Your Wishlist

กำเนิดใหม่สาวนักเรียนเซียนธุรกิจ (ตอนที่ 377 -378: เทศกาลปีใหม่, หลานสาวที่จู่ๆก็โผล่มา)

Author: BuaElla แปล

เธอเปรียบดั่งหุ่นเชิดของตระกูล เป็นสายลับและนักฆ่า เธอถูกหักหลังและตกลงไปในทะเล เมื่อเธอลืมตาขึ้นมา เธอกลายเป็นเด็กสาวมัธยมธรรมดาๆ เนื่องจากเกิดมาไม่มีพ่อ เธอจึงถูกญาติของเธอถากถางมาตั้งแต่เด็กจนโต และถูกรังแกจากเพื่อนร่วมชั้นเรียน แต่ตอนนี้เธอไม่ใช่คนขี้ขลาดตาขาวอีกแล้ว ใครกล้าทำร้ายเธอ เธอจะหักกระดูกพวกมัน !

จำนวนตอน : ยังไม่จบ

ตอนที่ 377 -378: เทศกาลปีใหม่, หลานสาวที่จู่ๆก็โผล่มา

  • 07/07/2564

ตอนที่ 377 เทศกาลปีใหม่

 

กู้หนิงกลับมาที่บ้าน กู้ม่านประหลาดใจที่เห็นกู้หนิงกลับมาพร้อมกับกล่องของขวัญกล่องใหญ่สองกล่อง “หนิงหนิง กล่องพวกนี้คือ?”

 

“ของขวัญปีใหม่จากเพื่อนน่ะค่ะ” กู้หนิงวางกล่องลงบนโต๊ะและเปิดกล่อง

 

เมื่อกู้ม่านเห็นของที่อยู่ข้างในกล่อง กู้ม่านก็อุทานว่า “หนิงหนิง เพื่อนของลูกใจป้ำมากเหลือเกิน!” ไม่มีของชิ้นไหนถูกเลย

 

“ค่ะ พวกเราค่อนข้างสนิทกัน” กู้หนิงยิ้ม ไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม

 

หลังจากเห็นของขวัญ กู้ม่านก็นึกอะไรบางอย่างได้ “หนิงหนิง ยายเป็นอัมพาต” กู้ม่านไม่ได้เศร้าใจตอนที่เธอพูดถึงมารดา แต่ก็รู้สึกอยู่บ้างเพราะถึงอย่างไรก็เป็นแม่ลูกกัน ตรงกันข้ามกับกู้หนิง นี่ถือเป็นข่าวดี หากหญิงชราเป็นอัมพาต เธอก็จะไม่สร้างปัญหาให้กู้ม่านและกู้ชิงได้อีก

 

ตั้งแต่กลับมาที่เมือง F กู้หนิงก็ยุ่งอยู่ตลอด เธอไม่ค่อยมีเวลาสนทนากับกู้ม่าน เธอจึงยังไม่ได้เอ่ยถึงถางหยุนฟ่าน และพรุ่งนี้ก็เป็นเทศกาลปีใหม่ กู้หนิงยังไม่อยากยกเรื่องนี้มาพูด เผื่อว่ากู้ม่านจะรู้สึกกระทบกระเทือนใจ

 

วันต่อมาเป็นเทศกาลปีใหม่

 

กู้หนิงคุยโทรศัพท์กับเลิ่งเชาถิงอยู่ครึ่งชั่วโมงในตอนเช้าตรู่ เลิ่งเชาถิงอยู่ที่บ้านพักส่วนตัวของเขา และเขาจะไปที่บ้านตระกูลเลิ่งในตอนบ่ายเพื่อทานร่วมรับประทานอาหารเฉลิมฉลองปีใหม่

 

เมื่อนึกถึงเลิ่งเชาถิงและครอบครัวของเขา กู้หนิงก็รู้สึกเสียใจกับเขา โชคดีที่อย่างน้อยเขาก็มีความสัมพันธ์อันดีกับคุณปู่ ไม่อย่างนั้นกู้หนิงจะต้องชวนเขามาเฉลิมฉลองปีใหม่กับเธอแทน

 

