความมั่นใจ

 

ภาษาอังกฤษอย่างกับเจ้าของภาษาที่ออกมาจากปากของกู้หนิง ทำให้ทุกคนในห้องต้องตกใจ แม้แต่เฉินหมิงซึ่งเป็นครูสอนภาษาอังกฤษก็ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้

 

กู้หนิงที่เคยอ่อนภาษาอังกฤษมาก่อน แต่ตอนนี้กู้หนิงกลับเปลี่ยนไป

 

ภาษาอังกฤษถือเป็นภาษาที่สองของเธอ เพราะเธอเคยไปเรียนที่ต่างประเทศเมื่อตอนเป็นถังอันหนิง

 

เธออยู่ต่างประเทศนานเกือบสิบปี ไม่แปลกที่จะพูดคล่องเหมือนเจ้าของภาษา

 

ถ้าไม่เห็นหน้าทุกคนอาจเข้าใจผิดเธอได้ว่าเป็นเจ้าของภาษาเสียเอง

 

หลังจากหายจากอาการตกใจ จ้าวเฟยเฟยและเพื่อนของเธอต่างพากันอิจฉาริษยา

 

ทำไมภาษาอังกฤษของกู้หนิงถึงดีขึ้นมาได้ล่ะ?

 

เฉินหมิงทำหน้าผิดหวัง เขารู้สึกเสียหน้าและรู้สึกอับอายต่อตัวเอง

 

เขาตั้งใจจะทำให้กู้หนิงเสียหน้าและหาเรื่องต่อว่าเธอ

 

ถึงแม้เขาจะผิดหวังแต่ก็ต้องยอมรับว่ากู้หนิงทำได้ดีกว่าเขามาก ดังนั้นเขาจึงล้มเลิกแผนการในใจเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องเสียหน้าไปกว่านี้

 

หลังจากจบคาบ หยูหมิงซีมองมายังกู้หนิงด้วยสายตาชื่นชม “กู้หนิง ฉันไม่รู้มาก่อนเลยว่าภาษาอังกฤษเธอจะดีขนาดนี้!”

 

“ฉันสอนเธอได้นะถ้าเธอต้องการ” กู้หนิงเอ่ย

 

“จริงเหรอ! เอาสิๆ” หยูหมิงซีดีใจ เพราะภาษาอังกฤษเธอก็ไม่ได้เรื่องเหมือนกัน

 

“แล้วยังไงล่ะ? คนจนก็ยังเป็นคนจน ไม่ว่าภาษาอังกฤษจะดีแค่ไหนก็ตาม” จ้าวเฟยเฟยทนไม่ได้ที่กู้หนิงเอาชนะเธอได้อีกครั้ง ในสายตาของเธอ คนจนไม่มีทางเปลี่ยนแปลงชะตาตัวเองได้

 

“ใช่แล้วล่ะ” หยางหลูลู่และอู่ฉินหย๋าเห็นด้วย พวกเธออยู่กับจ้าวเฟยเฟยมานานเกินไปจนลืมสถานะของตัวเอง

 

กู้หนิงไม่ใส่ใจ ในขณะที่หยูหมิงซีรู้สึกเดือดร้อน

 

เฉินหมิงกลับที่ห้องทำงาน เขาส่งข้อความไปบอกเฉินจื่อเหยาว่าภาษาอังกฤษของกู้หนิงนั้นดีมากเกินกว่าจะหาข้อตำหนิได้

 

เฉินจื่อเหยาได้รับข้อความ เธอโมโหและผิดหวัง แต่ข้อความของเฉินหมิงก็บอกชัดแล้วว่าทำอะไรไม่ได้ ดังนั้นเธอจึงต้องยอมแพ้ไป

 

คาบบ่ายผ่านไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่กู้หนิงกับหยูหมิงซีจะออกจากห้อง มู่เค่อก็มายืนรอพวกเธออยู่ข้างนอกพร้อมกับพูดคุยทักทายกับเด็กสาวหลายคน

 

“ว้าว นั่นมู่เค่อจากห้องหนึ่งนี่ เขามาทำอะไรที่นี่?”

 

“เขามารอผู้หญิงห้องเราเหรอ?”

 

“เป็นใครอ่ะ? ฉันอิจฉาจัง!”

