เราสองคนกอดจูบนัวเนียตรงประตูห้อง ร่างอ้อนแอ้นของโบกี้บิดส่ายไปมาอยู่ในอ้อมกอดของผม เธอส่งเสียงครางมีความสุขออกมาไม่หยุด ร่างของเธอกระตุกสะท้านทุกครั้งที่ผมตะปบมือลงไปขยำยิ่งทวีความหื่นกามขึ้นเรื่อย
เราสองคนกอดจูบนัวเนียตรงประตูห้อง ร่างอ้อนแอ้นของโบกี้บิดส่ายไปมาอยู่ในอ้อมกอดของผม เธอส่งเสียงครางมีความสุขออกมาไม่หยุด ร่างของเธอกระตุกสะท้านทุกครั้งที่ผมตะปบมือลงไปขยำยิ่งทวีความหื่นกามขึ้นเรื่อย
แป้งส่งเสียงหยอกแบบไม่ระบุคนออกมา โบกี้เขินหน้าแดงและมองค้อนแป้ง ส่วนกิ๊ฟกับผมนั้นแอบมองหน้ากันแวบหนึ่งแล้วพยายามเก็บซ่อนอาการร้อนตัวกันยกใหญ่ จะว่าไปโบกี้เธอกินยาคุมอยู่ แต่กิ๊ฟเธอกินหรือยังผมก็ไม่แน่ใจ
"บ้า อย่าพูดเสียงดัง เดี๋ยวเถอะ"
โบกี้ส่งเสียงกระซิบห้ามแป้งด้วยท่าทางกระวนกระวาย เธอคงกลัวว่าคนอื่นจะได้ยินเข้า แต่แป้งยักไหล่ไม่สนแล้วหันมาขยิบตาให้ผมและส่งเสียงหัวเราะคิกคัก ผมว่าแป้งจะต้องรู้อะไรบางอย่าง และนั่นหมายความว่ากิ๊ฟคงจะเล่าให้แป้งฟังแล้ว
"ไม่เสียงดังก็ได้ แต่หนุ่มต้องเล่าให้ฟังนะว่าจัดการเพื่อนของแป้งไปกี่รอบ เล่นกันบนโซฟาหรือหน้าโต๊ะกระจก เล่นท่าไหนยังไง เล่ามาให้หมดเลย"
แป้งรุกไล่ผมอีกครั้งแบบไม่ระบุชื่อว่าหมายถึงโบกี้หรือกิ๊ฟ โบกี้ย่อมคิดว่าแป้งหมายถึงตัวเธอเองเพราะโดนอ้างถึงโซฟา โบกี้จึงฟาดมือตีใส่แขนของแป้งเพื่อแก้เขิน ส่วนกิ๊ฟนั้นกำลังก้มหน้าเงียบไม่พูดอะไรสักคำเพราะหน้าโต๊ะกระจกน่าจะหมายถึงกิ๊ฟ
ผมนั่งฟังแล้วก็ไม่แน่ใจว่าควรหัวเราะหรือร้องไห้ ผมแน่ใจว่าแป้งไม่ได้คิดจะแฉพฤติกรรมของผม เธออาจจะงอนสักหน่อยที่ผมไม่ได้สนิทสนมกับเธอมาแล้วระยะหนึ่ง แถมผมยังหันไปสนิทสนมกับกิ๊ฟที่เพิ่งมาใหม่อีกต่างหาก ผมเลยรู้สึกว่าน่าจะต้องหาเวลาไปสนุกกับแป้งบ้างแล้ว
เราสี่คนหยอกล้อกันไปเรื่อย แต่ก็ยังแบ่งสมาธินั่งทำงานกลุ่มจนเสร็จเตรียมนำเสนอ ผมรู้สึกได้ถึงสายตาอิจฉาที่มองผม เพราะว่าผมได้ร่วมกลุ่มกับสามสาวแสนสวย ส่วนผมนั้นกำลังหัวเราะในใจด้วยความภาคภูมิ ผมอยากรู้เหลือเกินว่าถ้าพวกนี้ได้รู้ว่าผมจัดการสาวสวยทั้งสามมาแล้ว พวกเพื่อน ๆ มันจะอิจฉาผมขนาดไหน
"หนุ่มหักโหมมากระวังเถอะ เดี๋ยวจะไม่ไหว คืนก่อนโน้นก็เล่นเหมาสามสาว เมื่อคืนก็ทำกับโบกี้ ตอนเช้ายังจะมีแรงไปทำกับกิ๊ฟอีกนะ"
ช่วงที่โบกี้กับกิ๊ฟออกไปนำเสนองานหน้าห้อง แป้งที่นั่งอยู่ข้างผมก็โน้มหน้ามาพูดกระซิบหยอกด้วยรอยยิ้มแพรวพราว ผมหันไปยิ้มแห้ง ๆ ให้ ผมเดาออกอยู่แล้วว่าโบกี้ต้องคุยกับแป้งในฐานะเพื่อนสนิท ส่วนกิ๊ฟนั้นก็ไม่แปลกที่จะเล่าเรื่องให้แป้งฟัง แต่ผมแปลกใจเล็ก ๆ เรื่องที่แป้งพูดว่าผมเหมาหมดทั้งสามสาวในคืนก่อนหน้า เพราะก่อนหน้านี้แป้งพยายามออกตัวว่าเธอเมาหลับไม่รู้เรื่องอะไรเลยสักนิด