ตอนเช้ากู้หนิงโทรหาเกาอี้และเฉียวหยา ชวนพวกเขามาที่บ้าน ครอบครัวของเจียงซู่ก็มาที่บ้านของกู้หนิงเพื่อเฉลิมฉลองปีใหม่ด้วยกัน

 

หลังจากทานอาหารเที่ยง พวกเขาก็ตระเตรียมอาหารค่ำสำหรับคืนส่งท้ายปีเก่า

 

เลิ่งเชาถิงทานอาหารเที่ยงกับซู่จินเฉิน  ซีหมิง และเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ หลังปีใหม่เขาไม่มีเวลามาพบปะสังสรรค์กับเพื่อนในทีม ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจเลื่อนนัดมาวันนี้

 

เพื่อนๆในทีมเข้าใจว่าเขาอยากไปเจอแฟนหลังปีใหม่ ดังนั้นไม่มีใครบ่นอะไร

 

ทว่ามีหนึ่งคนที่รู้สึกเศร้าที่ตนเองยังโสด และคนๆนั้นก็คือซู่จินเฉิน

 

ซีหมิงและฉิวอี้ซินไปกันได้ดี ถึงแม้จะยังไม่ใช่แฟน แต่อีกไม่ช้าคงได้เป็นแฟนกัน

 

ตัดมาที่บ้านตระกูลเลิ่ง....

 

สมาชิกทุกคนในครอบครัวรวมตัวกันที่ห้องนั่งเล่น พูดคุยกันสนุกสนาน ยกเว้นเลิ่งเชาถิงที่ยังไม่มา

 

มีความขุ่นเคืองในหมู่พวกเขา แต่ไม่มีใครโง่พอที่จะทะเลาะในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยเฉพาะต่อหน้าประมุขของบ้าน

 

“จะสี่โมงเย็นแล้ว ทำไมพี่เชาถิงยังไม่มาอีก?” เลิ่งเชาซุนถามออกไป

 

ได้ยินชื่อเลิ่งเชาถิง ครอบครัวของเลิ่งหยวนเฉียนก็รู้สึกอึดอัด แต่ไม่กล้าพูดอะไรออกมา ในขณะนั้นเองพวกเขาก็ได้ยินเสียงร้องดีใจของเลิ่งชางจื่อ “คุณชายเลิ่งกลับมาแล้ว!”

 

เลิ่งเชาซุนลุกขึ้นยืน วิ่งไปหา “พี่เชาถิง ทำไมมาช้าจังล่ะ? ผมนึกว่าพี่จะไม่มาแล้วซะอีก”

 

“พี่ยุ่งอยู่น่ะ” เลิ่งเชาถิงตอบคำถามญาติผู้น้อง เขาเดินไปยังห้องนั่งเล่น เอ่ยทักทายผู้อาวุโสทีละคน

 

“ยินดีต้อนรับกลับบ้าน ไอ้หลานชาย!” นายท่านเลิ่งดีใจที่เห็นหลานชายคนโต ในขณะคนที่เหลือยังนิ่งเฉย

 

“ไง เชาถิง” เลิ่งเชาหมิงเอ่ยทัก เขาไม่ได้เย็นชาเหมือนพ่อและแม่ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกยินดีเช่นกัน

 

“ไม่ได้เจอกันนาน เชาถิง” เลิ่งเชาซีเอ่ยทัก ส่วนเลิ่งเชาเจี๋ยไม่สนใจเลิ่งเชาถิง

 

“พี่เชาถิง ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลากินข้าว พี่ช่วยสอนกังฟูผมหน่อยสิ?” เลิ่งเชาซุนขอร้อง

 

เลิ่งเชาถิงยังไม่ทันได้ตอบ นายท่านเลิ่งก็ตำหนิเลิ่งเชาซุน “นี่วันปีใหม่ อย่าซนนัก นั่งลง”

 

เลิ่งเชาซุนจำต้องนั่งลงอย่างจนใจ เขาไม่อยากขัดใจคุณปู่

 

“เชาถิง มานั่งตรงนี้” นายท่านเลิ่งกวักมือเรียกหลานชายให้มานั่งข้างเขา

 

