Your Wishlist

กำเนิดใหม่สาวนักเรียนเซียนธุรกิจ (ตอนที่ 383 - 384: การแสดงดอกไม้ไฟ, ช่วยเหลือหยวนจื่อซ่ง)

Author: BuaElla แปล

เธอเปรียบดั่งหุ่นเชิดของตระกูล เป็นสายลับและนักฆ่า เธอถูกหักหลังและตกลงไปในทะเล เมื่อเธอลืมตาขึ้นมา เธอกลายเป็นเด็กสาวมัธยมธรรมดาๆ เนื่องจากเกิดมาไม่มีพ่อ เธอจึงถูกญาติของเธอถากถางมาตั้งแต่เด็กจนโต และถูกรังแกจากเพื่อนร่วมชั้นเรียน แต่ตอนนี้เธอไม่ใช่คนขี้ขลาดตาขาวอีกแล้ว ใครกล้าทำร้ายเธอ เธอจะหักกระดูกพวกมัน !

จำนวนตอน : ยังไม่จบ

ตอนที่ 383 - 384: การแสดงดอกไม้ไฟ, ช่วยเหลือหยวนจื่อซ่ง

  • 10/07/2564

ตอนที่ 383 การแสดงดอกไม้ไฟ

 

ฮ่าวหรันถอนหายใจ “เรารู้จักกันดีเกินกว่าจะเดทกัน ฉันกลัวว่าเราจะไม่สามารถเป็นเพื่อนที่ดีได้อีกต่อไปได้ ถ้าเราไปกันไม่ได้”

 

แม้ว่าฮ่าวหรันจะไม่ได้ตกหลุมรักกับเพื่อนผู้หญิงของเขา แต่สิ่งที่เขาพูดนั้นถูกต้อง ตอนนี้พวกเขายังเป็นวัยรุ่น และไม่มีใครสามารถสัญญาได้ว่าพวกเขาจะไม่เปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ฮ่าวหรันกำลังพูดอยู่นั้น มู่เค่อก็มองหยูหมิงซีอย่างไม่ละสายตา เห็นได้ชัดว่าเขาเห็นด้วยกับฮ่าวหรัน หยหมิงซีไม่รู้ว่ามู่เค่อแอบมองเธอ แต่กู้หนิงสังเกตเห็นและรู้สึกประหลาดใจ มู่เค่อชอบหยูหมิงซี?

 

มันเป็นเรื่องส่วนตัวของพวกเขาและกู้หนิงจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง แต่ในฐานะเพื่อนที่ดีของพวกเขา เธอยินดีที่จะช่วยเหลือถ้าทำได้ ดังนั้นเธอจึงกล่าวว่า “นายพูดถูก อย่างไรก็ตาม เมื่อนายชอบใครซักคนจริงๆ และต้องการสร้างอนาคตร่วมกับเขา นายจะไม่ลังเลหรือกังวล เพราะไม่มีใครสามารถคาดการณ์ได้ว่าเราจะเป็นอย่างไร”

 

เมื่อได้ยินสิ่งที่กู้หนิงพูด มู่เค่อก็ดูมีกำลังใจขึ้นเล็กน้อย แต่กู้หนิงไม่รู้ว่าในใจลึกๆ เขาคิดอะไรอยู่ “เอาล่ะ เกือบสี่ทุ่มแล้ว กลับไปที่จัตุรัสกันเถอะ!”

 

หลังจากนั้นกลุ่มของพวกเขาก็เดินไปที่จัตุรัสด้วยกัน

 

เมื่อพิจารณาจากสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น ฮ่าวหรันและคนอื่นๆ ก็จงใจกันจินเข่อซินให้ห่างจากเลิ่งเชาถิง แม้ว่าพวกเขาจะรู้ว่าจินเข่อซินไม่สามารถแย่งเลิ่งเชาถิงไปจากู้หนิงได้ แต่ในฐานะเพื่อนสนิทของกู้หนิง พวกเขาไม่ต้องการให้จินเข่อซินอยู่ใกล้กับเลิ่งเชาถิงหรือกู้หนิง