 

“ใช่แล้วล่ะ ฉันหวังว่าเขาจะมาหาฉัน”

 

“ฝันไปเถอะย่ะ เธอน่ะไม่ใช่สเปคเขา!”

 

ถึงแม้มู่เค่อจะไม่ใช่ผู้ชายที่หล่อที่สุดในโรงเรียน แต่เขาก็โดดเด่นพอสมควร ทั้งเรียนเก่งและเล่นบาสเก็ตบอล แถมยังมีภูมิหลังครอบครัวที่ดี ไม่แปลกที่เขาจะโด่งดังในชั้นเรียนม.6

 

“มู่เค่อ นายมารอใครที่นี่เหรอ?”

 

กู้หนิงและหยูหมิงซีเดินออกมานอกห้อง ระหว่างที่จ้าวเฟยเฟยเดินไปหามู่เค่อและเอ่ยถามเขา

 

จ้าวเฟยเฟยดูเหนียมอาย ตอนนี้เธอเหมือนไม่ใช่เด็กสาวที่หยิ่งยโสอย่างทุกที กู้หนิงรู้ทันทีว่าจ้าวเฟยเฟยต้องแอบชอบมู่เค่อแน่

 

ทว่า...มู่เค่อกลับไม่ได้ชอบเธอ

 

“ฉันมาหา…” มู่เค่อไม่ใช่คนหยิ่งแต่ก็ไม่ได้อ่อนโยน เขาปฏิบัติต่อคนอื่นตามมารยาทที่ดี

 

ดังนั้นเขาจึงตอบคำถามของจ้าวเฟยเฟยตามปกติ

 

แต่ก่อนที่เขาจะตอบคำถามจ้าวเฟยเฟย เขาก็เห็นกู้หนิงและหยูหมิงซีเดินออกมาจากห้อง เขาสาวเท้าเดินไปหาและทิ้งจ้าวเฟยเฟยให้ยืนอยู่ตรงนั้นคนเดียว

 

“เฮ้ บอส, หมิงซี ไปกินข้าวกัน!”

 

บอส? ทุกคนที่อยู่รอบๆพากันประหลาดใจและดวงตาของพวกเขาเบิกกว้างขึ้น พวกเขาจับจ้องไปที่มู่เค่อจากนั้นก็กู้หนิง

 

อะไรนะ? บอส? ทำไมมู่เค่อถึงเรียกกู้หนิงว่า ‘บอส’ ?

 

เกิดอะไรขึ้น?

 

“ไปกันเถอะ” กู้หนิงไม่สนใจนักเรียนคนอื่นที่กำลังช็อคอยู่ และเดินจากไปพร้อมกับมู่เค่อและหยูหมิงซี

 

หลังจากกู้หนิงและเพื่อนเดินจากไปได้สักครู่ ทุกคนก็มีสติกลับมาอีกครั้งและเริ่มซุบซิบ

 

“อะไรนะ นี่ฉันได้ยินถูกไหม? มู่เค่อเรียกกู้หนิงว่าบอส?”

 

“เธอได้ยินถูกแล้วล่ะ พวกเราก็ได้ยินแบบนั้นเหมือนกัน”

 

“แต่ ไม่จริงน่า! เกิดอะไรขึ้น?!”

 

“ใครจะรู้!”

 

“มู่เค่อชอบกู้หนิงรึเปล่า? ถึงกู้หนิงจะยากจนแต่ก็เธอสวยมากเลยนะ!”

 

“ถ้างั้นทำไมมู่เค่อต้องเรียกเธอว่าบอสล่ะ?”

 

“บางทีอาจเป็นเพราะเขาชอบแบบนั้นมั้ง!”

 

ในขณะเดียวกัน จ้าวเฟยเฟยรู้สึกคับแค้นใจ เธอตะโกนดังๆในใจด้วยความคับแค้น เธอชอบมู่เค่อมาก ทำไมเขาถึงเลือกกู้หนิง?