เลิ่งเชาถิงเดินไปนั่งข้างคุณปู่ นายท่านเลิ่งเอาแต่พูดคุยกับเลิ่งเชาถิง

 

เมื่อเห็นว่าประมุขของบ้านเอาใจใส่หลานชายคนโตมาก คนอื่นๆก็อิจฉา โดยเฉพาะเลิ่งเชาเจี๋ย

 

เลิ่งเชาเจี๋ยผู้ซึ่งหุนหันพลันแล่นอยู่เสมอรู้สึกว่าพี่ชายแท้ๆของเธอถูกละเลย จึงเอ่ยปากถามออกไปว่า “คุณปู่คะ พี่ชายของหนูก็จากบ้านไปนานเหมือนกัน ทำไมคุณปู่ถึงไม่สนใจเขาแบบนั้นบ้างล่ะคะ?”

 

เลิ่งเชาหมิงไม่ได้ทำงานในเมืองหลวงแต่อยู่ในเขตใกล้เคียง แม้ว่าเมืองที่เขาทำงานจะอยู่ไม่ไกลนัก แต่เขาก็ไม่ค่อยมีเวลากลับบ้าน เลิ่งเชาหมิงถือได้ว่าเป็นชายหนุ่มที่โดดเด่นอีกคนหนึ่ง ด้วยภูมิหลังครอบครัว เขาจึงได้เป็นหัวหน้าเขตเมื่ออายุเพียง 25 ปี นอกจากนี้ เขายังได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้เป็นรองนายกเทศมนตรีของเมืองชั้น 3 ที่อยู่ใกล้ๆกันเมื่อเร็วๆ นี้ และในไม่ช้าเขาก็จะสามารถกลับไปทำงานในเมืองหลวงในฐานะเจ้าหน้าที่คนสำคัญได้

 

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเลิ่งเชาถิงจะโดดเด่นแค่ไหน เขาก็แทบจะเทียบเลิ่งเชาถิงไม่ได้ เลิ่งเชาถิงมีอายุมากกว่าเลิ่งเชาถิงหกเดือน แต่เขาเป็นนายพลที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ

 

“เชาเจี๋ย ระวังคำพูดด้วย! คุณปู่ไม่สนใจพี่ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? เธอไม่รู้อะไรเลย หยุดพูดเสียที” เลิ่งเชาหมิงตะคอกใส่น้องสาว คุณปู่ปฏิบัติต่อเลิ่งเชาถิงดีกว่าเขา และเขาก็รู้สึกเสียใจ แต่เขาไม่เคยแสดงความไม่พอใจออกมา เพราะเขาไม่ต้องการให้คุณปู่คิดว่าเขาใจร้ายหรือเห็นแก่ตัว สิ่งที่เลิ่งเชาเจี๋ยพูดทำให้ภาพลักษณ์ของเขาเสียหาย

 

“ฉันพูดความจริง!” เลิ่งเชาเจี๋ยไม่รู้ว่าพี่ชายเธอคิดอะไรอยู่

 

“เชาเจี๋ย ไม่ต้องพูดแล้ว!” เลิ่งหยวนเฉียนก็ตำหนิเธอ สิ่งที่เลิ่งเชาเจี๋ยพูดนั้นไม่เหมาะสมเอามากๆ

 

แม้ว่าเลิ่งเชาหมิงและเลิ่งหยวนเฉียนจะดุเลิ่งเชาเจี๋ย แต่นายท่านเลิ่งก็ยังไม่พอใจ เขามองไปที่หลานสาวด้วยความไม่พอใจและพูดอย่างจริงจังว่า “แกมักจะบ่นคนในครอบครัวนี้เสมอ แกคงใช้ชีวิตสุขสบายเกินไปสินะ”

 

