Your Wishlist

ย้อนชะตาเป็นฮูหยินตัวร้าย ข้าจะไม่ตายแทนใครอีกแล้ว! (ย้อนกลับคืน)

Author: กระแทก

อดีตคนรักมอบยาพิษเป็นรางวัล ส่วนสามีที่นางทรยศกลับยอมตายแทน เมื่อย้อนกลับมาก่อนวันวิวาห์สามวัน เซียวเยว่หลันจึงแต่งเข้าจวนแม่ทัพอีกครั้ง เพื่อช่วยสามี ลวงชายชั่ว และส่งถ้วยยาพิษคืนเจ้าของ!

จำนวนตอน :

ย้อนกลับคืน

  • 16/09/2569

ย้อนกลับคืน

 

“คุณหนู!”

 

เสียงเรียกหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางความมืด

 

“คุณหนู ตื่นเถิดเจ้าค่ะ”

 

เซียวเยว่หลันขมวดคิ้ว

 

ใครกัน

 

คนตายยังได้ยินเสียงด้วยหรือ

 

นางพยายามลืมตา แต่เปลือกตาหนักอึ้ง ร่างกายยังคงจดจำความเจ็บปวดจากยาพิษได้อย่างชัดเจน ท้องของนางร้อนอย่างกับถูกเผา ลำคอแห้งผาก และหายใจไม่ออก

“คุณหนู อย่าทำให้บ่าวกลัวนะเจ้าคะ”

 

เสียงนั้นใกล้เข้ามา ก่อนมีมืออุ่นแตะลงบนหน้าผากของนาง

 

เยว่หลันสะดุ้งสุดตัว

 

นางลืมตาขึ้นพร้อมสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ ร่างกายเด้งขึ้นจากเตียงอย่างรุนแรง มือทั้งสองยกขึ้นกุมลำคอ

 

ไม่มีเลือด

 

ไม่มีความเจ็บปวด

 

ไม่มีรสขมของยาพิษ

นางหอบหายใจ มองไปรอบตัวอย่างตื่นตระหนก

 

ห้องนอนกว้างตกแต่งด้วยม่านสีชมพูอ่อน เตาอุ่นตั้งอยู่ข้างผนัง ส่งกลิ่นหอมจาง ๆ ของไม้จันทน์ แจกันบนโต๊ะเต็มไปด้วยดอกกล้วยไม้สีขาว บนชั้นวางมีตำราและเครื่องประดับที่คุ้นตา

 

นี่คือห้องนอนของนางในจวนสกุลเซียว

 

แต่ห้องนี้ถูกเผาไปเมื่อหลายปีก่อนแล้วไม่ใช่หรือ

 

“คุณหนู เป็นอะไรไปเจ้าคะ”

 

เซียวเยว่หลันหันไปตามเสียง

 

สาวใช้ร่างเล็กยืนอยู่ข้างเตียง ใบหน้ากลมอ่อนเยาว์ ดวงตาแดงก่ำเพราะความตกใจ

 

“ชิงหลัว…”

 

นางเรียกชื่อนั้นด้วยเสียงสั่น

 

สาวใช้รีบคุกเข่าลง

 

“บ่าวอยู่นี่เจ้าค่ะ”

 

เยว่หลันมองนางอย่างไม่เชื่อสายตา

 

ชิงหลัวตายไปแล้ว

 

หลังนางแต่งเข้าจวนแม่ทัพได้เพียงครึ่งปี ชิงหลัวถูกจับได้ว่าขโมยของและถูกโบยจนตาย เยว่หลันเชื่อว่าหลักฐานทุกอย่างชัดเจน จึงไม่เคยสอบสวนเพิ่มเติม

 

ภายหลังนางจึงรู้ว่า ฮูหยินรองต้องการกำจัดคนของมารดานาง จึงใส่ร้ายชิงหลัว

 

ในเวลานั้น นางทำเพียงนั่งฟังคำรายงานด้วยความเฉยชา

 

แม้แต่ศพของสาวใช้ที่เติบโตมาด้วยกัน นางยังไม่เคยไปมอง

 

แต่ตอนนี้ ชิงหลัวยืนอยู่ตรงหน้า มีเลือดเนื้อ มีลมหายใจ และยังเรียกนางว่าคุณหนูด้วยน้ำเสียงภักดีเช่นเดิม

