เราสองคนกอดจูบนัวเนียตรงประตูห้อง ร่างอ้อนแอ้นของโบกี้บิดส่ายไปมาอยู่ในอ้อมกอดของผม เธอส่งเสียงครางมีความสุขออกมาไม่หยุด ร่างของเธอกระตุกสะท้านทุกครั้งที่ผมตะปบมือลงไปขยำยิ่งทวีความหื่นกามขึ้นเรื่อย
เราสองคนกอดจูบนัวเนียตรงประตูห้อง ร่างอ้อนแอ้นของโบกี้บิดส่ายไปมาอยู่ในอ้อมกอดของผม เธอส่งเสียงครางมีความสุขออกมาไม่หยุด ร่างของเธอกระตุกสะท้านทุกครั้งที่ผมตะปบมือลงไปขยำยิ่งทวีความหื่นกามขึ้นเรื่อย
พอโบกี้รับช่อดอกไม้ไปถือไว้ พี่โต๋ก็ลุกขึ้นแสดงท่าทางดีใจอย่างเห็นได้ชัด ส่วนผมที่นั่งมองอยู่ในรถกลับรู้สึกอีกแบบ ตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนอยากจะฆ่าคนขึ้นมา ผมอยากจะลงจากรถแล้วไปกระทืบศัตรูหัวใจให้รู้เรื่องรู้ราว แต่ก็ได้แค่คิดล่ะครับ ผมไม่ทำอะไรแบบนั้นหรอก
ระหว่างที่ผมนั่งหงุดหงิดในรถ สองคนนั้นก็พูดคุยกันนานพอดู ผมสูดลมหายใจระงับความโกรธ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาส่งข้อความหาโบกี้ ผมพิมพ์บอกเธอว่าจะมารับเธอที่คอนโดแล้วพาไปมหาลัยเพื่อดูท่าที
โบกี้หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาอ่าน และผมก็เห็นสัญลักษณ์ว่าเธออ่านข้อความนั้นแล้ว แต่ว่าเธอไม่ตอบ เธอหันไปคุยกับพี่โต๋ด้วยท่าทางเคร่งเครียดอีกครู่ใหญ่ ก่อนจะพิมพ์ตอบโกหกผมว่าไม่ต้องมารับ เธอกำลังจะไปกับเพื่อน แล้วสุดท้ายโบกี้ก็เดินไปขึ้นรถคันหรูของพี่โต๋
ผมนั่งอึ้งอยู่ในรถ ผมไม่เข้าใจว่าทำไมโบกี้ถึงยังแสดงท่าทีเป็นมิตรกับพี่โต๋ ทั้งที่พี่โต๋นอกใจเธอแอบไปมีผู้หญิงคนอื่น แต่พอนึกถึงเรื่องนี้ผมก็เหมือนโดนน้ำเย็นสาดใส่โครมใหญ่ พี่โต๋นอกใจโบกี้ก็จริง แต่ผมก็ไม่ต่างอะไรกันไม่ใช่เหรอ
บางทีผมอาจจะเลวกว่าพี่โต๋ก็ได้ เพราะว่าผมคบกับแป้งเพื่อนรักของโบกี้ เรียกว่าแทงกันข้างหลังก็ไม่ผิด แถมยังไปมีอะไรกับน้องแอลอีกต่างหาก ด้วยเหตุนี้ผมเลยด่าพี่โต๋ได้ไม่สนิทใจเท่าไหร่ มันเลยกลายเป็นอารมณ์อัดอั้นบอกไม่ถูก