เป็นความจริงที่นายท่านเลิ่งเอาใจใส่เลิ่งเชาถิงมากกว่าเลิ่งเชาหมิง แต่นั่นเป็นเพราะเลิ่งเชาหมิงสูญเสียพ่อแม่ไปตั้งแต่เขายังเป็นเด็ก ถ้านายท่านเลิ่งไม่สนใจเลิ่งเชาถิง ก็ไม่มีใครสนใจเขาอีกแล้ว ครอบครัวของเลิ่งหยวนเฉียนไม่เคยสนใจเลิ่งเชาถิงซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของพวกเขาเลยแม้แต่น้อย และคิดร้ายกับเขา ยิ่งพวกเขาไม่ชอบเลิ่งเชาถิงมากเท่าไหร่ นายท่านเลิ่งก็ยิ่งเอาใจใส่หลานชายคนนี้มากขึ้นเท่านั้น

 

เลิ่งเชาเจี๋ยไม่พอใจที่ถูกตำหนิ แต่กระนั้นก็ยังไม่กล้าเถียงคุณปู่ เธอก้มหน้านั่งเงียบ เจียงซูหยวนผู้เป็นแม่ก็ไม่กล้าปกป้องลูกสาวตัวเอง

 

ที่เมือง F ครอบครัวของกู้หนิงได้เตรียมอาหารหลายอย่างบนโต๊ะ หกโมงเย็น ทั้งเจ็ดคนก็นั่งคุยกันรอบโต๊ะอาหาร หัวเราะและล้อเล่นกันอย่างชื่นมื่น แม้แต่เกาอี้และเฉียวหยาที่ไม่เคยแสดงออกเลยก็ยังยิ้มและหัวเราะหลายครั้ง ปีนี้เป็นเทศกาลปีใหม่ที่มีความหมายมากที่สุดที่พวกเขาเคยเฉลิมฉลอง ครอบครัวของกู้ชิงและกู้ม่านก็เหมือนกัน

 

ตอนที่ 378 หลานสาวที่จู่ๆก็โผล่มา

 

หลังจากทานข้าวเฉลิมฉลองปีใหม่ พวกเขาก็รวมตัวกันเพื่อชมงานกาล่าเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ เกาอี้และเฉียวหยายังไม่กลับจนกระทั่งดึกดื่น กู้หนิงชวนพวกเขามาอีกครั้งในวันพรุ่งนี้

 

เมื่อเวลาเลยเที่ยงคืนไปแล้ว กู้หนิงกำลังจะโทรหาเลิ่งเชาถิง แต่เขาโทรหาเธอก่อน

 

“สุขสันต์วันปีใหม่!” เลิ่งเชาถิงเอ่ย

 

กู้หนิงอมยิ้ม “สุขสันต์วันปีใหม่ค่ะ! แล้วอั่งเปาฉันอยู่ไหนคะ?”

 

“ผมจะให้คุณแน่นอน”

 

กู้หนิงแค่ล้อเล่น แต่ถ้าเขามีอั่งเปาให้เธอก็ไม่ปฏิเสธ พวกเขาคุยกันอยู่สักพักก่อนวางสาย กู้หนิงเช็คข้อความ พบว่ามีข้อความใหม่เด้งเข้ามา นอกจากเพื่อนๆของเธอแล้ว ยังมีข้อความจากฉินอี้ฟาน

 

กู้หนิงพิมพ์ข้อความตอบกลับทุกคน

 

เช้าวันรุ่งขึ้นกู้หนิงโทรหาคุณปู่ทั้งหลาย แม้ว่าเธอจะส่งข้อความอวยพรปีใหม่ให้พวกเขาแล้ว แต่โทรหาย่อมมีความหมายมากกว่า

 

คนแรกที่กู้หนิงโทรหาคือ คุณปู่ถางไห่เฟิงของเธอ “หนูกู้ สุขสันต์ปีใหม่!” ถางไห่เฟิงดีใจที่กู้หนิงโทรหา

 

กู้หนิงยิ้มให้โทรศัพท์และเอ่ยว่า “สุขนัต์ปีใหม่ค่ะคุณปู่ อั่งเปาหนูล่ะคะ?”