 

“เจ้ายังไม่ตาย…”

 

เยว่หลันยื่นมือไปแตะแก้มสาวใช้

 

ความอุ่นจากผิวกายของอีกฝ่ายทำให้นางใจสั่น

 

ชิงหลัวเบิกตากว้าง

 

“บ่าวยังไม่ตายเจ้าค่ะ คุณหนูฝันร้ายหรือ”

 

“ข้าฝัน…”

 

เยว่หลันพึมพำ

 

ทุกอย่างเป็นเพียงความฝันอย่างนั้นหรือ

 

เป็นไปไม่ได้

 

ความเจ็บปวดจากยาพิษ ความเย็นของพื้นไม้ และแววตาไร้หัวใจของเสิ่นอวี้เฉิน ล้วนชัดเจนจนไม่มีทางเป็นความฝัน

 

นางดึงแขนเสื้อขึ้น

 

ข้อมือที่เคยเต็มไปด้วยรอยโซ่กลับเรียบเนียน มีเพียงรอยแดงจาง ๆ จากการนอนทับ

 

ร่างกายนี้ไม่ใช่ร่างกายของนางก่อนตาย

 

เซียวเยว่หลันก้าวลงจากเตียงด้วยความรีบร้อน พุ่งไปยังโต๊ะเครื่องแป้ง นางมองกระจกทองเหลืองตรงหน้า

 

ใบหน้าที่สะท้อนกลับมายังคงอ่อนเยาว์ ผิวขาวผ่อง ไร้ร่องรอยความเหนื่อยล้าจากหลายปีที่ผ่านมา เส้นผมดำยาว ดวงตาสดใส แม้ตอนนี้จะเต็มไปด้วยความตกใจ

 

นางยกมือแตะใบหน้าตัวเอง

 

“วันนี้วันใด”

 

ชิงหลัวกะพริบตา

 

“วันที่สิบสอง เดือนสิบสองเจ้าค่ะ”

 

วันที่สิบสอง เดือนสิบสอง

 

เยว่หลันกำขอบโต๊ะเครื่องแป้งแน่น

 

วันแต่งงานของนางคือวันที่สิบห้า เดือนสิบสอง

 

“ปีใด”

 

สาวใช้เริ่มมีสีหน้ากังวล

 

“ปีรัชศกฉางอันที่ยี่สิบสามเจ้าค่ะ คุณหนูจำไม่ได้หรือ”

 

รัชศกฉางอันที่ยี่สิบสาม

 

หกปีก่อน

 

นางย้อนกลับมาก่อนวันแต่งงานสามวันจริง ๆ

 

เสียงหัวใจเต้นดังอยู่ในหู เยว่หลันหลับตาลง พยายามควบคุมลมหายใจ แต่หยาดน้ำตากลับไหลลงมาอย่างไม่อาจห้าม

 

สวรรค์ได้ยินคำขอของนาง

 

สวรรค์ให้นางกลับมา

 

ไม่ใช่ก่อนขโมยตราพยัคฆ์ ไม่ใช่ก่อนกู้ถิงหยวนถูกจับ แต่เป็นก่อนที่ทุกอย่างจะเริ่มต้น

 

ก่อนนางแต่งเข้าจวนแม่ทัพ

 

ก่อนชิงหลัวถูกใส่ร้าย

 

ก่อนที่กู้ถิงหยวนจะต้องตายเพราะนาง

 

นางยังมีโอกาสแก้ไขทุกสิ่ง

 

“คุณหนู เหตุใดจึงร้องไห้เจ้าคะ”

 

ชิงหลัวรีบเข้ามาประคอง

 

เยว่หลันหันกลับไปกอดสาวใช้แน่น ทำให้ชิงหลัวตกใจจนตัวแข็ง

“ข้าขอโทษ”

 

“คุณหนูขอโทษบ่าวเรื่องใด”

 

“ข้าขอโทษ…”

 

เยว่หลันพูดซ้ำทั้งน้ำตา

 

นางไม่รู้ว่าจะอธิบายเช่นไร นางเพียงกอดชิงหลัวเอาไว้ เนื่องจากกลัวว่าอีกฝ่ายจะหายไปต่อหน้าต่อตา

 

ชาตินี้นางจะไม่ปล่อยให้คนซื่อสัตย์ต้องตายเพราะความโง่ของนางอีก

 

ไม่ว่าจะเป็นชิงหลัว หรือกู้ถิงหยวน

 

เยว่หลันใช้เวลานานกว่าจะสงบลงได้

 

ชิงหลัวนำผ้าชุบน้ำอุ่นมาเช็ดหน้าให้นาง ก่อนรินชาใส่ถ้วย

 

เมื่อเห็นของเหลวในถ้วย เยว่หลันพลันหน้าซีด มือปัดถ้วยตกพื้นโดยไม่รู้ตัว

 

เพล้ง!

