เราสองคนกอดจูบนัวเนียตรงประตูห้อง ร่างอ้อนแอ้นของโบกี้บิดส่ายไปมาอยู่ในอ้อมกอดของผม เธอส่งเสียงครางมีความสุขออกมาไม่หยุด ร่างของเธอกระตุกสะท้านทุกครั้งที่ผมตะปบมือลงไปขยำยิ่งทวีความหื่นกามขึ้นเรื่อย
เราสองคนกอดจูบนัวเนียตรงประตูห้อง ร่างอ้อนแอ้นของโบกี้บิดส่ายไปมาอยู่ในอ้อมกอดของผม เธอส่งเสียงครางมีความสุขออกมาไม่หยุด ร่างของเธอกระตุกสะท้านทุกครั้งที่ผมตะปบมือลงไปขยำยิ่งทวีความหื่นกามขึ้นเรื่อย
ผมหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดดู แล้วผมก็พบว่าเรื่องเมื่อคืนที่ผ่านมาไม่ใช่ความฝันเด็ดขาด เพราะในเครื่องมีรูปที่ผมถ่ายสามสาวเอาไว้เต็มไปหมด ถ้าผมฝันผมก็ไม่น่าจะมีรูปพวกนี้ และนั่นหมายความว่ามีใครสักคนที่ช่วยเก็บกวาดทำลายหลักฐาน และสวมใส่เสื้อผ้าให้พวกเราทั้งหมด
"คราวหลังไม่ดื่มแรงแบบนี้แล้วนะแป้ง เมาสลบไปไม่รู้ตัวเลย ... อืม จริง ๆ ก็พอจำได้นิด ๆ ตอนก่อนหลับนะ"
พอผมออกมาจากห้องน้ำก็ได้ยินเสียงโบกี้คุยกับแป้ง โบกี้ทำเสียงเหมือนเข็ดขยาด แต่พอหันมาเห็นผมก็พูดประโยคหลังด้วยสีหน้าแดงเรื่อ ดูเหมือนเธอจะไม่ได้ไร้สติจนจำไม่ได้ว่าทำอะไรกับผมลงไปเมื่อคืน
กิ๊ฟแอบชำเลืองมองมาทางผมแวบหนึ่งแล้วรีบก้มหน้างุดไม่พูดอะไร หน้าของเธอยังแดงกว่าโบกี้เสียอีก แถมยังทำท่าเหมือนเด็กน้อยที่กำลังจะโดนจับผิด ผมเลยชักจะสงสัยว่าคนทำลายหลักฐานคือกิ๊ฟ
"โอย ใครจะไปรู้ล่ะ เพิ่งทดลองผสมเองครั้งแรกนี่นา ชั้นเองก็เผลอดื่มจนสลบไปเหมือนกันแหละ เสียดายจริง ๆ ว่าแต่เมื่อคืนพวกเราสลบกันหมด ผู้ชายคนเดียวในห้องแอบลักหลับทำอะไรพวกเราหรือเปล่าน่ะ"
แป้งเบะปากพูดด้วยท่าทีไม่ค่อยสบอารมณ์ ก่อนจะหันมาแซวจนผมสะดุ้งเฮือกเพราะมีความผิดติดตัว โบกี้เองก็มองมาทางผมด้วยสายตามีคำถาม
"ไม่ ... ไม่นะคะ พี่หนุ่มไม่ได้ทำอะไรเลย หนูไม่ได้เมาหลับ ถ้าพี่หนุ่มทำอะไรหนูคงจะรู้ตัวไปแล้ว พี่หนุ่มทำกับพี่โบกี้แค่คนเดียว"
กิ๊ฟเองก็ทำท่าเหมือนร้อนตัว เธอรีบโพล่งแก้ตัวให้ผมออกมาด้วยน้ำเสียงกระสับกระส่ายร้อนรน ผมมองยังไงก็ให้ความรู้สึกคล้ายเด็กน้อยที่กำลังแก้ตัวไม่ยอมรับความผิดตัวเอง แต่แป้งกับโบกี้จะคิดยังไงนั้นผมไม่แน่ใจนัก
