Your Wishlist

ลิขิตรัก มัดหัวใจนายมาเฟีย (เธอคือคู่หมั้นผมครับ)

Author: My_Aink

เพราะพี่ชายเธอที่แย่งคนรักของเขาไป​ เขาจึงแก้แค้นด้วยการจับเธอมาทรมาน​ในคฤหาสน์​ของเขา​ แต่สุดท้ายเขากลับหลงรักเธอเองซะงั้น​ แล้วความรักระหว่างสองคนจะลงเอยยังไง​ จบแบบไหน

จำนวนตอน :

เธอคือคู่หมั้นผมครับ

  • 12/04/2564

บทที่ 9 เธอคือคู่หมั้นผมครับ

          ทันทีที่รถแลมโบกีนี่คันหรูของเขามาจอดที่หน้าโรงงานสุดหรูใจกลางเมือง เขาก็เดินอ้อมมาเปิดประตูรถให้ฉันพร้อมกับยื่นมือมาให้ฉันจับรับฉันลงจากรถราวเหมือนกับว่าฉันเป็นเจ้าหญิง นี่คือครั้งแรกที่เขายอมเปิดประตูรถให้ฉันถ้าไม่นับวันที่เขาหลอกจับตัวฉันไป

          หลังจากที่ฉันลงจากรถเขาก็ยกแขนขึ้นและยื่นมาที่ฉัน เป็นนัยต์ว่าฉันต้องเอาแขนของตัวเองไขว้แขนเขาเดินเข้าไปด้านใน ฉันที่รู้หน้าที่ตัวเองดีจึงทำตามอย่างว่าง่าย

          “สวัสดีค่ะคุณเพทาย” สาวๆในงานต่างพากันมองเขาตาเป็นมันและพลัดกันเดินเข้ามาทักทายเขาแต่พอมองมาที่ฉันสายตาหวานหยดเยิ้มพวกนั้นก็เปลี่ยนไปเป็นสายตาอาคาตทันที ฉันรู้สึกถึงแรงของรังสีอำมหิตที่กำลังแผ่เข้ามาที่ตัวฉันจากสายตาพวกนั้นจนฉันทำตัวไม่ถูก เขาควงฉันเดินไปทักทายแขกผู้ใหญ่และคนอื่นๆทั่วงาน

          “แฟนคุณเพทายหรอคะ สวยหวานน่ารักจังเลยค่ะ” ผู้หญิงอายุราวๆ 40 ถามเขาว่าฉันเป็นแฟนเขาหรอแถมยังชมว่าฉันสวยด้วย ฉันก็เขินจนหน้าแดง

          “เอ่อ.. คือหนู..” ฉันที่กำลังจะพูดปฏิเสธว่าไม่ใช่ แต่เค้าก็ขยับแขนที่ให้ฉันควงเป็นสัญญาณว่าให้ฉันหยุดพูดได้แล้ว

          “เธอคือคู่หมั้นผมครับ” เค้าตอบด้วยสีหน้าเขินอาย นี่นายเขินจริงหรือแกล้งเขินกันแแน่เนี่ย

          ฉันที่ได้ยินคำตอบจากเขาถึงกับตกใจและหันไปมองหน้าเขาด้วยสีหน้าที่มี่เครื่องหมายเคชั่นมาร์กเต็มหัวไปหมด นี่นายไปเอาอะไรมาพูด ฉันไปเป็นคู่หมั้นของนายตอนไหน นายมาสู่ขอฉันเมื่อไหร่ นายคิดจะทำอะไรกันแน่ นี่คือสิ่งที่ฉันอยากจะถามเขา แต่แล้วความจริงสิ่งที่ฉันทำได้คือยืนเงียบๆและรับสภาพไป

          “น่ารักจังเลยนะคะ เหมาะสมกันมากเลยค่ะ” ผู้หญิงคนนั้นพูดชมจนฉันเขินจนทำตัวไม่ถูก หลังจากนั้นเขาก็พาฉันเข้าไปในงานและไปนั่งที่โต๊ะ ฉันจึงได้รู้ว่างานในวันนี้คืองานเปิดตัวเครื่องเพชรชุดใหญ่ในราคาหลักล้าน แขกที่มาในวันนี้ก็จะต้องเป็นแขกผู้มีเกียรติที่กระเป๋าหนักๆกันทั้งนั้น แต่ที่ฉันสังเกตุส่วนใหญ่จะเป็นพวกนักธุรกิจรายใหญ่มหาอำนาจทั้งนั้น แต่ฉันคิดๆดูแล้วถ้าพี่สตางค์เป็นมาเฟียแบบที่นายเพทายบอกจริงๆละก็ พี่สตางค์จะต้องมางานนี้อย่างแน่นอน ฉันจึงพยายามสอดส่องสายตามองไปทั่วงานแต่ก็ไม่เห็นผู้ชายคนไหนจะคล้ายพี่สตางค์เลยสักคน

          “คุณนั่งรอผมตรงนี้นะ เดี๋ยวผมจะไปตักอะไรให้กิน” เขาพูดก่อนจะลุกเดินตรงไปยังลานตักอาหาร นี่เป็นครั้งแรกนับจากวันที่เขาจับฉันมาที่เขาจะยอมทำดีกับฉันมากๆ ฉันชอบเขาที่เป็นแบบนี้จัง ถ้านายเป็นแบบนี้ทุกวันก็คงจะดี แต่ฉันก็รู้แหละว่าทั้งหมดนี้เขาแค่แสดง

          ฉันที่นั่งรอเก้อจนท้องร้องจ้อกๆก็ไม่เห็นเขามาสักที เลยมองหาเขาแต่ก็ไม่เจอ ฉันจึงตัดสินใจลุกขึ้นและเดินตามหาเขาทั่วงาน

