Your Wishlist

กำเนิดใหม่สาวนักเรียนเซียนธุรกิจ (ตอนที่ 277 - 278: วิธีการขาย, หยวนซูหยา)

Author: BuaElla แปล

เธอเปรียบดั่งหุ่นเชิดของตระกูล เป็นสายลับและนักฆ่า เธอถูกหักหลังและตกลงไปในทะเล เมื่อเธอลืมตาขึ้นมา เธอกลายเป็นเด็กสาวมัธยมธรรมดาๆ เนื่องจากเกิดมาไม่มีพ่อ เธอจึงถูกญาติของเธอถากถางมาตั้งแต่เด็กจนโต และถูกรังแกจากเพื่อนร่วมชั้นเรียน แต่ตอนนี้เธอไม่ใช่คนขี้ขลาดตาขาวอีกแล้ว ใครกล้าทำร้ายเธอ เธอจะหักกระดูกพวกมัน !

จำนวนตอน : ยังไม่จบ

ตอนที่ 277 - 278: วิธีการขาย, หยวนซูหยา

  • 12/04/2564

ตอนที่ 277: วิธีการขาย

 

เมื่อเห็นพวกเขาตกใจ กู้หนิงก็อธิบายว่า “ตอนนี้ยังเร็วไปที่จะตกใจ หินส่วนมากมีหยกอยู่ข้างใน พวกเรายังมีหินอีกมากที่ชั้นใต้ดิน”

 

“อะไรนะ?” ได้ยินเช่นนั้น พวกเขาก็ยิ่งตกใจ ไม่มีใครอยากเชื่อหูตัวเอง

 

นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาเห็นหินจำนวนมากขนาดนี้! และพวกมันส่วนใหญ่มีหยกอยู่ข้างใน! พระเจ้า!

 

โดยปกติเราสามารถตัดหยกได้เพียงสองถึงสิบชิ้นจากหินหลายร้อยชิ้น แต่กู้หนิงบอกพวกเขาว่าหินส่วนใหญ่มีหยกซึ่งเป็นไปไม่ได้ในสายตาของพวกเขา หลี่เฉวียนเฉิงและจางจิงกวงอดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าใช่แน่จริงหรือ

 

กู้หนิงเข้าใจถึงข้อสงสัยของพวกเขา “ฉันบอกคุณได้แค่ว่าฉันมีทักษะพิเศษในการพนันหินเป็นของตัวเอง โปรดเก็บไว้เป็นความลับเพราะฉันไม่ต้องการให้มีปัญหายุ่งยากตามมา”

 

“ครับ บอส” พวกเขาให้คำสัญญา ถึงแม้จะยังสงสัยในความสามารถลึกลับของกู้หนิง กระนั้นก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ เพราะกู้หนิงเป็นเจ้านายของพวกเขา

 

 

 “วันนี้เราจะพยายามกันเต็มที่เพื่อตัดหยกให้มากที่สุด และจะขายในวันพรุ่งนี้ จากนั้นเรามีสองวิธีในการขาย อันดับแรกขายหยกของเราโดยตรงอาทิตย์ละครั้ง จำกัดที่ห้าชิ้นรวมถึงหยกระดับสูงหรือระดับท็อปสุดได้แค่ชิ้นเดียว และหยกระดับกลางค่อนสูงสองชิ้น และส่วนที่เหลือเป็นหยกระดับกลาง เนื่องจากสามารถตัดหยกระดับกลางได้ง่ายกว่า”

 

“ประการที่สอง เราสามารถจัดหาหยกให้กับนักธุรกิจอัญมณีได้หนึ่งถึงสามชิ้นต่อเดือน เราจะไม่สัญญาว่าเราจะจัดหาหยกระดับสูงและระดับท็อปได้ทุกครั้ง แต่เรามีหยกระดับกลางค่อนต่ำและระดับกลางให้กับพวกเขาแต่ละคนได้ แต่ต้องเซ็นสัญญากับเราล่วงหน้าก่อน และต้องซื้อหยกจากเราทุกเดือนเป็นเวลาสองปี จำนวนไม่จำกัด หากทำไม่ตาม พวกเขาจะต้องจ่ายค่าเสียหายให้กับเรา”