 

จินเข่อซินเข้าใจว่าทำไมพวกเขาถึงทำอย่างนั้น เธอโกรธมาก แต่ไม่สามารถทำอะไรได้

 

เมื่อพวกเขามาถึงจตุรัส ก็มีคนจำนวนมาก สถานที่วางดอกไม้ไฟถูกแยกออกจากกัน เพราะผู้คนอาจได้รับบาดเจ็บจากดอกไม้ไฟที่ตกลงมาหากพวกเขาเข้ามาใกล้เกินไป

 

มีดอกไม้ไฟหลายชนิด และคนงานก็พร้อมที่จะจุดไฟเมื่อถึงเวลา เมื่อถึงเวลา 22.00 น. คนงานก็เริ่มจุดพลุตามลำดับ

 

“บูม!”

 

หลังจากเสียงระเบิดดังลั่น “ขีปนาวุธขนาดเล็ก” ก็บินขึ้นไปในอากาศทีละตัว และดอกไม้ไฟกลุ่มใหญ่ เช่น ด้ามที่มีร่มขนาดใหญ่ก็ระเบิดขึ้นในอากาศ หมู่แสงระยิบระยับส่องประกายบนท้องฟ้ายามราตรี ดุจหมู่ดอกไม้บานสะพรั่งซึ่งลอยไปด้วยผงทองคำ ดอกไม้ไฟจำนวนหนึ่งพุ่งสูงขึ้นไปในอากาศ และสุดท้าย เช่นเดียวกับอุกกาบาตที่มีหางยาวนับไม่ถ้วน ดอกไม้ไฟเหล่านั้นก็ร่วงจากท้องฟ้าอย่างไม่เต็มใจ

 

“ว้าว มันน่าทึ่งมาก!” ผู้คนต่างชื่นชมการแสดง

 

ท้องฟ้ายามค่ำคืนสว่างไสวราวกับกลางวัน และรูปร่างและสีของดอกไม้ไฟก็เปลี่ยนไปตลอดเวลา มีการแสดงภาพสัตว์และตัวอักษรจีนต่างๆ ในอากาศ การแสดงพลุกินเวลาครึ่งชั่วโมง แล้วหลังจากชมการแสสดงดอกไม้ไฟ พวกเขาก็ไปทานอาหารว่างกันตอนกลางคืน

 

จินเข่อซินไม่มีโอกาสที่จะเข้าใกล้เลิ่งเชาถิงตั้งแต่ต้นจนจบ ซึ่งทำให้เธอไม่พอใจอย่างมาก แต่เธอไม่สามารถทำอะไรได้อีกเช่นเคย

 

หลังจากทานอาหารว่างตอนกลางคืน เลิ่งเชาถิงก็ขับรถพากู้หนิงกลับบ้าน ฉู่เพ่ยหานและฮ่าวหรันมีรถยนต์จะขับพาคนอื่นไปส่งบ้าน ซูอันย่าเอารถมาเอง เธอจึงกลับไปพร้อมกับญาติของเธอ

 

เลิ่งเชาถิงยังไม่ได้กลับไปที่อพาร์ตเมนต์ของซู่จินเฉินจนกว่าเขาจะส่งกู้หนิงกลับไปที่โซน G  เนื่อจากเป็นเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ จึงไม่เหมาะที่กู้หนงจะออกไปค้างคืนข้างนอก

 

เมื่อเธอกลับถึงบ้าน กู้หนิงได้รับข้อความจากหยูหมิงซี หยูหมิงซีถามกู้หนิงว่าเธอควรให้อะไรกับซูอันย่าเป็นของขวัญวันเกิด กู้หนิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง ซูอันย่ามาจากครอบครัวที่ร่ำรวยมาก ดังนั้นพวกเธอจึงไม่สามารถให้ของขวัญที่ราคาถูกเกินไปได้ แต่หยูหมิงซียังเป็นนักเรียนอยู่ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นสำหรับเธอที่จะให้ของขวัญราคาแพงมากกับซูอันย่าเช่นกัน

 