ผมนั่งส่ายหน้าเรียกสติหันไปมองรถคันหรูที่กำลังวิ่งออกไปจากคอนโด แล้วผมก็เข้าเกียร์รถของผมวิ่งตามไปห่าง ๆ ตอนเช้าแบบนี้รถยังไม่มาก และผมพอจะเดาได้ว่าคงไปทางมหาวิทยาลัย การติดตามก็เลยไม่ยากเท่าไหร่ ผมเห็นรถสีดำคันหรูนำหน้าแบบผลุบ ๆ โผล่ ๆ ไม่กล้าเข้าไปใกล้เพราะกลัวโบกี้สังเกตเห็น
แรก ๆ ก็ตามคุมระยะได้อยู่ แต่พอวิ่งไปได้สักระยะผมก็ติดไฟแดง รถสีดำวิ่งหายไปลับตา ตอนนี้คงตามไม่ได้แล้ว และผมคิดว่าคงไม่มีปัญหาเพราะใกล้จะถึงมหาลัยอยู่แล้ว เดี๋ยวคงเจอกันที่มหาลัย อีกอย่างผมค่อยใช้แว่นสืบหาความจริงจากโบกี้ทีหลังก็ได้ ถ้ารู้ว่าเธอคิดยังไงก็ค่อยคิดอีกที
ผมขับรถเข้าไปจอดแล้วไปลานคณะ พอเดินเข้าไปในตึกก็โล่งใจขึ้นมานิดหน่อย เพราะว่าเห็นโบกี้นั่งรวมอยู่กับกลุ่มเพื่อนสาวตามปกติ ซึ่งแน่ล่ะว่ามีแป้งนั่งรวมอยู่ด้วย แป้งแอบขยิบตาให้ผมเล็กน้อยตอนผมเดินเข้าไปนั่งกับกลุ่มเพื่อนผู้ชายที่อยู่ไม่ไกล ส่วนโบกี้ก็แอบหันมาส่งยิ้มให้ผม ถึงพวกเราจะตกลงคบกันเป็นแฟนแล้ว แต่ก็ยังมีข้อตกลงว่าจะเก็บเป็นความลับไปก่อนสักระยะ
พวกเรานั่งรอเข้าเรียนตอนเช้ากันอยู่ ระหว่างนั้นก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้าไปหาโบกี้พร้อมกับกล่องของขวัญ ผมขมวดคิ้วมองด้วยความหงุดหงิด ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเข้าไปจีบโบกี้ เพราะผมเห็นบ่อยครั้ง เสน่ห์ของโบกี้นางฟ้าคนนี้ยังคงร้อนแรงเหมือนเดิม
โบกี้แอบชำเลืองมองมาทางผมแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปแสดงท่าทีไม่สะดวกใจที่จะรับของ แต่ผู้ชายคนนั้นก็วางบนโต๊ะแล้วรีบเดินจากไปไม่ยอมรับการปฏิเสธ ผมเห็นโบกี้ก้มมองกล่องของขวัญแล้วแอบชำเลืองมองมาทางผมอีกครั้ง
"โบกี้มีคนมาจีบอีกแล้ว แต่คงอดเหมือนพวกเรา เสร็จพี่โต๋เรียบร้อยแล้วแหละ"
"เฮ้ย เสร็จแล้วเหรอ ได้ข่าวว่าคบกันเป็นแฟนเฉย ๆ"
"ทำไมจะไม่ล่ะวะ พี่โต๋ทั้งหล่อ ทั้งรวย มีแต่สาวชอบ โบกี้จะชอบก็ไม่แปลก แต่งงานกันก็สบายไปทั้งชาติ โบกี้เองก็โคตรสวยน่ารัก สมกันจะตาย"
"เค้าก็แค่คบกันเฉย ๆ มั้ง"
