เราสองคนกอดจูบนัวเนียตรงประตูห้อง ร่างอ้อนแอ้นของโบกี้บิดส่ายไปมาอยู่ในอ้อมกอดของผม เธอส่งเสียงครางมีความสุขออกมาไม่หยุด ร่างของเธอกระตุกสะท้านทุกครั้งที่ผมตะปบมือลงไปขยำยิ่งทวีความหื่นกามขึ้นเรื่อย
เราสองคนกอดจูบนัวเนียตรงประตูห้อง ร่างอ้อนแอ้นของโบกี้บิดส่ายไปมาอยู่ในอ้อมกอดของผม เธอส่งเสียงครางมีความสุขออกมาไม่หยุด ร่างของเธอกระตุกสะท้านทุกครั้งที่ผมตะปบมือลงไปขยำยิ่งทวีความหื่นกามขึ้นเรื่อย
ผมกับโบกี้สวมบทละครพูดกันไปเรื่อย จากนั้นผมก็ก้มลงไปจูบปากของเธอแล้วแลกลิ้นดูดปากนัวเนียกันดังจ๊วบ และแน่นอนว่าผมไม่ลืมที่จะยกเอาโทรศัพท์มาอยู่ข้างแก้มเพื่อให้อีกฝ่ายได้ยินเสียงของเราพลอดรักกันด้วย
ผมจูบปากจนเธอเคลิ้ม จากนั้นก็เลื่อนไปจูบพวงแก้ม แล้วไซร้ไปที่ซอกคอ ตัวเธอทั้งหอมทั้งนุ่มนิ่มน่าฟัดที่สุด
"นมโบกี้ใหญ่สะใจดีจัง ขอกัดหน่อยได้หรือเปล่า อยากฝากรอยฟันเอาไว้ คนอื่นจะได้รู้ว่านมสวย ๆ สองลูกนี่มีเจ้าของแล้ว"
"กัดเลยค่ะผัวขา อุ๊ย ... โอย ... ซี้ด ... เจ็บ ... แต่เสียว ... ซี้ด"
ผมพูดแล้วอ้าปากงับตรงปลายถันแล้วขบฟันกัดใส่ก้อนเนื้อขาว ๆ ของเธอแรงกว่าปกติเล็กน้อยจนโบกี้สะดุ้งโหยง เธอคงจะเจ็บแหละ เพราะเผลอร้องออกมาเสียงดังพอดู แต่ผมก็ยังไม่หยุดนะค่อย ๆ กัดลงไปแรงขึ้นแบบช้า ๆ จนโบกี้ตัวเกร็งจิกหลังผมแน่น
เธอหอบหายใจถี่เหมือนทั้งทรมาณทั้งมีความสุข ก่อนจะเริ่มผ่อนคลายเมื่อผมอ้าปากปล่อยเต้าของเธอให้เป็นอิสระ และตอนนี้ผมมองเห็นรอยฟันที่ครอบอยู่รอบหัวนมของเธอ ก็ไม่ถึงขั้นเป็นแผลหรอกนะ แต่คงใช้เวลาสักหน่อยกว่ารอยจะหายไป
"ตีตราจองเต้าขวาแล้ว คราวนี้ขอตีตราจองเต้าซ้ายด้วยนะ"
พอฝากรอยแผลแรกบนเต้าขวาแล้ว ผมก็หันไปมองโทรศัพท์แล้วแอบยิ้ม ก่อนจะก้มหน้าลงมาอ้าปากงับกัดลงไปตรงแถวหัวนมทางด้านซ้ายของเธอ และคราวนี้โบกี้ก็ตัวกระตุกร้องเสียงหลงออกมาเหมือนครั้งก่อน เธอหอบหายใจฟืดฟาดหนักหน่วง และพอผมเงยหน้าขึ้นมานอกจากผมจะเห็นรอยฟันรอบหัวนมทั้งสองข้างแล้ว ผมยังเห็นเธอมีน้ำตาเอ่อออกมาเล็กน้อย ท่าทางเธอคงเจ็บพอสมควร