          ฉันเดินไปเรื่อยๆจนถึงมุมหนึ่งของงานที่ปราศจากผู้คน ฉันเห็นชายหญิงสองคนกำลังจูบกันอย่างดูดดื่ม แต่ฉันจำได้ดีว่าผู้ชายคนนั้นคือนายเพทาย ฉันรู้สึกเหมือนความเจ็บปวดมันแล่นแปร๊ดเข้ามาที่หัวใจ ฉันรู้สึกจุกอย่างบอกไม่ถูก ในหัวมีคำถามเต็มหัวไปหมด ถ้าเขามีผู้หญิงของเขาอยู่แล้ว เขาจะจับตัวฉันมาทำไม เขาจะพาฉันมางานแบบนี้ทำไม แล้วจะมายัดเยียดฐานะคู่หมั้นให้ฉันทำไม

          ฉันที่รู้สึกจุกแน่นไปที่หน้าอกอย่างบอกไม่ถูก ไม่มีอารมณ์อยู่ในงานจึงออกมาเดินเล่นข้างนอกเพื่อผ่อนคลาย

          “มาเดินเล่นคนเดียวทำไมตรงนี้ครับ งานไม่สนุกหรอ ทำไมไม่เข้าไปในงานล่ะครับ” มีเสียงปริศนาดังมาจากทางด้านหลัง ฉันจึงหันไปดูเป็นผู้ชายคนหนึ่งหน้าขาวใสออกไปทางตี๋สไตล์เกาหลี แต่ว่าผู้ชายคนนี้หน้าคุ้นมากๆเหมือนเคยเจอที่ไหนมาก่อน

          “ผมชื่อกีต้าร์ครับ” เค้าแนะนำตัวเองและยิ้มมาให้ฉันอย่างเป็นมิตร ดูแล้วน่าจะเป็นพวกผู้ชายเจ้าชู้เลยทีเดียว ที่แท้ก็นายกีต้าร์แฟนยัยแฟนต้า “คุณล่ะครับชื่ออะไร” นายกีต้าร์ถามฉัน ไม่แปลกหรอกที่นายกีต้าร์จะไม่รู้จักฉัน เพราะยัยแฟนต้ามันไม่เคยพาแฟนมันมาทำความรู้จักพวกฉัน นอกจากเปิดรูปแฟนมันให้พวกฉันดูในโทรศัพท์

          “เอ่อ สไปรท์ค่ะ” ฉันตอบนายกีต้าร์ไป

          “งานไม่สนุกหรอครับ ทำไมออกมาเดินข้างนอกคนเดียวล่ะ” นายกีต้าร์ถามฉัน

          “ค่ะ” ฉันตอบและยิ้มแห้งๆให้เขา

          “ดีเลย ผมก็ว่ามันน่าเบื่อเลยเดินออกมาสูดอากาศข้างนอก พอดีเจอคุณสไปรท์พอดีเลย ขอผมคุยเป็นเพื่อนนะ” นายกีต้าร์เริ่มชวนฉันคุย นี่เขาก็มางานนี้เหมือนกันหรอ อย่าบอกนะว่านายกีต้าร์ก็เป็นมาเฟียเหมือนกันน่ะ ทำไมยัยแฟนต้าถึงไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้ หรือว่ายัยแฟนต้าก็ไม่รู้

          “ค่ะ” ฉันตอบยิ้มๆ หรือฉันจะเริ่มแผนแก้แค้นแทนเพื่อนตอนนี้เลย แต่ยัยสองตัวดีนั้นก็ไม่ติดต่อกลับมาเลย แต่ถึงจะติดต่อมาก็ไม่มีประโยชน์หรอก เพราะโทรศัพท์ของฉันโดนนายเพทายยึดไปแล้ว

          “คุณสไปรท์มาคนเดียวหรอครับ” เขาถามฉัน

          “มากับเจ้านายน่ะค่ะ” ฉันตอบ

          “เจ้านายคุณสไปรท์ ใครหรอครับ” เขาถามฉัน

          “เอ่อ.. คุณเพ…” ฉันกำลังจะตอบว่าคุณเพทาย แต่เสียงโทรศัพท์ของนายกีต้าร์ก็ดังขึ้น

           “ครับ…ครับ…เดี๋ยวเข้าไปครับ” เค้าพูดอยู่แค่นี้ “คุณสไปรท์ครับ ผมว่าจะขอเบอร์โทรศัพท์ไว้ติดต่อคุณทีหลังได้ไหมครับ” นายกีต้าร์ขอเบอร์โทรศัพท์ฉฉั

          “เอ่อ คือฉันไม่มีโทรศัพท์ค่ะ” ฉันบอกไปตามตรง ก็นายเพทายยึดโทรศัพท์ฉันไปแล้วฉันจึงไม่สามารถติดต่อใครได้เลย

           “คุณล้อผมเล่นป่าวเนี่ย” เขาพูดทำสีหน้าแบบไม่อยากเชื่อ

           “จริงๆค่ะ พอดีเจ้านายฉันไม่ให้ใช้โทรศัพท์น่ะค่ะ” ฉันพูดตามความเป็นจริง

           “เจ้านายคุณนี่แปลกพิลึกนะครับ”เขาพูดติดตลก “งั้นผมขอเข้าไปในงานก่อนนะ งานเริ่มแล้ว ผมหวังว่าผมจะมีโอกาสได้พบคุณอีก” พูดจบเขาก็รีบวิ่งเข้าไปข้างในทันที

 

กลับหน้าหลัก ตอนก่อนหน้า ตอนถัดไป