"ตกลงคืนนั้นยังไงกันแน่ ฝีมือแป้งใช่หรือเปล่า"
"คิก คิก ไม่บอก ถ้าอยากรู้ ก็ต้องแบ่งเวลามาหาเราบ้าง"
แป้งหัวเราะเสียงสดใสแต่ไม่ยอมตอบ ผมเลยแน่ใจว่าเป็นฝีมือแป้ง เพียงแต่ยังไม่รู้รายละเอียดว่าอะไรเป็นอะไร ผมสงสัยว่าทำไมคืนนั้นโบกี้เมาหลับสนิทไม่รู้ตัวเลย ทำไมแป้งถึงนอนนิ่งเหมือนหลับแต่กลับรู้ทุกเรื่อง ทำไมกิ๊ฟถึงได้แสดงท่าทีร้อนร่านเหมือนโดนยาปลุก และคำถามทุกอย่างนี้ผมรู้สึกว่าแป้งน่าจะรู้
"แป้งรู้ทุกเรื่องเลยนะ"
"แหม เราไม่ได้รู้ทุกเรื่องหรอกนะ แต่รู้เรื่องพอสมควร ยกตัวอย่างเช่นไอดอลสาวมัธยมปลายชื่อแอลที่นั่งรถไปกับหนุ่ม"
ผมสะดุ้งโหยงทันทีพอได้ยินแป้งพูดถึงแอล เพราะไม่คิดว่ามีใครรู้เรื่องนี้ ส่วนแป้งพอเห็นผมตกใจก็ทำท่าเหมือนกลั้นหัวเราะเสียยกใหญ่
"แป้งรู้ได้ยังไง"
"หอเราก็อยู่แค่นั้น แล้วเราก็จำรถของหนุ่มได้ วันนั้นบังเอิญแอบเดินไปดูว่าจอดรถทำอะไร แล้วก็เห็นน้องแอลจูบปากกับหนุ่มบนรถ แต่ไม่ต้องกลัวแป้งไม่ได้บอกใครหรอก"
ผมยิ้มแห้ง ๆ เพราะความจริงหอแป้งก็อยู่แถวนั้นจริง ผมเคยคิดจะพาแอลไปลงที่ห้องของแป้งด้วยซ้ำ ผมเลยเกรง ๆ เรื่องนี้อยู่เหมือนกัน คือกลัวว่าแป้งจะเห็นเข้า และแป้งก็เห็นเข้าจริง ๆ แถมยังรู้จักแอลด้วย
"เดี๋ยวนะ แป้งรู้จักแอลด้วยเหรอ"
"ทำไมจะไม่รู้จักล่ะ เนตไอดอลเหมือนกันก็ต้องศึกษาข้อมูลกันบ้าง แต่ก็ต่างกันนิดหน่อย เราน่ะไอดอลสายเซ็กซี่ ส่วนแอลน่ะไอดอลสายน่ารักสดใส"
"อืม ก็จริงนะ ไอดอลเหมือนกัน"
ผมส่งเสียงพึมพำเหมือนลืมไปว่าแป้งก็เป็นเนตไอดอล จริง ๆ ยอดคนติดตามของแป้งยังมากกว่าแอลด้วยซ้ำ เพียงแต่แป้งเธอเป็นสายโชว์หวิวไม่ให้เห็นหน้า ก็เลยไม่มีใครรู้ว่าตัวจริงเธอคือใคร ยกเว้นผม
"ไม่ใช่แค่นั้นหรอกนะ เรายังเคยคุยกับแอลด้วย ที่ร้านกาแฟแถวนั้นแหละ ท่าทางหยิ่งเย็นชาเหยียดชนชั้น หนุ่มไปจีบอีท่าไหนถึงจีบติด จูบปากแสดงความรักกันขนาดนี้น่าจะฟันไปแล้วแน่ ๆ ร้ายกาจจริง ๆ"
"อะแฮ่ม เอ่อ ก็อะไรแนวนั้น"
"ถ้าไม่มีที่ลง วันหลังพาไปลงห้องเราก็ได้นะ ดีไม่ดีจะได้เล่นสนุกกันสามคน แต่ก็ระวังเอาไว้หน่อยล่ะกัน ผู้หญิงเวลามีความรักแล้วอันตรายนะ"
ผมหูผึ่งสนใจคำอนุญาตของแป้งที่บอกว่าให้ใช้ห้องเธอได้ ผมเคยคิดอยู่เหมือนกันว่าเวลาเจอกับแอลแล้วมีข้อจำกัดเรื่องเวลา จะให้ไปที่อื่นก็กลัวกลับมาไม่ทัน ผมเคยคิดว่าจะเช่าหอพักแถวนั้นเพื่อสนิทสนมกับแอล แต่ก็รู้สึกแปลก ๆ ถ้าจะให้เช่าหอพักไว้ใช้เพื่อการนี้โดยเฉพาะแค่อย่างเดียว แต่ถ้าแป้งอนุญาตให้ใช้ห้องเธอได้ ผมก็คิดว่าน่าสนใจ
"อันตรายยังไง ..."