ดังนั้นกู้หนิงจึงแนะนำให้หยูหมิงซีซื้อกระเป๋าเงินชาแนล หยูหมิงซีเพิ่งได้เงินจำนวนมากทีตี้ฮ่าวคลับ ดังนั้นจึงไม่ยากสำหรับเธอที่จะซื้อกระเป๋าสตางค์แบรนด์เนม

 

สำหรับเสื้อผ้า ทั้งกู้หนิงและหยูหมิงซีจะใส่ชุดเดิมที่เคยใส่ไปงานเลี้ยงวันเกิดนายท่านฉิน พวกเธอเป็นนักเรียนและไม่จำเป็นต้องเสียเงินไปกับชุดใหม่

 

วันต่อมา กู้หนิงหาข้ออ้างว่าจะไปหาเพื่อน แต่อันที่จริงเธอไปหาเลิ่งเชาถิง และเธอไม่ได้กลับบ้านจนกว่าจะดึกดื่นเช่นเคย

 

เมื่อกู้หนิงกลับมาถึงบ้าน กู้ม่านยังไม่หลับ กู้หนิงจึงสบโอกาสได้พูดกับแม่ว่า “แม่คะ อีกไม่นานหนูก็จะเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว และแม่ก็ต้องอยู่บ้านคนเดียว แม่อยากออกเดทกับผู้ชายไหมคะ?”

 

เมื่อได้ยินเช่นนั้น กู้ม่านก็กลายเป็นใบ้ไปชั่วครู่ แต่ไม่นานเธอก็สงบสติอารมณ์ได้ “หนิงหนิง ไม่ต้องเป็นห่วงแม่ แม่อยู่คนเดียวจนชินแล้ว”

 

“แม่คะ แม่ยังคิดถึงพ่ออยู่ใช่ไหมคะ?” กู้หนิงถาม

 

ร่างกายของกู้ม่ายแข็งทื่อ เห็นได้ชัดว่าเธอนึกถึงความทรงจำเก่าๆที่สวยงามของเธอ แต่เธอไม่ได้พูดอะไรสักคำ กู้หนิงตระหนักว่ากู้ม่านต้องคิดถึงถางหยุนฟ่าน “แม่คะ แม่เคยคิดไหมว่าแม่ไม่สามารถหาร่างของพ่อได้ บางทีพ่ออาจจะไม่ตายจริงๆ ก็ได้”

 

ได้ยินเช่นนั้นกู้ม่านก็ตัวแข็งทื่ออีกครั้ง “ถ้าหากเขายังไม่ตาย ทำไมเขาถึงไม่กลับมาหาแม่?”

 

ไม่ต้องสงสัยเลยว่ากู้ม่านก็ก็คิดเกี่ยวกับความเป็นไปได้นี้เช่นกัน แต่เขาไม่เคยปรากฏตัวให้เห็น ดังนั้นเธอจึงเชื่อว่าเขาตายไปแล้ว แทนที่จะคิดว่าเขาเป็นคนเห็นแก่ตัวที่ทิ้งเธอไป

 

“แม่เคยบอกหนูก่อนหน้านี้ว่าพ่อสูญเสียความทรงจำตอนที่พบแม่ บางทีพ่ออาจได้ความทรงจำกลับมาหลังจากประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ แต่บังเอิญว่าความทรงจำตอนที่อยู่กับแม่หายไป!” กู้หนิงอนุมานจากข้อมูลทั้งหมดที่เธอรู้

 

“เป็นไปได้เหรอ?” กู้ม่านมีความหวัง แต่ไม่อยากเชื่อว่ามันเป็นไปได้

 

“ถ้าพ่อยังมีชีวิตอยู่ แต่ลืมทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับแม่ ถ้าพ่อยังไม่แต่งงาน ถ้าพ่อยังรักแม่อยู่ ถ้า...หนูหมายความว่าถ้าแม่ยังมีโอกาสได้พบกันอีก แม่จะลองดูไหมคะ?” กู้หนิงถามด้วยความระมัดระวัง

 