โบกี้นั้นแสดงท่าทีเขินจนหน้าแดง เพราะกิ๊ฟเพิ่งพูดเรื่องที่ผมมีอะไรกับเธอ ส่วนแป้งกลับยิ้มแปลก ๆ แล้วพูดพร้อมกับหัวเราะร่วนออกมา
"จ้ะ รู้แล้วจ้ะ พวกเราก็แค่หยอกเล่นหรอก ถ้านายหนุ่มแอบทำอะไรชั้นคงจะรู้ตัวแล้ว แต่นี่ตื่นมาเสื้อผ้าก็ยังอยู่เหมือนเดิม แถมยังไม่มีร่องรอยอะไรด้วย จริง ๆ ก็แอบผิดหวังเล็ก ๆ นะ คิก คิก หรือว่าเราจะมีเสน่ห์ไม่พอนะ"
ถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่แน่ใจว่าแป้งเธอรู้ตัวหรือเปล่าโดนทำอะไรไปบ้าง กิ๊ฟน่ะรู้ตัวแน่ ๆ แต่เธอเลือกที่จะไม่โวยวายและพยายามปิดเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ ส่วนโบกี้น่าจะจำได้แค่ตอนที่ผมมีอะไรกับเธอ
ผมเห็นโบกี้ฟังแป้งแล้วก็ทำท่าครุ่นคิด ผมว่าเธอคงจะสงสัยอยู่บ้างเหมือนกัน แต่ว่ามีใครสักคนที่ช่วยจัดฉากทำลายหลักฐานให้แล้ว ไม่งั้นถ้าตื่นมาเจอสภาพเปลือยเปล่าทั้งสามสาว เช้านี้ผมคงมีเรื่องใหญ่ให้เคลียร์อีกหนึ่งเรื่อง
พอเห็นว่าไม่มีอะไรแล้วผมก็ไปกินโจ๊กที่กิ๊ฟลงไปซื้อมาให้ตั้งแต่เช้ามืด จากนั้นพวกเราก็แยกย้าย ผมขับรถไปส่งโบกี้กับแป้งที่คอนโดของโบกี้ก่อน แป้งบอกว่าจะขอยืมชุดนักศึกษาของโบกี้ใส่ ส่วนผมเองก็ต้องกลับบ้านไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเหมือนกัน
ผมไปเข้าเรียนแบบใจลอยไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัว เพราะว่ายังสงสัยอยู่ว่าเรื่องราวมันเป็นมายังไง จะถามกิ๊ฟก็ถามไม่ได้เพราะไม่มีเบอร์ติดต่อ จะให้ขอจากแป้งหรือโบกี้ก็คงไม่ดี แต่คิดไปคิดมายังไงก็คิดไม่ออกผมเลยเลิกคิดให้ปวดหัวแล้วหันมาตั้งใจฟังอาจารย์แทน
ตอนเย็นผมมีนัดกับโบกี้พาเธอไปเดินเล่นสองต่อสองตามแผนที่วางไว้ตั้งแต่เมื่อวาน เราสองคนนัดเจอกันในห้างเพราะยังไม่อยากให้เพื่อน ๆ ในมหาลัยรู้เห็นความสัมพันธ์ ผมไปรอไม่นานโบกี้ที่สวมชุดนักศึกษาก็เดินเฉิดฉายฝ่าสายตาของหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่เข้ามาหา