 

ถางไห่เฟิงเคยบอกกู้หนิงให้เรียกเขาว่าคุณปู่ได้เลย ดังนั้นกู้หนิงจึงทำตามคำร้องขอของเขา

 

“แน่นอน ปู่เตรียมอั่งเปาไว้ให้หลานแล้ว แต่หลานต้องมาหาปู่ด้วยตัวเองก่อน!” ถางไห่เฟิงกล่าวติดตลก อย่างไรก็ตาม เขาคิดถึงกู้หนิงจริงๆ นับตั้งแต่ที่พวกเขาแยกกันที่เมืองเถิง เขาก็คิดถึงกู้หนิงอยู่เสมอ ถางไห่เฟิงไม่ได้บอกครอบครัวของเขาเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ว่ากู้หนิงหน้าตาคล้ายกับถางหยุนฟ่านอย่างมาก เพราะหน้าตาคล้ายกันมันไม่ได้พิสูจน์อะไร

 

“แน่นอนค่ะ ว่างเมื่อไหร่หนูจะไปทันที แต่ว่าอั่งเปาต้องหนักหน่อยนะคะ ถ้าไม่พอจ่ายค่าตั๋วเครื่องบิน หนูจะโกรธ” ถางไห่เฟิงหัวเราะออกมาดัง ๆ ด้วยความยินดี “ฮ่าฮ่า ไม่ต้องห่วง ปู่จะให้อั่งเปาหลานหนักๆเลย”

 

“ไว้หนูจะโทรหาตอนที่หนูไปหานะคะ” กู้หนิงเอ่ย

 

“เร็วๆล่ะ อย่าให้ปู่รอนาน” ถางไห่เฟิงเอ่ย แม้ว่ากู้หนิงจะพูดล้อเล่นเรื่องอั่งเปา แต่ถางไห่เฟิงก็จะเตรียมอั่งเปาซองหนาไว้ให้เธอ

 

“ค่ะ” กู้หนิงตอบ จากนั้นก็วางสาย

 

วันนี้เป็นวันปีใหม่ ดังนั้นทุกคนในครอบครัวถางจึงมารวมตัวกันที่บ้าน ยกเว้นถางหยุนฟ่านที่อยู่ในห้องทำงานของเขาตลอดเวลา คนอื่นๆ ได้ยินสิ่งที่ถางไห่เฟิงพูดทางโทรศัพท์ เมื่อเห็นถางไห่เฟิงมีความสุขมากหลังจากรับสาย ทุกคนก็ค่อนข้างแปลกใจและไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

 

“คุณปู่มีหลานอีกคนตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ?” ถางเจียข่ายถาม เขาเป็นหลานคนโตของตระกูลถาง เขาเป็นชายหนุ่มรูปหล่อ ผิวขาวเนียนละเอียด ให้ความรู้สึกสูงส่ง จะว่าไปถางเจียข่ายก็มีใบหน้าละม้ายคล้ายกู้หนิงอยู่บ้าง บางทีนั่นอาจเป็นผลของยีน

 

“เด็กสาวคนหนึ่งที่ปู่เพิ่งพบน่ะ” ถางไห่เฟิงตอบ เมื่อเขาเอ่ยถึงกู้หนิง ใบหน้าของเขาก็ระรื่นด้วยความภูมิใจเพราะเขาภูมิใจในตัวกู้หนิงจริงๆ

 

“อะไรนะ?” สมาชิกครอบครัวถางประหลาดใจ นายท่านถางไม่อยู่บ้านแค่หนึ่งอาทิตย์ และเอาคนแปลกหน้าที่เขาเพิ่งเจอเป็นหลาน?

 

ต่อมาถางไห่เฟิงก็อารมณ์เสีย “ตอนที่ปู่อยู่ที่เมืองเถิง ปู่มีอาการหัวใจวายที่สนามบิน เป็นหนูกู้ที่ช่วยชีวิตปู่ไว้”

 

ถางไห่เฟิงลังเลที่จะพูดถึงเรื่องนี้ เพราะเขาไม่ต้องการทำให้ครอบครัวเป็นห่วง

 

“ว่าอย่างไรนะครับ?” สมาชิกครอบครัวถางตกใจ

 

“พ่อครับ ทำไมถึงพูดถึงเรื่องนี้เลยล่ะครับ?”