กู้ม่านยังคงเงียบเพราะเธอไม่รู้จริงๆ เธอคงโกหกถ้าบอกว่าเธอไม่ได้คิดถึงเขาเลย แต่เธอไม่แน่ใจว่าความรักของเธอที่มีต่อชายในอดีตจะดำเนินต่อไปหรือไม่เมื่อพวกเขาพบกันอีกครั้งหลังจากผ่านไป 18 ปี

 

แม้ว่ากู้ม่านจะอยู่กับ “หนิง” เพียงปีเดียว แต่สิ่งที่เธอได้รับในช่วงปีนั้น คือความรักและความห่วงใย เป็นสิ่งที่ครอบครัวที่โหดร้ายของเธอไม่สามารถให้ได้ ดังนั้นเธอจึงรักผู้ชายคนนี้อย่างสุดซึ้งและไม่สามารถลืมเขาได้

 

ตอนที่ 384 ช่วยเหลือหยวนจื่อซ่ง

 

ในตอนกลางคืน กู้ม่านยังคงคิดถึงสิ่งที่กู้หนิงพูดกับเธอและสิ่งที่เกิดขึ้นในปีนั้น คืนนี้เป็นคืนที่ยาวนานจริงๆ

 

แม้ว่ากู้ม่านจะอยู่กับ “หนิง” เพียงปีเดียว แต่สิ่งที่เธอได้รับในช่วงปีนั้น คือความรักและความห่วงใย เป็นสิ่งที่ครอบครัวที่โหดร้ายของเธอไม่สามารถให้ได้ ดังนั้นเธอจึงรักผู้ชายคนนี้อย่างสุดซึ้งและไม่สามารถลืมเขาได้

 

ไม่อย่างนั้นที่เมื่อก่อนค่อนข้างหัวโบราณ เธอคงไม่นอนกับหนิงจนตั้งท้องและให้กำเนิดลูกของเขา ในช่วง 18 ปีที่ผ่านมา เธอไม่เคยคิดที่จะแต่งงานกับชายอื่น แม้ว่ามันจะทำลายชื่อเสียงของเธอเพราะเธอท้องก่อนแต่ง แต่ก็มีผู้ชายอีกหลายคนที่ขอเธอแต่งงาน แต่เธอก็ปฏิเสธพวกเขา เพราะเธอรักหนิงอย่างสุดหัวใจ

 

แม้ว่าเธอคิดว่าสิ่งที่กู้หนิงพูดไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่เธอก็อดไม่ได้หวังว่ามันจะเป็นจริง เธอไม่แน่ใจว่าเธอจะยังรักเขาเหมือนในอดีตหรือไม่ แต่เขาเป็นผู้ชายคนเดียวที่เธอรักตลอดชีวิต เขาเป็นพ่อของลูกของเธอ เธอจึงหวังว่าเขาจะมีชีวิตที่ดี แม้ว่าเขาจะแต่งงานแล้วและมีครอบครัวเป็นของตัวเองแล้วก็ตาม วันรุ่งขึ้นเมื่อกู้ม่านตื่นนอน มีรอยคล้ำค่อนข้างชัดเจนรอบดวงตา

 

กู้หนิงรู้สึกเสียใจต่อแม่ของเธอ แต่พวกเขาต้องเผชิญกับมันไม่ช้าก็เร็ว ท้ายที่สุดกู้ม่านยังคงรักถางหยุนฟ่าน และถางหยุนฟ่านก็คิดถึงเธอซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงไม่เต็มใจที่จะแต่งงาน พวกเขาตกหลุมรักกันอย่างลึกซึ้งและมีลูกด้วยกัน ถ้ากู้ม่านจะเลือกผู้ชายที่จะใช้ชีวิตที่เหลือด้วย กู้หนิงหวังว่าผู้ชายคนนั้นคือถางหยุนฟ่าน

 

กู้หนิงช่วยนวดกู้ม่าน และใช้พลังของเธอเพื่อบรรเทาความเหนื่อยล้าของกู้ม่าน วันนี้เธอกำลังจะไปเยี่ยมเพื่อนของเธอ หวางซู่เฟิน  หวางซู่เฟินเป็นคนที่พากู้ม่านไปที่โรงพยาบาลตอนที่กู้ม่านเป็นลมในที่ทำงาน