 

กู้หนิงเป็นใคร! เธอก็แค่เด็กสาวยากจนและไม่มีอะไรเทียบเท่าจ้าวเฟยเฟยได้เลยสักนิด

 

เห็นได้ชัดว่าจ้าวเฟยเฟยเชื่อไปแล้วว่ามู่เค่อชอบกู้หนิง

 

เธอไม่สามารถรับความจริงข้อนี้ได้และจะต้องเอาคืนกู้หนิงให้สาสม

 

แต่ใครที่จะเป็นคนเอาคืนใครนั้นก็ไม่แน่ใจนัก กู้หนิงไม่ใช่หนึ่งในนั้นแน่ๆ

 

กู้หนิงไม่สนใจว่าใครจะซุบซิบเรื่องเธออย่างไร พวกเขาทั้งสามต่างมุ่งเดินไปยังโรงอาหารชั้นสอง มื้อนี้มู่เค่อก็เป็นคนเลี้ยงเช่นเคย

 

หยูหมิงซีกระอักกระอ่วนใจเล็กน้อย แต่กู้หนิงกลับรู้สึกสบายอกสบายใจ

 

ฉินเจิ้ง จางอี้หมิง ฝูหมิงเหลียง กู้เซียวเซียวและเฉินจื่อเหยาล้วนเป็นเด็กฐานะร่ำรวย พวกเขามาโรงอาหารชั้นสองเพื่อมาทานข้าวเช่นกัน เมื่อกู้หนิงและเพื่อนของเธอเดินมาถึง ทั้งสองกลุ่มก็ประจันหน้ากัน..

 

ตอนที่ 32: ข้อพิพาทระหว่างผองเพื่อน (edit ใหม่)

 

เมื่อเห็นมู่เค่ออยู่กับกู้หนิง ฉินเจิ้งและเพื่อนต่างพากันประหลาดใจ

 

จางอี้หมิงพูดขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ “มู่เค่อ ทำไมนายถึงมากับเธอ?”

 

คำว่า ‘เธอ’ เน้นเสียงหนักเพื่อแบ่งแยกระดับชนชั้นกับพวกเขา

 

ได้อย่างยินอย่างนั้นมู่เค่อก็ขมวดคิ้วไม่พอใจ “ไม่ใช่เรื่องของนายว่าฉันจะมากับใคร” มู่เค่อตอบอย่างไม่เป็นมิตร

 

จู่ๆฝูหมิงเหลียงก็ตะโกนขึ้นอย่างแปลกใจ “พระเจ้า นี่นายชอบกู้หนิงเหรอ? เป็นไปได้ยังไง? เธอจนจะตาย ไม่เหมาะกับนายสักนิด!”

 

ฝูหมิงเหลียงเชื่อไปแล้วว่ามู่เค่อชอบกู้หนิง เขาไม่ได้ปิดบังความไม่พอใจของเขา

 

“หุบปากนายซะ!” มู่เค่อหงุดหงิด กู้หนิงเป็นบอสของเขา และยังเป็นคนสำคัญของเขาอีกด้วย เขาทนไม่ได้หากมีใครว่าเธอต่อหน้าเขา

 

มู่เค่อมองฝูหมิงเหลียงอย่างเย็นชา เขาพร้อมจะมีเรื่อง “ฝูหมิงเหลียง ถ้านายกล้าพูดอย่างนั้นอีก ฉันอัดนายแน่!"

 

ท่าทีของมู่เค่อที่แสดงต่อฝูหมิงเหลียงทำให้ฝูหมิงเหลียงโมโหขึ้นมาจริงๆ เขาตะโกนใส่มู่เค่ออย่างเกรี้ยวกราด “มู่เค่อ นายเป็นบ้าอะไร? นายจะต่อยเพื่อนเพราะยัยนี่งั้นเหรอ!”

 

เสียงตะโกนของฝูหมิงเหลียงเรียกความสนใจจากทุกคน

 

“น่าสนใจดีนี่” มู่เค่อหัวเราะอย่างเหน็บแนม “พูดตามตรงฉันไม่ได้อยากเป็นเพื่อนกับพวกนายเลยว่ะ พวกนายมันก็แค่ไอ้ลูกจ๊อกที่ชอบรังแกคนที่อ่อนแอกว่า พวกนายยังต้องพึ่งพาพ่อแม่ตัวเองอยู่เลย ภูมิใจมากไหม? ฉันละอายแทนพวกนายจริงๆ ลองพึ่งตัวเองดูบ้างนะ!”