ผมเห็นน้ำตาเธอแล้วก็รู้สึกสงสาร แต่ก็ไม่สะดวกจะพูดขอโทษ ผมเลยแค่ก้มหน้าลงไปเลียรอบหัวนมตรงรอยฟันทั้งสองข้าง ผมลิ้นเลียวน ๆ ไปเรื่อย ๆ สลับไปมา โบกี้จึงค่อยหายเกร็งแล้วส่งเสียงครางมีความสุข เธอเริ่มแอ่นนมเบียดเข้าหาใบหน้าของผมอีกครั้ง
"โบกี้หุ่นดีจัง เอวเล็กนิดเดียวยังกับไม่มีลำไส้แน่ะ ขอเลียสะดือหน่อยนะ"
พอเธอเริ่มหายเกร็งผมก็เริ่มเลื้อยต่ำลงมา และผมก็ไม่ลืมที่จะส่งเสียงบรรยายประกอบให้แฟนโบกี้นึกภาพตาม พอผมเลียลิ้นลงไป หน้าท้องของเธอก็เกร็งเป็นจังหวะ เสียงครางของเธอในตอนนี้ฟังดูเย้ายวนใจอย่างที่สุด
"หีโบกี้ก็สวย ยิ่งใส่กระโปรงนักศึกษาแบบนี้ก็ยิ่งน่าเย็ดเข้าไปอีก ขนาดเย็ดมาแล้วตั้งหลายครั้ง ยังปิดสนิทเป็นสีแดงแจ๋อยู่เลย ขอเลียหีหน่อยนะเมียจ๋า"
ผมไล่ต่ำลงไปเรื่อย ๆ พร้อมกับส่งเสียงบรรยายแบบหยาบเถื่อนไปพลาง จากนั้นผมก็ก้มหน้าลงไปแลบลิ้นเลียที่รูเสียวของเธอให้เป็นครั้งแรกในชีวิต ผมก็ไม่เคยทำหรอกนะแต่เคยเห็นในหนังมามากกว่าพันครั้งเห็นจะได้
"ซี้ดสสส โอย ... ผัวจ๋า ... เสียว ... อูยสส ... เลียเก่งจังค่ะ ซี้ด โบกี้เสียวจะตายอยู่แล้ว อ๊ะ อูย ซี้ดสสส"
พอผมก้มหน้าลงลิ้น โบกี้ก็ตัวกระตุกเกร็งร้องครางออกมาเสียงดัง สองมือของเธอจิกลงบนหลังหัวของผมพร้อมกับแอ่นสะโพกยกเข้าหาปากของผมด้วยท่าทีร้อนร่าน
โบกี้ล้างของเธอมาสะอาดทีเดียว ผมไม่ได้กลิ่นอับเหม็นอย่างที่เคยอ่านมาเลยสักนิด แถมผมยังรู้สึกหอมหวานสะใจด้วย ตอนนี้ผมเลยซุกหน้าใช้ลิ้นตวัดเลียไปตามร่อง แล้วระรัวใส่ติ่งเสียวสีแดงแจ๋ของเธออย่างเอร็ดอร่อยลิ้น
"โอย ผัวจ๋า ซี้ดด เสียวจัง ซี้ด ผัวจ๋า โอย ซี้ดดสสส เสียว อูยสสสส ผัวจ๋า ... ไม่ไหวแล้วค่ะ อ๊ายยยยยยยย"