"อย่าโลกสวยเลยเอ็ง ถ้าเอ็งได้โบกี้เป็นแฟน เอ็งจะทนไหวเหรอวะ ขาว สวย น่ารัก นมใหญ่ ก้นใหญ่ ขนาดมองไกล ๆ ยังเป้าตุงเลย ใครเห็นไม่อยากฟันก็ไม่ใช่ผู้ชายแล้ว"
"เออว่ะ อันนี้ไม่เถียง นางฟ้าชัด ๆ แล้วดูนมซินะ นมหรือลูกมะพร้าววะนั่น อูย ... ยิ่งมองก็ยิ่งอยากเข้าห้องน้ำ"
"ฮ่า ฮ่า จะไปก็รีบไปเลย เดี๋ยวจะเริ่มเรียนแล้ว"
ผมนั่งฟังพวกเพื่อนผู้ชายพูดถึงโบกี้กันแล้วยิ้มขม ๆ เสน่ห์ของเธอทำให้ผู้ชายคลั่งได้เหมือนเดิม ปกติผมเองก็แอบมองไปคุยไปจนมีอารมณ์เหมือนกัน แต่วันนี้ผมฟังพวกนี้คุยกันแล้วกลับรู้สึกแปลก ๆ โบกี้เธอสวยมีเสน่ห์ขนาดนั้น เธอมีผู้ชายมาติดพันตั้งมากมาย แต่ผมก็ยังแอบไปมีอะไรกับแป้งและแอลอีก
ถ้าพูดกันตรง ๆ ผมคิดเหมือนที่ไอ้พวกนี้พูดพี่โต๋กับโบกี้มีความเหมาะสมเท่าเทียม ส่วนผมเป็นเหมือนคนที่ใส่สูตรโกงในเกมมาแย่งโบกี้ไป ไม่งั้นพี่โต๋กับโบกี้อาจจะเป็นแฟนกันจริง ๆ ไปแล้วก็เป็นได้ ถึงตอนนี้ผมเองก็อยากจะรู้ว่าในใจโบกี้คิดยังไง เธอเสียใจหรือเปล่ากับเรื่องที่เกิดขึ้น
ผมนั่งเรียนไปแบบไม่ค่อยรู้เรื่อง รู้ตัวอีกทีก็พักเที่ยง ผมไปกินข้าวกับพวกกลุ่มเพื่อนผู้ชาย แล้วก็แยกตัวไปเรียนวิชาเลือกที่คณะนิเทศศาสตร์ ถ้ายังจำกันได้ผมเรียนอยู่คณะวิศวกรรมศาสตร์ปีสอง แต่ผมลงวิชาเลือกที่ต้องไปเรียนที่คณะนิเทศ ส่วนเหตุผลหลักที่ทำแบบนี้ก็เพราะว่าสาวนิเทศน์สวยน่ารักไงครับ คณะวิศวะกรรมศาสตร์ส่วนใหญ่จะแห้งแล้งผู้หญิง ยกเว้นรุ่นปีของผมที่มีโบกี้กับแป้งโผล่มา
เอาเป็นว่าผมลงวิชาเลือกเพื่อมาดูสาวนั่นล่ะครับ แถมประเด็นสำคัญก็คือโบกี้กับแป้งก็ลงวิชานี้ด้วย พอเพื่อนผมมันสืบรู้มา ผมเลยลงทะเบียนเรียนตามแบบไม่คิดมาก และบ่ายนี้ผมก็มีเรียนวิชานี้เอง
ผมกับกลุ่มเพื่อนผู้ชายอีกหกคนไปเรียนด้วยกัน ส่วนใหญ่ก็แอบมองสาวกันเป็นหลัก วิชานี้สาว ๆ คณะนิเทศศาสตร์ลงเรียนกันมากกว่าครึ่งห้อง พวกเราเลยดูสาวกันเพลิน แต่พูดกันจริง ๆ แล้วผมว่าโบกี้สวยเด่นที่สุด แป้งก็สวยไม่แพ้ใคร ที่เหลือถึงจะมาตรฐานดีกว่าคณะที่ผมอยู่ แต่ก็สู้โบกี้กับแป้งไม่ได้ ยกเว้นอยู่คนเดียว