 

ถ้วยชาแตกกระจาย

 

ชิงหลัวตกใจจนรีบคุกเข่าลง

 

“บ่าวสมควรตาย!”

 

เสียงถ้วยแตกทำให้ภาพในตำหนักร้างย้อนกลับเข้ามาในหัว เยว่หลันหายใจถี่ มองของเหลวที่ไหลบนพื้นด้วยสายตาหวาดกลัว

 

กลิ่นดอกเหมย

 

ยาพิษ

 

เสิ่นอวี้เฉิน

 

นางกำแขนเสื้อแน่น กระทั่งความหวาดกลัวเปลี่ยนเป็นความเคียดแค้น

 

“ชานี้มาจากที่ใด”

 

ชิงหลัวรีบตอบ “เป็นชาที่คุณหนูรองส่งมาให้เมื่อช่วงเย็นเจ้าค่ะ นางบอกว่าชานี้ช่วยให้นอนหลับสบาย”

 

เซียวหว่านโหรว

 

เพียงได้ยินชื่อนั้น ดวงตาของเยว่หลันก็เย็นลง

 

นางจำได้ว่าในช่วงสามวันก่อนแต่งงาน ตนเองรู้สึกอ่อนเพลียและง่วงนอนตลอดเวลา วันแต่งงานยังเกือบหมดสติระหว่างขึ้นเกี้ยว

 

เวลานั้นนางคิดว่าเป็นเพราะความทุกข์ใจ

 

แต่หากชาเหล่านี้มีสิ่งผิดปกติเล่า

 

“ชิงหลัว”

 

“เจ้าค่ะ”

 

“เก็บเศษถ้วยกับน้ำชาไว้ อย่าให้ผู้ใดรู้”

 

สาวใช้เงยหน้ามองด้วยความแปลกใจ แต่ยังรับคำทันที

 

“เจ้าค่ะ”

 

เซียวเยว่หลันเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะเครื่องแป้ง สายตากวาดมองข้าวของตรงหน้า ก่อนหยุดลงที่กล่องไม้สีแดง

 

หัวใจของนางเต้นแรง

 

นางยื่นมือเปิดกล่องออก

 

ภายในมีปิ่นหยกดอกกล้วยไม้วางอยู่ แสงเทียนสะท้อนผิวหยกจนเกิดประกายอ่อนหวาน

 

ปิ่นดอกหลัน

 

ของแทนใจที่เสิ่นอวี้เฉินมอบให้นาง

 

ชาติก่อน นางเก็บมันไว้ข้างกายแม้หลังแต่งงาน ซ่อนมันจากกู้ถิงหยวน และใช้ช่องลับภายในปิ่นใส่กระดาษเพื่อส่งข่าวให้เสิ่นอวี้เฉินนับครั้งไม่ถ้วน

 

เยว่หลันหยิบปิ่นขึ้นมา

 

ในอดีต นางเคยมองมันด้วยความรัก แต่ตอนนี้กลับรู้สึกเหมือนกำลังถืออสรพิษ

“ของชิ้นนี้มาจากที่ใด” นางถาม ทั้งที่รู้คำตอบดี

 

“คุณหนูลืมแล้วหรือเจ้าคะ” ชิงหลัวกระซิบ “เมื่อวานคุณหนูรองนำมาให้ บอกว่าเป็นของที่คนผู้นั้นฝากมา”

 

คนผู้นั้น

 

เสิ่นอวี้เฉิน

 

เยว่หลันหมุนด้ามปิ่นเบา ๆ ตามความทรงจำ เกิดเสียงดังแกร๊ก ก่อนส่วนปลายจะแยกออกจากกัน

 