 

มู่เค่อต่อว่า คำพูดของเขายิ่งเพิ่มความไม่พอใจ

 

เฉินจื่อเหยาเปิดปากพูดคนแรก เธอจำได้ว่ากู้หนิงตบหน้าเธอเมื่อวาน “แล้วทำไมพวกเราจะเรียกเธอว่ายัยเด็กยากจนไม่ได้ล่ะ? ก็เธอจนนี่! และผิดตรงไหนที่พวกเราพึ่งพาพ่อแม่ ก็ครอบครัวพวกเรารวย!”

 

“ใช่แล้ว เธอเกิดมาจนเอง น่าสมเพช!” กู้เซียวเซียวเอ่ยสำทับขึ้น

 

“มู่เค่อ แล้วตัวนายเองล่ะ? นายเปิดร้ายขายจิวเวอร์รี่ก็ไม่ใช่เพราะเงินของพ่อแม่นายเหรอ? ฝูหมิงเหลียงไม่พอใจ เขาอิจฉาริษยามู่เค่อ

 

ฝูหมิงเหลียงไม่สนใจทำธุรกิจและยังไม่อยากทำงานหนัก เขาแค่อิจฉาที่มู่เค่อมีเงินจากการทำธุรกิจเท่านั้นเอง

 

เขาไม่ต้องการให้มู่เค่อได้ดีกว่าเขา

 

กู้หนิงแปลกใจ เธอไม่คิดว่ามู่เค่อจะทำธุรกิจตั้งแต่อายุยังน้อย

 

ร้ายขายจิวเวอร์รี่งั้นเหรอ ดูเหมือนว่าเธอจะพบคนที่อยู่ระดับเดียวกับเธอแล้ว

 

“แล้วไง ครอบครัวฉันช่วยแค่เรื่องเงินแค่นั้น” มู่เค่อไม่ต้องการอวด เขาแค่บอกความจริง

 

กู้หนิงสนับสนุนมู่เค่อในใจ เธอยอมรับว่าเด็กหนุ่มอย่างมู่เค่อนั้นมีความสามารถจริงๆ

 

หากเป็นไปได้ เธอเองก็อยากจะร่วมงานกับเขา

 

“แก…” ฝูหมิงเหลียงยังไม่พอใจแต่เขาก็รู้ความจริงข้อนี้ดี เขาหาคำพูดโต้กลับไม่ได้

 

ฝูหมิงเหลียงยกธงขาว ขณะที่กู้เซียวเซียวยังไม่ยอมหยุด “เชอะ กู้หนิง! เมื่อวานแกบอกว่าสักวันแกจะรวย หมายความว่าแกมีแฟนรวยอย่างมู่เค่องั้นสิ?”

 

“ถึงมู่เค่อจะมาจากครอบครัวร่ำรวย ถึงอย่างนั้นแกก็ไม่มีทางแต่งงานเข้าบ้านเขาได้หรอก มู่เค่อต้องทิ้งแกไม่เร็วก็ช้า ก็หวังว่าแกจะไม่มีจุดจบเหมือนแม่ของแกที่ท้องไม่มีพ่อ แล้วต้องออกจากมหาวิทยาลัยกลางคัน ตอนนี้แม่….อ๊า!!!”

 

กู้เซียวเซียวยังพูดไม่จบประโยค เธอก็ร้องออกมาเสียงดังซึ่งทำให้คนที่อยู่ในโรงอาหารตกใจกับเสียงร้องของเธอไปด้วย

 

โดยเฉพาะคนที่ยืนอยู่ใกล้เธอ พวกเขาหูแทบหนวก

 

ตอนนี้บนศีรษะของกู้เซียวเซียวมีจานข้าวคว่ำอยู่ อาหารและน้ำมันต่างไหลย้อยลงไปตามหน้า ผม และเสื้อผ้าของเธอ มีไข่ติดอยู่ที่หน้าเธอด้วย

 

ในเวลาเดียวกันนั้นเองทุกคนก็มองไปที่กู้หนิงอย่างตกใจ

 

เห็นชัดเจนว่ากู้หนิงขว้างจานข้าวใส่กู้เซียวเซียว จานหมุนวนอยู่กลางอากาศเป็นวงกลมหลายรอบก่อนตกไปยังศีรษะกู้เซียวเซียว

 

บังเอิญเหรอ? ไม่น่าใช่

 

กู้หนิงใช้วิทยายุทธ์?