ผมมองความสวยของเธอแล้วใจเต้นแรงตามเคย หน้าตา รูปร่าง ท่าทาง ทุกอย่างของเธอช่างยอดเยี่ยม เสน่ห์ของโบกี้ยังคงร้อนแรงเหมือนเดิม และเมื่อผมได้เดินเคียงข้างเธอ ผมก็รู้สึกภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้เดินควงกับนางฟ้าแสนสวยที่มีแต่หนุ่ม ๆ แอบมองกันแบบตาเป็นมัน
เราสองคนเดินเล่นกันราวครึ่งชั่วโมงแล้วก็นั่งพักเหนื่อยกินไอศครีมกัน โบกี้ซื้อของใช้เล็ก ๆ น้อย ๆ ไปสองสามถุง ส่วนผมเองไม่ได้ซื้ออะไรพิเศษแค่ช่วยเดินเป็นเพื่อนเธอซื้อของไปเรื่อย ๆ จะว่าไปวันนี้ผมรู้สึกว่าโบกี้เธอมองผมแปลกไปกว่าปกติสักหน่อย แต่ไม่รู้ว่าอะไรที่แตกต่างไปจากเดิม
"กินเลอะเทอะอย่างกับเด็ก ติดแก้มแล้วแน่ะ"
โบกี้ยิ้มหวานหัวเราะคิกมองผม ก่อนจะยื่นมือมาใช้นิ้วปาดเขี่ยไอศครีมออกไปจากข้างแก้มของผม ผมมองเธอแล้วยิ้มเขินเล็ก ๆ ที่กินไม่เรียบร้อย แต่ท่าทีถัดมาของเธอทำให้ผมต้องมองเธอด้วยความประหลาดใจ โบกี้ยื่นนิ้วที่ติดไอศครีมเข้าไปในปากของเธอแล้วเลียกลืนเข้าไปด้วยท่าทางร้อนแรงจนผมต้องกลืนน้ำลายดังอึก
"รสวนิลาของหนุ่มอร่อยดีนะ หวาน ๆ นุ่ม ๆ ขอชิมอีกหน่อยซิ อ้ะ แลกกันชิมนะ เอารสมะนาวไปกิน"
เท่านั้นยังไม่พอโบกี้ยังยื่นมือมาหยิบเอาไอศครีมรสวนิลาของผมไป แล้วยื่นเอาไอศครีมรสมะนาวของเธอมาให้ผมแทน เธออ้าปากงับของผมเข้าไปหนึ่งคำใหญ่แล้วทำสีหน้าเหมือนอร่อยมากเหลือเกิน ผมเลยยิ้มแล้วอ้าปากงับไอศครีมที่เธอยื่นให้แล้วพุดหยอกเธอกลับ
"รสมะนาวเฉย ๆ ไม่ค่อยอร่อยอ่ะ เปรี้ยวไป ถ้าให้ดีต้องใส่นมสักหน่อย"
ผมพูดพลางเหลือบสายตามองลงไปที่ก้อนเนื้อกลมดิกสองลูกที่ดันเสื้อนักศึกษาออกมาเป็นก้อนกลม โบกี้มองค้อนใส่แล้วตีผมเบา ๆ ด้วยท่าทางเขิน ๆ จะว่าไปท่าทางของเธอวันนี้ดูหวานกว่าปกติจริง ๆ
"นึกว่าผู้ชายจะชอบสาวเปรี้ยว ๆ แบบแป้งเสียอีก ว่าแต่หนุ่มไม่ชอบบ้างเหรอแป้งน่ะ แป้งทั้งสวยทั้งน่ารัก คุยก็เก่ง ผิวขาวสวยเป็นประกายขนาดนั้น เราเห็นแล้วยังอยากผิวขาวแบบนั้นบ้างเลย"
อยู่ดี ๆ โบกี้ก็เชื่อมโยงคำว่าเปรี้ยวเข้ากับแป้งจนผมสะดุ้งโหยง ทีแรกผมนึกว่าเธอจะรู้เรื่องของผมกับแป้งและเตรียมเล่นงานผม แต่พอมองหน้าเธอแล้วผมคิดว่าไม่ใช่ เธอยิ้มเขิน ๆ ไม่ได้มีท่าทีโกรธไม่พอใจอะไร ผมเลยเดาว่าเธอน่าจะแค่อยากเปรียบเทียบตามประสาผู้หญิงมากกว่า โบกี้เธอสวยน่ารักขนาดนี้แล้วแต่ก็ยังคิดว่าตัวเองสวยน้อยกว่าคนอื่นอยู่ดี