ด้านในมีกระดาษม้วนเล็กซ่อนอยู่

 

นางคลี่มันออก

 

ลายมืออันคุ้นเคยปรากฏตรงหน้า

 

'เยว่หลัน อีกสามวันเจ้าต้องแต่งกับกู้ถิงหยวน คืนพรุ่งนี้มาพบข้าที่เดิม ข้าจะพาเจ้าหนีไป ต่อให้ต้องสละทุกสิ่ง ข้าก็ไม่ยอมเสียเจ้าให้บุรุษอื่น'

 

หากเป็นนางในอดีต คงร้องไห้ด้วยความซาบซึ้ง และรีบไปพบเขาโดยไม่คิดสิ่งใด

 

ชาติก่อน นางไปตามนัดจริง

 

เสิ่นอวี้เฉินกอดนางไว้แน่น บอกว่าจะพาหนี แต่สุดท้ายกลับอ้างว่าทหารของกู้ถิงหยวนปิดประตูเมืองทั้งหมด นางจึงต้องแต่งเข้าจวนแม่ทัพ เพื่อรอวันที่เขาจะมารับ

 

บัดนี้เยว่หลันเข้าใจแล้ว

 

เขาไม่เคยคิดพานางหนี

 

การพบกันในคืนนั้นมีขึ้นเพื่อย้ำเตือนว่า นางต้องทำหน้าที่สายลับหลังแต่งงาน

 

ตั้งแต่ต้นจนจบ นางเป็นเพียงหมากตัวหนึ่ง

 

นิ้วของเยว่หลันกำกระดาษแน่นจนยับย่น

 

“คุณหนู จะให้บ่าวเตรียมรถม้าสำหรับคืนพรุ่งนี้หรือไม่เจ้าคะ”

 

เยว่หลันมองเปลวเทียน

 

นางอยากเผากระดาษแผ่นนี้ทิ้ง อยากหักปิ่นให้แตกคามือ และตัดขาดจากเสิ่นอวี้เฉินตั้งแต่วินาทีนี้

 

แต่ถ้าทำเช่นนั้น เขาย่อมรู้ว่านางเปลี่ยนไป

 

ศัตรูที่ระวังตัวย่อมจัดการได้ยากกว่าศัตรูที่เชื่อว่านางยังโง่งม

 

นางจำเป็นต้องทำให้เสิ่นอวี้เฉินเชื่อว่า ทุกอย่างยังคงเป็นเหมือนเดิม

 

ให้เขาเชื่อว่านางยังรัก

 

ยังเชื่อฟัง

 

และยังพร้อมมอบทุกสิ่งให้เขา

 

จากนั้นนางจะใช้ความไว้ใจนั้นย้อนกลับไปทำลายเขา

 

เซียวเยว่หลันคลายมือออก ลูบกระดาษให้เรียบ ก่อนม้วนกลับเข้าไปในปิ่นตามเดิม

 

“เตรียมไว้”

 

“เจ้าค่ะ”

 

“แล้วอย่าบอกผู้ใด แม้แต่คุณหนูรอง”

 

ชิงหลัวชะงักเล็กน้อย แต่รับคำอย่างเชื่อฟัง

 

ในจังหวะนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นจากด้านนอก

 

“คุณหนูใหญ่”

 

เป็นเสียงของสาวใช้อีกคน

 

“มีสิ่งใด”

“คุณหนูรองให้บ่าวมาแจ้งว่า มีคนกำลังรอท่านอยู่หลังจวนเจ้าค่ะ”

 

เยว่หลันมองออกไปนอกหน้าต่าง

 

ท้องฟ้ายังมืดสนิท หิมะบางเบากำลังโปรยปราย เหมือนคืนสุดท้ายในชีวิตก่อนของนางไม่มีผิด

 

แต่เวลานี้ ทุกอย่างแตกต่างไปแล้ว

 

“ผู้ใดรอข้า”

 

แม้จะรู้อยู่เต็มอก นางก็ยังถามออกไป

 

สาวใช้ด้านนอกลดเสียงลงจนแทบเป็นกระซิบ

 

“องค์ชายสามเจ้าค่ะ”

 

ภายในห้องตกอยู่ในความเงียบ

 

ชิงหลัวมีสีหน้าตกใจ “ในจดหมายบอกว่าคืนพรุ่งนี้มิใช่หรือ เหตุใดพระองค์จึงเสด็จมาตอนนี้”

 

เยว่หลันก้มมองปิ่นหยกในมือ

 

เสิ่นอวี้เฉินมาเร็วกว่าที่นางจำได้หนึ่งวัน

 

หรือเหตุการณ์บางอย่างเริ่มเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ตั้งแต่วินาทีที่นางย้อนกลับมา?