 

กู้หนิงจำกัดจำนวนการขายเพราะมีเหตุผล เธอวางแผนจะทำธุรกิจนี้ไปนานๆ และเธอต้องการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับบรรดานักธุรกิจค้าอัญมณี

 

หากนักธุรกิจค้าอัญมณีได้รับหยกจำนวนมากในคราวเดียว พวกเขาเว้นช่วงในการซื้อไปนานกว่าจะซื้อใหม่ และในช่วงเวลานั้นบริษัทของกู้หนิงแทบจะอยู่ไม่ได้แล้วถ้าไม่มีใครมาซื้อหยกกับเธออีก ที่สำคัญที่สุดเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่าหยกนั้นยากที่จะตัดออก หากทุกคนรู้ว่าเธอสามารถตัดหยกจำนวนมากออกได้อย่างง่ายดาย อาจเกิดปัญหาได้

 

กู้หนิงยังมีนามบัตรหลายสิบใบจากนักธุรกิจค้าอัญมณี หากพวกเขาทั้งหมดเซ็นสัญญากับกู้หนิงกู้หนิงก็ต้องจัดหาหยกหลายสิบชิ้นให้พวกเขาทุกเดือนซึ่งค่อนข้างมาก!

 

กู้หนิงมีหยกหลายร้อยก้อนที่มีหยกอยู่ข้างใน แต่นั่นเพียงพอสำหรับครึ่งปีเท่านั้น

 

เจิ้งเผิงและคนอื่นๆต่างจนคำพูด หลังจากนั้นพวกเขาทั้งหมดก็เริ่มตัดหินที่กองเป็นภูเขา

 

ในตอนแรกหลี่เฉวียนเฉิงและจางจิงกวงประหลาดใจกับหินกองมหึมา แต่พอตัดหินไปเรื่อยๆ ก็เริ่มคุ้นชิน

 

ในขณะเดียวกันข่าวที่ว่าตอนนี้ร้านของเจิ้งเผิงได้กลายเป็นสำนักงานผู้ให้บริการหยก colorful ทำเอาผู้คนตกตะลึงไปตามๆกัน

 

เจิ้งห่าว ลูกชายบุญธรรมของเจิ้งเผิงก็ได้ยินข่าวเช่นเดียวกัน เขาได้หลบหนีไปยังเมืองอื่นหลังจากที่เขาไม่มีเงินใช้หนี้ แต่ตอนนี้เขารีบกลับมาเมืองเถิง เพื่อหาผลประโยชน์จากธุรกิจใหม่ของเจิ้งเผิง

 

ตระกูลจาง ตระกูลหวาง และตระกูลลู่ก็ทราบข่าวเช่นเดียวกัน พวกเขาประหลาดใจว่าเจิ้งเผิงไปเอาหยกมาจากไหน เพราะแม้แต่พวกเขาเองก็ยังมีหยกไม่เพียงพอกับธุรกิจเครื่องประดับของพวกเขา

 

ในเวลาเดียวกันพวกเขาทุกคนต้องการดูว่าเจิ้งเผิงจะสามารถดูแลบริษัทผู้ให้บริการหยกได้นานแค่ไหนกัน โดยเฉพาะตระกูลหวางและตระกูลลู่ ทั้งคู่หวังว่าเจิ้งเผิงจะล้มเหลว เพราะถ้าเจิ้งเผิงทำสำเร็จ พวกเขาจะสูญเสียส่วนแบ่งตลาด

 

เมื่อเวลาเกือบ 6 โมงเย็น กู้หนิงบอกเฉียวหยาไปซื้อข้าวกล่อง พรุ่งนี้เป็นวันเปิดทำการวันแรก ดังนั้นพวกเขาจึงต้องทำงานล่วงเวลาเพื่อตัดหยกให้มากที่สุด

 

พิธีเปิดร้านวันแรกจะจัดอย่างธรรมดา เนื่องจากผู้ให้บริการหยกมุ่งเป้าไปที่นักธุรกิจค้าอัญมณีเท่านั้นแทนที่จะเป็นลูกค้าทั่วไป