โบกี้ยิ่งครางออกมาเสียงดังลั่น สะโพกของเธอแอ่นเด้งอัดใส่หน้าผมไม่หยุด ผมก็เลยยิ่งรู้สึกสะใจลงลิ้นใส่ไปเรื่อย ๆ จนสุดท้ายตัวเธอก็เริ่มเกร็ง เธอกดผมเข้าหาเธอพร้อมกับแอ่นโคกสวาทอัดใส่ผม สองขาของเธอรัดรอบคอของผมแน่นจนผมเกือบหายใจหายคอไม่ออก ยังดีที่ผมฝืนเว้นระยะห่างไว้นิดนึงก็เลยพอหายใจได้
โบกี้ตัวกระตุกเกร็งอยู่นานพอสมควร เธอจึงค่อยยอมปล่อยผมออก ผมเองก็ปล่อยให้เธอพักแล้วหันไปสนใจมองบนโทรศัพท์มือถือ ผมอยากว่าแฟนโบกี้จะมีปฏิกิริยายังไง จะวางสายโทรศัพท์ไปแล้วหรือเปล่า และดูเหมือนว่าสายโทรศัพท์จะยังไม่ถูกตัด แฟนของเธอยังคงฟังอยู่
ผมตั้งใจว่าจะหันไปเย็ดโบกี้ต่อสักรอบ แต่ว่าผมได้ยินเสียงดังแผ่ว ๆ มาจากโทรศัพท์เลยชะงักไปวูบหนึ่ง พอผมกดเร่งเสียงขึ้นมาผมก็ได้ยินเสียงเหมือนเสียงหอบเบา ๆ และยิ่งฟังผมก็ยิ่งคิดว่าใช่ มันคือเสียงหอบครางของผู้ชาย ซึ่งก็ไม่น่าจะใช่ใครอื่นนอกจากแฟนของโบกี้
ผมนิ่งชะงักไปพักใหญ่ ทีแรกผมกะจะทำให้แฟนโบกี้โกรธและดูถูกโบกี้จนเลิกกัน แต่ว่าตอนนี้ผมกลับได้ยินเสียงหอบครางตอบกลับมา หรือว่าแฟนของโบกี้จะได้ยินเสียงของพวกเราแล้วเกิดอารมณ์จนช่วยตัวเองอยู่
แน่ใจได้เลยว่าที่ผมได้ยินต้องเป็นเสียงครางแน่ ๆ และมันก็ยิ่งดังขึ้นเรื่อย ๆ ด้วย ผมเลยขมวดคิ้วมองไปทางโบกี้ แต่เธอก็ไม่ได้แสดงท่าทีสงสัยอะไรนอกจากมองผมตาหวานฉ่ำ ผมเลยเปลี่ยนใจสั่งให้โบกี้พูดโทรศัพท์กับแฟนของเธอ และแน่นอนผมให้เธอแกล้งทำเหมือนไม่รู้ว่าเผลอกดรับโทรศัพท์เข้า
"... ฮัลโหล ... พี่โต๋ โทรมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ ไม่เห็นรู้เรื่องเลย"
โบกี้รับโทรศัพท์ไปแล้วพูดทำท่าเหมือนตกใจไม่รู้เรื่องได้สมบทบาทมาก ขนาดผมที่เป็นคนสั่งเองก็ยังเกือบเชื่อไปด้วยว่าเธอไม่รู้เรื่องอะไรเลย
"... โทรมานานแล้วล่ะ โบกี้ทำไมไม่บอกพี่ว่ามีแฟนแล้วล่ะ"
แฟนของโบกี้ที่ชื่อโต๋ตอบและถามกลับมา ผมฟังแล้วน้ำเสียงเหมือนจะไม่เชิงโกรธ แต่ออกแนวผิดหวังเสียใจมากกว่า ผมรู้สึกผิดขึ้นมาเลยแฮะ
"คือ ..."