คนเดียวที่ว่าก็คือน้องกิ๊ฟดาวคณะนิเทศศาสตร์ปีหนึ่ง กิ๊ฟเป็นสาวขี้อายหน้าเด็กร่างเล็กให้ความรู้สึกบอบบาง ถ้าดูหน้ากับความสูงแล้วจะออกแนวเหมือนเด็กประถมปลายญี่ปุ่น หน้าเด็กกว่าน้องแอลด้วยซ้ำ พ่อเธอเป็นญี่ปุ่นแม่เป็นคนไทย แต่ที่เด่นก็คือตัวเล็กนิดเดียวแต่นมนี่โตเกินตัว พูดกันจริง ๆ นมเธอใหญ่กว่าของโบกี้เสียอีก เหมือนประโยคที่เรียกว่าหน้าประถมนมมหาลัยนั่นล่ะครับ
เรื่องเด็ดก็คือน้องกิ๊ฟคนนี้เองที่เป็นข่าวลือว่ากิ๊กกับพี่โต๋ และที่โบกี้ทะเลาะกับพี่โต๋ก็เพราะเรื่องนี้เอง ระหว่างนั้นผมกับเพื่อน ๆ แอบมองโบกี้ แป้ง กับน้องกิ๊ฟสลับไปมากันเพลิน ๆ
สักพักอาจารย์ก็ให้แบ่งกลุ่มย่อยสี่คนเพื่อนำเสนองาน พอผมเริ่มหันมองหาเพื่อน ๆ พวกมันก็แตกตัวกันไปขออยู่กับสาว ๆ ต่างคณะกันหมด ผมเลยกลายเป็นหมาหัวเน่าโดนทิ้ง แต่ยังดีที่สักพักแป้งก็เดินมาสะกิดด้วยรอยยิ้มแล้วชวนให้ผมไปเข้ากลุ่มกับเธอ
ผมไม่มีเหตุผลจะปฏิเสธ ถึงปกติผมจะไม่เคยอยู่กลุ่มเดียวกันกับแป้งและโบกี้ แต่การที่พวกเธอจะชวนผมไปร่วมก็ถือว่าไม่แปลก สรุปว่าผมเลยกลายเป็นโชคดีได้อยู่ร่วมกับโบกี้ และแป้ง แถมยังมีเรื่องคาดไม่ถึงอีกเรื่องด้วย
เรื่องที่ว่าก็คือกลุ่มย่อยจะมีสี่คน และคนที่สี่นั้นกลับเป็นน้องกิ๊ฟสาวหน้าเด็กร่างเล็กนมโต ที่คาดไม่ถึงก็คือผมนึกว่ากิ๊ฟกับโบกี้จะไม่กินเส้นกันเรื่องพี่โต๋ แต่กลับกลายเป็นว่าพวกเธอคุยกันถูกคอดีไม่มีท่าทีกินแหนงแคลงใจอะไรกันเลย สักพักผมถึงค่อยสืบรู้ว่ากิ๊ฟนั้นเป็นรุ่นน้องของแป้ง โบกี้ก็เลยรู้จักกันมาก่อน
ส่วนเรื่องที่ทะเลาะกับพี่โต๋นั้นโบกี้ไม่เอามาลงกับกิ๊ฟ แต่ผมยังไม่ทราบรายละเอียดว่ากิ๊ฟกับพี่โต๋ไปไกลกันถึงไหนแล้วได้เสียกันบ้างหรือยัง เรื่องนี้สาว ๆ คงไม่เล่าให้ผมฟัง แต่เอาไว้ผมค่อยถามอีกที หรือไม่ก็ค่อยแอบใช้พลังของแว่นแล้วถามเอาก็ได้
เราทำงานกลุ่มกันไปตามปกติเหมือนไม่มีอะไร เพื่อนผู้ชายในห้องพากันมองผมด้วยสายตาอิจฉา พวกมันแอบมองโบกี้ แป้ง น้องกิ๊ฟด้วยสายตาหื่น ๆ ตามปกติ ส่วนผมตอนนี้นั่งร่วมโต๊ะกันเลยแอบมองลำบากสักหน่อย เห็นก็แค่นมขาวอวบของสามสาวในระยะใกล้จนต้องกลืนน้ำลายลงคอไปหลายรอบ