 

“พ่อไม่ต้องการให้แกเป็นห่วง” ถางไห่เฟิงตอบ

 

“ผมว่าพ่อแค่ต้องการให้พวกเราประทับใจเพราะเด็กสาวที่พ่อเพิ่งเจอ” ถางหยุนฮวนพูดตรงประเด็น

 

กู้หนิงช่วยชีวิตพ่อของเขาและครอบครัวของเขาก็ซาบซึ้งใจกับน้ำใจของเธอ แต่นั่นไม่มากพอที่ทำให้พ่อของเขายอมรับเธอเป็นหลาน?

 

ถางไห่เฟิงเข้าใจความกังวลของพวกเขา “พ่อยอมรับหนูกู้เป็นหลานไม่ใช่แต่เพราะเธอช่วยชีวิตพ่อไว้หรอก แต่ยังเป็นเพราะเธอเหมือนกับหยุนฟ่านราวกับแกะ ไม่มีใครเอะใจเลยถ้าจะบอกว่าพวกเขาเป็นพ่อลูกกัน”

 

“อะไรนะ?” ครั้งนี้ทุกคนตกใจยิ่งกว่า

 

ถางไห่เฟิงพยักหน้า “หยุนฟ่านไม่ยอมแต่งงาน พ่ออยากรู้ว่าเขาจะเต็มใจเป็นพ่อบุญธรรมของเด็กคนนี้ได้ไหม เด็กคนนี้ไม่มีพ่อตั้งแต่เกิด เธออยากรู้ว่าหยุนฟ่านจะคิดอย่างไร ส่วนตัวพ่อคิดว่าถึงหยุนฟ่านไม่ยอมรับ พ่อก็จะรับเด็กคนนี้เป็นหลานเอง”

 

“เด็กคนนั้นรู้รึเปล่าว่าพ่อเป็นใคร?” ถางเจียข่ายถาม เขาสงสัยในจุดประสงค์ของกู้หนิง เพราะตระกูลถางไม่ใช่ตระกูลเล็กๆ

 

“ตอนแรกเธอก็ไม่รู้หรอก แต่ภายหลังพ่อบอกเธอเองและให้บัตรแบล็กการ์ดสองใบกับเธอ ใช้ในโรงแรมและห้างสรรพสินค้าภายใต้ชื่อของตระกูลเรา”

 

“แล้วเธอรับรึเปล่าคะ?” ภรรยาถางหยุนฮวนเป็นฝ่ายถาม เธอมีชื่อว่าหยวนซิวหยู

 

ถางไห่เฟิงรู้ว่าลูกสะใภ้คิดอะไรอยู่ในใจจึงอธิบายว่า “พ่อรู้ว่าเธอสงสัยอะไร แม้ว่าหนูกู้จะอายุแค่ 18 แต่เธอก็ไม่ธรรมดาเลย เธอไม่เพียงช่วยชีวิตพ่อเท่านั้น แต่ยังทำให้หัวใจของพ่อดีขึ้นด้วยการนวดแบบพิเศษ ตอนนี้พ่อรู้สึกแข็งแรงมากกว่าที่เคย วันก่อนไปตรวจ หมอบอกว่าไม่น่าเป็นโรคหัวใจอีกแล้ว”

 

ทุกคนต่างเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ เรื่องจริงหรือ? การนวดแบบพิเศษสามารถรักษาโรคหัวใจได้หรือ? เด็กสาวคนนี้เป็นมนุษย์แน่หรือ? แม้แต่วิทยาศาสตร์การแพทย์ขั้นสูงก็ยังไม่สามารถรักษาโรคหัวใจได้ เพียงแค่ช่วยประคองให้ดีขึ้นเท่านั้น ทว่าเธอสามารถรักษาโรคให้หายขาดได้ด้วยการนวดเพียงอย่างดียวเนี่ยะ? ปาฏิหาริย์แล้ว!

 

ทีแรกทุกคนคิดว่ากู้หนิงแค่ช่วยปฐมพยาบาลถางไห่เฟิงเท่านั้น แต่ไม่คิดว่าเธอจะช่วยรักษาโรคหัวใจของถางไห่เฟิงด้วย!

 

 

กลับหน้าหลัก ตอนก่อนหน้า ตอนถัดไป