 

กู้หนิงมีนามบัตรของพวกเขาแล้ว ดังนั้นการติดต่อพวกเขาจึงค่อนข้างง่าย

 

แต่ถึงแม้ว่าเธอจะไม่มีเบอร์ของพวกเขา พวกเขาก็จะมาหาโดยไม่รอช้าเมื่อพบว่าเธอมีหยกขาย ยิ่งไปกว่านั้นนักธุรกิจค้าอัญมณีจำนวนมากมาที่ร้านของเจิ้งเผิงเพื่อขอทำการค้าด้วย

 

กู้หนิงตัดสินใจที่จะเปิดร้านในวันพรุ่งนี้ในนาทีที่ได้รับเอกสารทางกฎหมาย เลิ่งเชาถิงบอกเธอว่าเขาจะนำเอกสารทางกฎหมายมาให้เธอในวันพรุ่งนี้

 

เมื่อนึกถึงเลิ่งเชาถิง กู้หนิงก็หยุดคิดถึงเขามาได้ แม้จะรู้ว่าเขายอดเยี่ยมและเก่งกาจมากแค่ไหน เธอก็ยังเป็นห่วงความปลอดภัยเขา

 

เกาอี้ เฉียวหยาและกู้หนิงช่วยกันตัดหยกจนห้าทุ่ม ดึกมากแล้ว กู้หนิงจึงบอกพวกเขากลับบ้านไปพักผ่อน หยกที่ถูกตัดออกมาแล้วถูกเก็บไว้ในพื้นที่ปลอดภัย มีเพียงกู้หนิง เกาอี้ เฉียวหยาและเจิ้งเผิงที่รู้รหัสผ่าน

 

เกาอี้และเฉียวหยาจะอยู่ที่เมืองเถิงอีกสักพัก ดังนั้นพวกเขาจะอยู่ในอาคารโรงงานนี้ชั่วคราวเพื่อความสะดวกในการทำงานวันต่อๆไป

 

กู้หนิงรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่พวกเขาเต็มใจนอนที่โรงงาน เผื่อว่าเธอจะได้อยู่กับเลิ่งเชาถิงเมื่อเขากลับมา ดังนั้นกู้หนิงจึงกลับไปที่โรงแรมคนเดียว

 

ตอนที่ 278: หยวนซูหยา

 

ก่อนที่กู้หนิงจะกลับไปที่โรงแรม เธอเตือนเจิ้งเผิงและคนอื่นๆให้เตรียมรูปถ่ายติดบัตรขนาดหนึ่งนิ้วเพื่อทำบัตร

 

เจิ้งเผิงเสนอตัวไปส่งกู้หนิง แต่ถูกเธอปฏิเสธ เขารู้ว่าเธอเก่งกังฟูและสามารถปกป้องตัวเองได้ ดังนั้นเขาจึงไม่เซ้าซี้

 

จากนั้นกู้หนิงก็นั่งแท็กซี่กลับไปคนเดียว ในขณะรถกำลังเคลื่อนตัวไปบนถนนที่เงียบสงบ เธอสังเกตเห็นว่ารถหรูสามคันจอดอยู่ที่ริมถนน มีเด็กหนุ่มและเด็กสาวเจ็ดคนยืนอยู่ด้านข้าง เด็กสาวคนหนึ่งผลักเด็กสาวอีกคนที่อายุน่าจะพอๆกับกู้หนิงอย่างแรงด้วยความโกรธ

 

กู้หนิงจำได้ว่าเด็กสาวคนแรกคือหวางซินหยวน ส่วนคนที่ถูกผลักไม่ต่อต้านเลยแม้แต่น้อย เธอยังคงนิ่งเฉยและอดทนต่อพฤติกรรมรุนแรงของหวางซินหยวน แม้ว่าหวางซินหยวนจะตบเธอ เธอก็ไม่ขัดขืน ได้แต่มองหวางซินหยวนอยู่อย่างนั้น

 