 

เยว่หลันเสียบปิ่นดอกหลันลงบนมวยผม ก่อนหยิบเสื้อคลุมสีแดงขึ้นมาสวม

 

ในกระจก ดวงหน้าของนางยังอ่อนหวานเหมือนสตรีที่เคยหลงรักองค์ชายสามอย่างไม่ลืมหูลืมตา

 

มีเพียงดวงตาเท่านั้นที่เปลี่ยนไป

 

ดวงตาคู่นั้นผ่านความตายมาแล้วครั้งหนึ่ง

 

“คุณหนูจะไปพบเขาจริงหรือเจ้าคะ”

 

“ไปสิ”

 

เยว่หลันลุกขึ้นยืน ริมฝีปากค่อย ๆ ปรากฏรอยยิ้มบาง

 

“มีคนอุตส่าห์ยืนรอข้าท่ามกลางหิมะ ข้าจะปล่อยให้เขาผิดหวังได้อย่างไร”

 

นางเดินไปถึงประตู ก่อนหยุดฝีเท้าแล้วหันกลับมาสั่ง

 

“ชิงหลัว หลังจากข้าออกไปแล้ว ให้เจ้าทำสองเรื่อง”

 

“คุณหนูโปรดสั่งมาเถิดเจ้าค่ะ”

 

“เรื่องแรก นำชาเมื่อครู่ไปหาหมอที่ไว้ใจได้ ตรวจดูว่าข้างในมีสิ่งใด แต่ห้ามเปิดเผยชื่อของข้า”

 

“เจ้าค่ะ”

 

“เรื่องที่สอง ส่งคนไปสืบเรื่องงานแต่งของข้ากับกู้ถิงหยวน ข้าต้องการรู้ทุกอย่าง โดยเฉพาะว่าเวลานี้เขาอยู่ที่ใด และกำลังทำสิ่งใด”

 

ชิงหลัวมองนางอย่างประหลาดใจ

 

ก่อนหน้านี้คุณหนูของนางไม่ยอมแม้แต่จะฟังชื่อแม่ทัพกู้ เหตุใดเมื่อตื่นขึ้นมาจากฝันร้ายจึงเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน

 

“บ่าวเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”

 

เยว่หลันพยักหน้า ก่อนผลักประตูออก

 

ลมหนาวปะทะใบหน้า เกล็ดหิมะตกลงบนฝ่ามือบอบบาง นางเงยหน้ามองท้องฟ้ายามราตรี สูดลมหายใจเข้าลึกๆ

 

ความหนาวนี้ยืนยันว่า นางยังมีชีวิตอยู่จริง ๆ

 

ชาติก่อน นางรักเสิ่นอวี้เฉินมาสิบปี และตอบแทนกู้ถิงหยวนด้วยการทำลายทุกสิ่งของเขา

 

ชาตินี้ นางจะไม่รักคนผิดอีก

 

จะไม่ปล่อยให้ผู้บริสุทธิ์ต้องตาย

 

และจะไม่ยอมเป็นหมากให้ผู้ใดเหยียบขึ้นสู่อำนาจ

 

เซียวเยว่หลันก้าวลงจากระเบียง มุ่งหน้าไปยังประตูหลังจวน ทิ้งรอยเท้าต่อเนื่องไว้บนหิมะขาวโพลน

 

อีกด้านหนึ่งของกำแพง บุรุษที่เคยหลอกใช้นางกำลังรออยู่

 

ส่วนห่างออกไปในเมืองหลวง ชายที่เคยยอมตายเพื่อนางยังมีชีวิต

 

ครั้งนี้ นางจะรักษาชีวิตของเขาไว้

 

และทวงหนี้ทุกหยดเลือดคืนจากคนที่เคยทำลายนาง

 

ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยสิ่งใดก็ตาม

กลับหน้าหลัก ตอนก่อนหน้า