"เปรี้ยวไปก็ไม่ไหวนะ ปวดหัวแย่ ส่วนเรื่องผิวเราชอบผิวแบบโบกี้ที่สุดแล้ว ขาวไปก็ไม่ดีหรอก แบบโบกี้นี่ซิขาวอมชมพูทั้งเนียนทั้งนุ่มที่สุดแล้ว"
ผมอ่านเกมออกเลยรีบพูดชมโบกี้ และดูเหมือนว่าผมจะคิดถูก โบกี้เลยยิ่งยิ้มหวานกว่าเดิม แต่เธอก็ยังไม่หยุดเปรียบเทียบอยู่ดี
"ถ้าชอบหวาน ๆ น้องกิ๊ฟก็หวานน่ารักดีนะ ขี้อาย ตัวเล็ก น่ารัก หน้าเด็ก แต่เนื้อตัวนี่เซ็กซี่สุด ๆ หนุ่มไม่สนบ้างเหรอ"
"ไม่รู้ซิ ถ้าเทียบกันแล้วโบกี้สวยน่ารักกว่าตั้งเยอะ หน้าก็สวยกว่า นิสัยก็น่ารักกว่า เรื่องเซ็กซี่โบกี้ก็ยิ่งกินขาด"
"... แหวะ ทำเป็นพูดชม เราเห็นนะว่าหนุ่มแอบมองแป้งกับน้องกิ๊ฟบ่อย ๆ สองคนนั้นเองก็แอบมองหนุ่มด้วย ท่าทางสองคนนั้นจะชอบหนุ่ม"
"ไม่หรอกมั้ง แต่ถึงยังไงโบกี้ก็สวยน่ารักที่สุดอยู่ดีแหละ"
ผมรู้สึกหวาด ๆ เล็กน้อยเพราะเกรงว่าโบกี้จะรู้เรื่องผมกับสองสาว แต่คิดว่าไม่น่าใช่ ผมเลยหยอดคำชมให้เธออีกรอบ คราวนี้โบกี้เบือนหน้าไปทางอื่น แต่ผมแอบเห็นว่าเธอยิ่งยิ้มหวานกว่าเดิม หน้าเธอแดงซ่านขึ้นมาเล็กน้อยจนผมใจสั่นสะท้าน
"... หนุ่ม"
"อื้อ มีอะไรหรือเปล่าโบกี้"
"คือ ... ปิดเทอมนี้ เราจะกลับไปอยู่บ้านกับพ่อแม่หนึ่งเดือน เผื่อว่าหนุ่มจะอยากไปเที่ยวที่นั่นสักหลายวัน"
"บ้านโบกี้เหรอ อืม ไปซิ ใครไปกันบ้างล่ะ แป้งหรือเปล่า"
"เปล่า ... เราชวนหนุ่มไปคนเดียว"
โบกี้ตอบเสียงอ้อมแอ้มเหมือนเขิน ๆ ผมเลยชะงักไปวูบหนึ่ง ทีแรกผมคิดว่าเธอจะชวนไปเที่ยวตามประสาเพื่อนธรรมดา เช่นอาจจะมีแป้งหรือเพื่อนคนอื่น แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่แบบนั้น
เธอชวนผมไปบ้านเธอคนเดียว และมันก็มีความหมายแค่อย่างเดียว เธออยากให้ผมไปพบพ่อกับแม่ของเธอ และถ้าผมไปแค่คนเดียวก็คงไม่ใช่ในฐานะเพื่อน แต่จะเป็นการไปเปิดตัวในฐานะแฟนของโบกี้ ซึ่งถ้ามองในฐานะผู้หญิงแล้ว แปลว่าเธอพร้อมจะเปิดรับผมเป็นชายคนรักแบบเต็มตัวแล้ว