 

กู้หนิงบอกเกาอี้และเฉียวหยาตามกู้ม่านไปด้วยวันนี้ เพราะว่าพวกเขาทั้งสองว่าง ส่วนกู้หนิงจะไปเดทกับเลิ่งเชาถิง วันนี้ทั้งคู่ไม่รู้จะทำอะไร จึงเดินเตร่ไปตามถนน ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็มีความสุขที่ได้อยู่ด้วยกัน

 

“หนิงหนิง” เลิ่งเชาถิงเรียกเธอ

 

“อะไรคะ?”

 

“หนิงหนิง” เลิ่งเชาถิงเรียกเธออีกครั้ง

 

“อะไรคะ?” กู้หนิงมองเลิ่งเชาถิงด้วยแววตางุนงง

 

“ไม่มีอะไร แค่อยากเรียกชื่อ”

 

กู้หนิงรู้สึกขบขันจึงเอ่ยล้อเลียนเขาว่า “ชื่อของฉันฟังดูเพราะไหมคะ?”

 

“เพราะมาก”

 

“ดี เรียกต่อไปอีกสิ”

 

“หนิงหนิง” เลิ่งเชาถิงเรียกชื่อเธออีกครั้ง กู้หนิงหัวเราะ

 

ทั้งสองเดินไปที่ศูนย์ราชการและวิวสวยมาก มีสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่มีต้นไม้และทางเดินหิน ประชาชนจำนวนมากมาที่นี่เพื่อเดินเล่น

 

ในขณะนั้นเองมีรถราชการจอดอยู่ที่ลานจอดรถหน้าอาคารสำนักงานแห่งหนึ่ง ชายสองคนลงจากรถ กู้หนิงจำหนึ่งในนั้นได้อย่างรวดเร็ว ผู้ชายคนนั้นเป็นเลขาธิการคณะกรรมการพรรคเทศบาลในเมือง F หยวนจื่อซ่งและตามมาด้วยเลขาของเขา อย่างไรก็ตาม เมื่อพวกเขาเพิ่งลงจากรถ คนบ้าถือมีดในมือพุ่งออกมาจากที่ไหนก็ไม่รู้และตะโกนว่า “หยวนจื่อซ่ง ไปลงนรกซะ!”

 

หยวนจื่อซ่งยังคงตกตะลึง เลขาของเขาและคนรอบข้างก็เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ในขณะที่มีดกำลังจะเสียบหน้าอกของเขา มีคนวิ่งเข้ามารวดเร็วดุจแสง เตะคนบ้าออกไป มีดกรีดเสื้อผ้าของหยวนจื่อซ่งเหนือหน้าอกของเขา มีรอยบาด แต่โชคดีที่มีดไม่ยังไม่กรีดผิวหนัง

 

กู้หนิงเป็นคนที่เตะคนบ้าออกไปทันเวลา และเมื่อชายบ้าคนนั้นถูกเตะกระเด็น เลิ่งเชาถิงก็เดินไปข้างหน้าและจับเขาไว้

 

“ปล่อยฉันนะ! ปล่อย!” คนบ้าต่อสู้อย่างดุเดือด แต่เลิ่งเชาถิงควบคุมเขาได้อย่างสมบูรณ์ และเขาทำได้แค่ตะโกนเหมือนคนบ้า

 

คนบ้าเอาแต่ตะโกนด่าหยวนจื่อซ่ง เลขาของเขาได้สติ หยวนจื่อซ่งแทบจะยืนตัวตรงไม่ได้ เขาเกือบถูกฆ่า! เลขารีบตรวจดูร่างกายของเจ้านาย “ไม่เป็นไรใช่ไหมครับ คุณหยวน?”