 

เมื่อคิดได้ดังนั้นทุกคนต่างมองกู้หนิงต่างไปจากเดิมโดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบการต่อสู้

 

“ว้าว บอส เจ๋งมาก! ฉันอยากทำอย่างนั้นได้บ้างจัง!” มู่เค่อเอ่ยชื่นชมอย่างตื่นเต้น เขาชอบกู้หนิงมากขึ้นกว่าเดิม

 

บอส? เหล่าผู้รับชมตกใจอีกครั้งหนึ่ง

 

มู่เค่อเรียกกู้หนิงว่าบอส? เกิดอะไรขึ้น?”

 

กู้หนิงไม่สนใจมู่เค่อ สายตาของเธอจับจ้องไปยังกู้เซียวเซียว

 

“กู้เซียวเซียว หุบปากเหม็นๆของเธอซะ ถ้ายังพูดไม่ดีถึงแม่ฉันอีก ฉันจะต่อยเธอให้คว่ำลงไปนอนบนพื้นแน่!”

 

“อีนังบ้า ฉันจะฆ่าแก!!!” กู้เซียวเซียวไม่สนคำเตือนกู้หนิง ตอนนี้เธอสติหลุดไปแล้ว เธอวิ่งเข้าใส่กู้หนิงจานที่อยู่บนหัวเธอร่วงลงมาแตก

 

กู้หนิงยิ้มเย้ยหยัน เธอคว้าโต๊ะที่อยู่ใกล้ขึ้นมาบังเธอไว้

 

จากนั้นกู้เซียวเซียวก็ปะทะเข้ากับโต๊ะอย่างจัง

 

ทุกคนต่างตกใจอีกเป็นรอบที่สาม

 

โต๊ะนั้นหนักมาก กู้หนิงทำได้ยังไงถึงขยับโต๊ะได้ง่ายดายเช่นนี้?

 

ตอนนี้ทุกคนเชื่อแล้วว่ากู้หนิงนั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญการต่อสู้ของจริง

 

กู้เซียวเซียวเป็นแฟนฉินเจิ้ง เมื่อเห็นกู้เซียวเซียวถูกกระทำ เขาก็รู้สึกอับอายไปด้วย ตอนนี้เขาต้องยืนอยู่ข้างกู้เซียวเซียว

 

“กู้หนิงเธอทำเกินไปแล้ว!” พูดเสร็จเขาก็เดินไปพยุงกู้เซียวเซียวให้ลุกขึ้น

 

“น่าสนใจนี่” กู้หนิงยิ้มเยาะอีกครั้ง เธอมองเขาอย่างมีเลศนัย

 

“เอาจริงดิ? เทียบกับสิ่งที่นายทำกับฉันแล้ว ฉันทำเกินไปงั้นเหรอ? ถ้านายไม่ว่าอะไรฉันก็เต็มใจที่จะบอกความจริงกับทุกคน และให้พวกเขาเป็นคนตัดสินเองล่ะกัน”

 

กู้หนิงไม่ได้อยากมีเรื่อง แต่คนพวกนี้ก็ไม่ยอมปล่อยให้เธออยู่อย่างสงบ เธอจึงตัดสินใจสู้กลับให้มันจบๆไป

 

“เธอ….” ฉินเจิ้งจนมุม เขารู้ดีว่าพวกเขาทำอะไรกับกู้หนิงไว้

 

พวกเขาทำอะไรกับกู้หนิงน่ะ?

 

คนที่อยู่วงในรู้ว่ากู้หนิงสื่อถึงอะไร แต่เหล่าบรรดาคนที่อยู่นอกวงต่างพากันสงสัยอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น สายตาอยากรู้อยากเห็นมองไปที่กู้หนิง กู้เซียวเซียวและฉินเจิ้ง

 

มู่เค่อเป็นผู้ที่อยู่วงใน ในขณะที่หยูหมิงซีรู้ความจริงเพียงครึ่งเดียว

 

“ให้อดีตเป็นอดีต ตอนนี้เธอก็ไม่ได้เป็นอะไรแล้วนี่” ฉินเจิ้งเป็นกังวลว่ากู้หนิงจะบอกความจริง

 


 

 

กลับหน้าหลัก ตอนก่อนหน้า ตอนถัดไป