“เก่งไม่ใช่เหรอยะ? ทำไมไม่สู้กลับล่ะ? แต่ถ้าแกกล้า ฉันจะไล่ทั้งครอบครัวแกออกไปจากเมืองเถิงซะ!” หวางซินหยวนตะคอกด้วยถ้อยคำรุนแรง

 

เห็นแบบนั้นกู้หนิงก็ไม่พอใจสุดๆ เธอบอกคนขับแท็กซี่จอดรถทันที

 

“คุณหนู ผมว่าคุณอย่าเข้าไปยุ่งเลยจะดีกว่า” คนขับแท็กซี่ไม่จอดรถ แต่เกลี้ยกล่อมกู้หนิงแทน คนขับแท็กซี่ไม่ผิด เพราะไม่ใช่หน้าที่ของทุกคนที่ต้องไปช่วยเหลือคนอื่น

 

“จอดรถ” กู้หนิงเอ่ยเสียงเย็น คนขับแท็กซี่ตกใจกลัว เขาเบรกรถเสียงดังเอี๊ยดดดด

 

“คุณหนู…” คนขับแท็กซี่พยายามเอ่ยห้ามไม่ให้กู้หนิงเข้าไปยุ่งเรื่องของคนอื่น

 

กู้หนิงยังคงไม่สนใจ ล้วงหยิบธนบัตรห้าสิบหยวนยื่นให้คนขับแท็กซี่โดยไม่รอเงินทอน เธอเปิดประตูรถลงไป เดินไปหากลุ่มของหวางซินหยวน

 

คนขับแท็กซี่ถอนหายใจ เขาขับรถออกไปทันที

 

กู้หนิงอยู่ห่างจากพวกเขาเพียงแค่สิบเมตร ดังนั้นพวกเขาจึงเห็นเธอ โดยเฉพาะหวางซินหยวน เมื่อรู้ว่าเป็นกู้หนิง ความเกลียดชังก็ปรากฏบนใบหน้าของเธอทันที

 

เธอพยายามทำร้ายกู้หนิงด้วยการจ้างนักเลงมาทำร้ายกู้หนิง แต่ล้มเหลว กู้หนิงขู่ว่าจะแก้แค้นเธอ หวางซินหยวนไม่เชื่อว่ากู้หนิงจะทำอะไรเธอ ยิ่งไปกว่านั้นเธอยังอิจฉากู้หนิงที่มีแฟนหล่อมากเป็นพิเศษ

 

หวางซินหยวนไม่รู้จักภูมิหลังของกู้หนิง แต่ในเมื่อเธอกล้ามาคนเดียว หวางซินหยวนจึงคิดจะทำร้ายกู้หนิงอีก

 

“อะไร? อยากมีเรื่องด้วยเหรอ?” หวางซินหยวนมองกู้หนิงด้วยสายตาอาฆาต

 

“แล้วถ้าฉันบอกว่าใช่ล่ะ?” กู้หนิงย้อนกลับ

 

“แกก็จะได้จ่ายค่าโง่ของแกไงล่ะ แกหนีไปได้เพราะตอนนั้นมีผู้ชายช่วยแก แต่ครั้งนี้แกเสร็จแน่!” หวางซินหยวนโมโหยิ่งกว่าเดิม จากนั้นก็หันไปมองเพื่อนตัวเอง “เฮ้ ยัยนี่วอนหาเรื่อง ช่วยฉันต่อยมันที”

 

จากนั้นเด็กหนุ่มสองคนและเด็กสาวสี่คนก็เดินเข้าไปหากู้หนิง

 

“นี่ กล้าหาเรื่องซินหยวนเหรอ? คิดว่าแกเป็นใคร?”

 

“กล้าดียังไงมาทำให้ซินหยวนหงุดหงิด?”

 

“ธรรมดาฉันไม่ต่อยผู้หญิงนะ ฉัน…”

 

“เลิกพูดไร้สาระได้แล้ว! ถ้าจะต่อยก็เข้ามา!” กู้หนิงพูดแทรกอย่างหมดความอดทน

 

“วอนซะแล้ว!”