 

“อะ อืม” เสียงของหยวนจื่อซ่งยังคงสั่น และเขายังคงหวาดกลัว  ระหว่างนั้น รปภ.ก็รีบวิ่งเข้ามาจับชายบ้า อย่างไรก็ตาม คนบ้ายังคงตะโกนต่อไปว่า “หยวนจื่อซ่ง ฉันจะฆ่าแก! ฉันจะฆ่าแกให้เดี๋ยวนี้! ถ้าไม่ใช่เพราะแก ฉันคงไม่ถูกไล่ออก!”

 

หลังจากสูดลมหายใจเข้าลึกๆสองสามครั้ง หยวนจื่อซ่งก็สงบสติอารมณ์ได้และมองไปที่ชายคนนั้น “ถ้าแกไม่ทำผิดกฎหมายก็คงไม่ถูกไล่ออกหรอก! แกได้รับผลที่แกทำแล้ว จะโทษคนอื่นเพราะเรื่องที่ตัวเองก่อไม่ได้! จับตัวเขาไปเดี๋ยวนี้”

 

รปภ.รีบพาคนบ้าไปทันที

 

หลังจากนั้นหยวนจื่อซ่งก็หันไปหากู้หนิงและเลิ่งเชาถิง เขาโค้งคำนับและขอบคุณพวกเขาด้วยความจริงใจ “ขอบคุณมากที่ช่วยชีวิตฉัน!”

 

“คุณหยวน อย่าพูดเช่นนั้นเลยค่ะ พวกเราดีใจที่คุณปลอดภัย” กู้หนิงเอ่ย

 

หยวนจื่อซ่งเป็นเจ้าหน้าที่ที่ตรงไปตรงมา หากเขาเป็นเจ้าหน้าที่ทุจริต กู้หนิงคงไม่ช่วยเขา แม้จะไม่มีใครดี 100% ในโลกนี้ ตราบใดที่เขาทำงานได้ดี เขาก็เป็นข้าราชการที่มีคุณสมบัติเหมาะสม

 

“เธอช่วยชีวิตฉัน ดังนั้นจึงเป็นผู้ช่วยชีวิตของฉัน!” หยวนจื่อซ่งกล่าว เขาไม่คิดว่าคนอื่นรับใช้เขาเพียงเพราะเขามีสถานะทางสังคมสูง ถ้ากู้หนิงไม่ได้เตะคนบ้าออกไปทันเวลา เขาคงถูกฆ่าตายหรือได้รับบาดเจ็บสาหัส

 

หยวนจื่อซ่งหยิบนามบัตรจากกระเป๋าของเขาและมอบให้กู้หนิง “นี่คือนามบัตรของฉัน หากว่าเธอประสบปัญหาใดๆ ในอนาคต สามารถโทรหาฉันเพื่อขอความช่วยเหลือได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย”

 

“ขอบคุณค่ะ” แน่นอนว่ากู้หนิงไม่ปฏิเสธ “คุณหยวนคะ เรื่องนี้คงเป็นข่าวแพร่ออกไป อย่าเอ่ยถึงฉันในข่าวนะคะ ฉันไม่อยากดึงดูดความสนใจมากนัก”

 

กู้หนิงเป็นคนถ่อมตน ใจดี และไม่ชอบความโด่งดังซึ่งทำให้หยวนจื่อซ่งประทับใจ

 

“ได้สิ” หยวนจื่อซ่งรับปาก เขาเคารพความต้องการของเธอ จากนั้นพวกเขาก็แยกย้ายกันไป

 

สำหรับสิ่งที่กู้หนิงทำในครั้งนี้ เลิ่งเชาถิงไม่ได้ตำหนิเธอ แต่จับมือเธอไว้ เขายังคงกังวลเรื่องความปลอดภัยของเธอ แม้ว่าเขาจะรู้ว่าเธอเก่งกังฟู แต่เขาก็ยังห่วงใยเธอมากกว่าใครๆ

ข่าวที่ว่าหยวนจื่อซ่งเลขาธิการคณะกรรมการพรรคเทศบาลเกือบถูกแทง กลายเป็นไวรัลทางอินเทอร์เน็ตในไม่ช้า

 

กลับหน้าหลัก ตอนก่อนหน้า ตอนถัดไป