"ผู้หญิงเวลามีความรักน่ะ เธอจะพยายามทำทุกอย่างเพื่อมัดใจผู้ชายที่เธอรัก แถมตามธรรมชาติของร่างกาย พอผู้หญิงมีความรัก ร่างกายก็จะเตรียมรับการสืบพันธ์ ผู้หญิงจะยิ่งมีอารมณ์ได้ง่ายกว่าเดิม แล้วหนุ่มเล่นทำให้ผู้หญิงหลงรักตั้งสี่คนแบบนี้ ระวังเถอะจะฟ้าเหลืองตัวซีดรับไม่ไหว"
ผมยิ้มฝืน ๆ เพราะกังวลเรื่องนี้เหมือนกัน แต่ว่าเดี๋ยวนะ แป้งบอกว่าผู้หญิงสี่คน แต่ถ้านับแล้วน่าจะมีแค่โบกี้ กิ๊ฟ แล้วก็แอล แค่สามคน
"สี่คน?"
"เดี๋ยวเถอะ นายบื้อ สี่คนน่ะซิ หรือนายมีมากกว่านี้อีก ก็มีโบกี้ กิ๊ฟ น้องแอล แล้วก็เราไง นายทำเราเสียวถึงใจขนาดนี้คิดว่าเราจะไม่หลงรักนายหรือไง เราทำอะไรให้นายตั้งเยอะ นายไม่เห็นเลยหรือไง นายบื้อ"
พอผมถามไปแบบงง ๆ แป้งก็ทำหน้าบึ้งใส่และใช้เท้าเหยียบจนผมสะดุ้งโหยง ผมหันไปมองแป้งที่กำลังงอนเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ผมรู้สึกมึน ๆ งง ๆ ความจริงผมก็รู้อยู่หรอกว่าแป้งเธอก็ชอบผม แต่ว่าเธอมักจะออกตัวเปิดทางให้โบกี้ แถมยังมักจะเห็นดีเห็นงามให้ผมทำเรื่องวาบหวาม ผมเลยเข้าใจว่าเธอแค่อยากหาเรื่องสนุกทำกับผม ไม่เคยรู้เลยว่าเธอจะใช้คำว่าหลงรักกับผม
ผมอยากจะถามแป้งให้ชัดกว่านี้ แต่ว่าโบกี้กับกิ๊ฟที่ออกไปนำเสนองานหน้าห้องเดินกลับมาพอดี ผมเลยไม่สะดวกที่จะถาม รอจนเรียนเสร็จพวกเราก็เตรียมแยกย้าย
แป้งพูดเปรย ๆ ว่าเธอจะไม่ไปไหน แต่จะกลับไปนอนเล่นที่ห้อง แป้งแอบมองผมด้วยสายตาเชื้อเชิญเหมือนจะบอกให้ผมไปหาเธอ ส่วนน้องกิ๊ฟนั้นเธอยังก้มหน้าก้มตาแสดงท่าทีเขินอาย แต่ก็พูดคล้ายกับแป้ง คือเธอจะกลับห้องพัก และยังแอบมองส่งสายตาเชื้อเชิญให้ผมด้วย
ตอนนี้เหลือผมยืนอยู่กับโบกี้ เธอบอกว่าเย็นนี้เธอมีนัดกับเพื่อน แต่ว่ากลางคืนเธอจะกลับคอนโด ถ้าผมจะไปรอเธอที่นั่นก่อนก็ได้ ยังไงผมก็มีกุญแจห้องของโบกี้แล้ว
ผมยืนเกาหัวแบบมึน ๆ ไม่แน่ใจว่าควรเอายังไงดี เพราะในโทรศัพท์มือถือของผมตอนนี้ก็มีข้อความส่งมาจากน้องแอลว่าคิดถึงอยากเจอด้วยอีกหนึ่งคน
แล้วผมจะทำยังไงดีล่ะเนี่ย