โบกี้สวมบทบาทอ้ำอึ้งเหมือนพูดไม่ออก ถ้าฟังแค่เสียงของเธอล่ะก็ผมคงเชื่อไปด้วยว่าเธอกำลังรู้สึกผิด แต่ถ้ามองเห็นเธอตอนนี้ล่ะก็จะกลายเป็นตรงกันข้ามทันที เพราะว่าเธอกำลังเอื้อมมืออีกข้างมารูดควยให้ผมพร้อมด้วยรอยยิ้มยั่วยวน
"หรือว่าโบกี้ทำไปเพราะหึง ... พี่สารภาพนะว่าพี่เผลอไปมีอะไรกับคนอื่นก็จริง แต่ก็แค่ชั่วคราว พี่รักโบกี้จริง ๆ นะ พี่อยากแต่งงานกับโบกี้ด้วยซ้ำ"
"พี่โต๋ไปมีอะไรกับคนอื่นได้ แล้วทำไมโบกี้จะมีไม่ได้ล่ะคะ"
อยู่ดี ๆ โบกี้ก็เปลี่ยนบทบาทมาแสดงความโกรธ ซึ่งก็น่าจะเป็นท่าทางปกติตอนที่หึงล่ะมั้ง
"โบกี้ทำประชดพี่จริงด้วย พี่ว่าแล้วเชียว เป็นไปไม่ได้หรอกที่โบกี้จะไม่รู้ว่าเผลอกดรับสาย โบกี้ไปมีอะไรกับผู้ชายคนอื่นเพราะอยากประชดใช่หรือเปล่า บอกมาเถอะโบกี้ ถ้าใช่พี่ก็ขอโทษ เรื่องที่แล้วไปแล้วก็ช่างมันเถอะ เรามาเริ่มใหม่นะ ถึงโบกี้จะเป็นยังไงพี่ก็ยังรักโบกี้อยู่ดี"
แฟนโบกี้ตอบมาเสียงหล่อแบบนี้ผมเลยอึ้ง โบกี้เองก็นิ่งอึ้งไปด้วย เธอหันมามองหน้าผมเหมือนเด็กน้อยที่ไม่รู้ว่าควรจะตอบยังไง และผมเองก็ไม่รู้ว่าควรจะตอบยังไง เพราะยิ่งฟังไปก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นผู้ร้ายที่เพิ่งแย่งตัวนางเอกมาจากพระเอกที่รักจริงหวังแต่ง
"... โบกี้ไม่ได้รักพี่โต๋ค่ะ โบกี้ไม่เคยรัก ที่เราคบกันก็แค่เพราะโบกี้อยากรู้จักกับพี่โต๋ ไม่ได้มีอะไรมากมายไปกว่านั้น สำหรับโบกี้แล้วพี่โต๋เป็นเหมือนพี่ชายมากกว่า"
ผมนิ่งไปสักพักก็เลือกสวมบทผู้ร้ายต่ออีกหน่อย แต่ความจริงก็ไม่ชิงเสียทีเดียว เพราะก่อนหน้านี้ผมเคยถามโบกี้ว่าเธอคิดยังไงกับแฟน เธอก็บอกผมว่าไม่ได้คิดอะไรพิเศษ แค่รู้สึกดีที่มีคนคอยดูแล ผมก็เลยบอกให้เธอพูดไปตามนั้น
พอโบกี้พูดความในใจข้อนี้ออกไป แฟนของเธอก็นิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเศร้า ๆ ออกมาเหมือนคนอกหัก
"... พี่เข้าใจแล้ว ... ขอพี่คุยกับแฟนของโบกี้หน่อยได้หรือเปล่า"
โบกี้หันมามองผมเหมือนจะถาม ผมนิ่งไปวูบหนึ่ง แล้วก็ตัดสินใจรับเอาโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหูแล้วพูดทักทาย ส่วนโบกี้นั้นขยับขึ้นมากอดคลอเคลียกับผมไม่ห่าง
"สวัสดีครับ"
"ฝากดูแลโบกี้แทนด้วยนะ ขอโทษด้วยที่ไปจีบแฟนของนายเข้า"
"... เอ่อ ... ครับ"
แฟนโบกี้พูดหล่อยิ่งกว่าพระเอกในหนัง ผมถึงขึ้นทำตัวไม่ถูก ยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกผิดจนหดหู่ ยังดีที่ตอนนี้มีโบกี้คลอเคลียอยู่ด้านข้าง ไม่งั้นผมคงสำนึกผิดจนต้องวิ่งเอาหัวไปกระแทกพื้นตายแล้ว