 

“รนหาที่ตายเองนะ ฉันจะช่วยเธอเอง!” เขาตะคอกใส่กู้หนิง จากนั้นยกมือขึ้นจะตบหน้ากู้หนิง ทัยใดนั้นก็มีแขนเรียวบางจับแขนเขาไว้แน่น ไม่ใช่กู้หนิง แต่เป็นเด็กสาวที่หวางซินหยวนรังแก เธอเคลื่อนไหวเร็วมาก

 

“หยวนซูหยา ปล่อยนะ!” เด็กหนุ่มสั่ง

 

เด็กสาวที่ชื่อหยวนซูหยายังคงไม่พูดไม่จา แต่จับมือของเด็กหนุ่มไว้แน่น

 

“หยวนซูหยา แกกล้าดียังไง! ไม่กลัวว่าครอบครัวแกจะถูกขับไล่ออกจากเมืองเถิงรึไง?” หวางซินหยวนตะโกนเสียงลั่น

 

หยวนซินหยายังคงไม่พูดอะไร กู้หนิงจึงเป็นฝ่ายเปิดปากพูดกับหยวนซูหยาว่า “ถ้าเธอกลัวว่าจะมีปัญหาก็หลบไปซะ ฉันจัดการเอง”

 

กู้หนิงบอกได้เลยว่าหยวนซูหยาคนนี้เรียนกังฟู และทักษะของเธอดีกว่าคนที่เรียนกังฟูทั่วๆไป

 

“เธอคิดว่าฉันจะถอยออกไปจากเรื่องยุ่งๆนี้ได้เหรอ?” หยวนซูหยาถามเสียงเศร้าก่อนที่จะเตะท้องเด็กหนุ่มย่างแรง เด็กหนุ่มทรุดตัวลงพื้น ร้องครางอย่างเจ็บปวด

 

หยวนซูหยาไม่ทนอีกแล้ว ถึงจะกลัวอำนาจตระกูลหวาง แต่เธอถูกทำให้ขายหน้าโดยหวางซินหยวนอีกไม่ได้แล้ว

 

“แกกล้าเตะเฟย!” คนอื่นๆต่างก็ประหลาดใจกับปฏิกิริยาที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของหยวนซูหยา ครอบครัวของหยวนซูหยาเป็นเพียงชมรมกังฟูเล็กๆ และแทบจะเทียบไม่ได้กับตระกูลหวาง

 

“แล้วไง?” หยวนซูหยาก็โมโหเป็น

 

จากนั้นทั้งเด็กหนุ่มเด็กสาวก็เข้ามารุมทำร้ายหยวนซูหยาด้วย

 

โดยที่กู้หนิงไม่ต้องช่วย หยวนซูหยาคนเดียวก็สามารถจัดการพวกเขาได้ทั้งหมด แต่กู้หนิงไม่อยากยืนดูอยู่เฉยๆ เธอจึงเข้าไปช่วยหยวนซูหยาทันที กู้หนิงและหยวนซูหยาล้มพวกเขาลงไปนอนกับพื้น

 

“กรี๊ดดด พวกแก!” หวางซินหยวนทั้งโกรธและเจ็บปวด

 

“หวางซินหยวน ฉันรู้ว่าครอบครัวของเธอมีอิทธิพลในเมืองเถิง ดังนั้นฉันจึงทนกับพฤติกรรมของเธอมานาน แต่เธอก็ไม่เคยหยุด! ถ้าเธอกล้าทำร้ายครอบครัวของฉัน ฉันจะฆ่าเธอ!” หยวนซูหยาได้สูญเสียเหตุผลของเธอไปแล้ว และข่มขู่หวางซินหยวนโดยที่ไม่รู้ว่าตัวเองพลั้งปากพูดอะไรออกไป

 

“แกกล้าดียังไง!” หวางซินหยวนที่คิดว่าตัวเองอยู่เหนือคนอื่นตะโกนเสียงดังลั่น

 

“ฉันทำแน่! หยวนซูหยากัดฟัดพูด ชัดถ้อยชัดคำ

 

กลับหน้าหลัก ตอนก่อนหน้า ตอนถัดไป