ฝาแฝดคู่หนึ่งที่ถูกแยกจากกันตั้งแต่ยังเล็ก โดยทั้งสองคน ไม่เคยรู้ว่าต่างก็มีพี่น้องฝาแฝดกันมาก่อน โชคชะตาชีวิตทำให้แฝดทั้งสองมาพบกัน เมื่อทั้งสองตัดสินใจที่จะแลก เปลี่ยนวิถีชีวิตกันโดยการสลับตัว
ฝาแฝดคู่หนึ่งที่ถูกแยกจากกันตั้งแต่ยังเล็ก โดยทั้งสองคน ไม่เคยรู้ว่าต่างก็มีพี่น้องฝาแฝดกันมาก่อน โชคชะตาชีวิตทำให้แฝดทั้งสองมาพบกัน เมื่อทั้งสองตัดสินใจที่จะแลก เปลี่ยนวิถีชีวิตกันโดยการสลับตัว
"กรี๊ดดดดดดด..." เสียงกรีดร้องของคุณหมิวดังลั่นก้องทุ่งก้องชายน้ำ เมื่อเธอเห็นชัดเจนว่าพอต่างคนต่างลั่นกระสุนสังหาร
ออกไปแทบจะพร้อมเพรียงกันนั้น ร่างสุงโปร่งของชัดชายก็โดนยิง เข้าเต็มๆ จนโซเซ แล้วผลัดตกไปจากริมตลิ่ง เสียงตก
น้ำดังตุมใหญ่ ส่วนไอ้โจรอีกคนก็โดนยิงเช่นกัน แต่มันกองฟุบอยุ่กับที่ คุณหมิวรีบวิ่งถลาไปหาชัดชาย ทันที่ที่กองกำลังของ
ท่านผู้การก็มาถึง หน่วยจุ่โจมต่างวิ่งกรูแยกกันไปสองจุด จุดแรกคือวิ่งตามคุณหมิว แต่อีกลุ่มวิ่งเข้าไปหาไอ้เด่นที่นอนฟุบ
อยู่กับพื้น หลังจากเคลียร์พื้นที่ดูแล้ว จึงรู้ว่าไอ้คนร้ายโดนยิงเข้าหัวใจตายคาที่ ส่วนหน่วยจุ่โจมที่วิ่งตามคุณหมิวลงไปนั้น
ได้ยึดจับตัวเธอไว้ทันก่อนที่คุณหมิวจะถลาร่างหล่นลงไปจากตลิ่งที่สุงเกือบห้าเมตรกว่าจะถึงสายน้ำ
"ช่วยคุณชัดด้วยค่ะ..."
คุณหมิวจำได้ว่าเพียงคำสุดท้ายที่เธอร้องบอกเจ้าหน้าที่ เธอก็เป็นลมล้มสิ้นสติฟื้นกลับมาอีกทีรอบห้องเธอก็สว่างไสว ร่าง
อ่อนเปรี้ยของเธอนอนอยู่บนเตียงสีขาวสะอาดสอ้าน ที่แขนมีสายน้ำเกลือห้อยติดอยู่
"คุณชัด...."
เป็นประโยคแรกที่เธอเรียกหาหลังจากลืมตาคืนสติ ฉัตรชัยและพ่อแม่ของคุณหมิวต่างกรูกันวิ่งเข้ามายืนรอบๆเตียง
"คุณชัด...ไม่เป็นอะไรใช่มั๊ยคะ..."
คุณหมิวยื่นมือไปจับมือของฉัตรชัยมากุมไว้แน่น เนื่องด้วยสายตาเธอยังปรับสภาพจำแนกไม่ออก คิดเพียงว่าบุคคลที่มายืน
ข้างเตียงของเธอนั้นเป็นชัดชาย แต่เมื่อฉัตรชัยยื่นมือมาลูบศรีษะของเธอเบาๆอย่างปรอบประโลม คุณหมิวก็ล่วงรู้จากการ
สัมผัสว่า เขาผุ้นั้นหาใช่ชัดชาย แต่เป็นฝาแฝดอีกคนหนึ่งซึ่งเป็นคู่หมั้นและสามีของเธอเท่านั้น น้ำตาของคุณหมิวก็ไหล่ปรี่
ทะลักออกมาอาบสองแก้มพร้อมเสียงสะอื้นไห้ แม้จะยังไม่ล่วงรุ้ว่าชัดชายเป็นอันตรายแค่ไหน แต่เธอกลับมีรางสังหรณ์อย่าง
ประหลาดว่า ต่อนี้เป็นต้นไปเธอคงไม่มีโอกาศได้เห็นได้สัมผัสตัวเขาอีกแล้วเป็นแน่
การจบแบบที่1 แนวดราม่า
ย้อนหลังกลับเมื่อสามวันที่แล้ว หลังจากกองกำลังภายใต้การบังคับบัญชาของผู้การอภิสิทธิ์ ได้เวลาตามที่นัดหมาย ต่างก็
พร้อมลงมือจู่โจมเข้าไปยังอาคารบ่อนกาสิโนย่านทองหล่อ อันเป็นกองบัญชาการของนายพลเดชกับลูกสาวอย่างรวดเร็ว
และพร้อมเพรียงกัน จนฝ่ายนายพลเดชตั้งตัวไม่ทัน จึงไม่สามารถต่อสู้ขัดขวางได้ จึงโดนจับกุมทั้งแก็งค์ ส่วนที่แหลมฉบัง
หลังจากที่ผู้การนำทีมไปเอง มีการประทะยิงต่อสู้กันสนั่นหวั่นไหว แต่ท้ายที่สุดนายเทวัญก็ถูกกระสุนสังหารตายในที่ก่อเหตุ
สมุนอีกหลายคนต่างถูกจับกุมพร้อมของกลาง อีกหลายคนตายในการต่อสุ้
ทางด้านกองกำลังที่ไปช่วยเหลือคุณหมิวกับชัดชายนั้น หลังจากที่ได้ยินคุณหมิวร้องบอกให้ช่วยชัดชายที่เธอเห็นกับตาว่า
เขาถูกยิงจนพลัดตกลงไปในสายน้ำที่ไหลเชี่ยว แม้จะระดมกำลังเจ้าหน้าที่ลงไปค้นหาในน้ำ แต่กลับไม่พบร่างของเขา
เนื่องด้วยฟ้ายังไม่สว่าง เครื่องไม้เครื่องมือยังไม่พร้อม จึงโทรศัพท์ไปแจ้งเหตุให้ผู้ก่ารรับทราบเรื่อง พร้อมวางกำลังไว้สี่คน
เพื่อตรวจดูสถานการณ์รอบๆ ส่วนอีกสามคนได้พาร่างที่ไร้สติของคุณหมิวกลับมารักษาที่โรงพยบาลในตัวจังหวัด ก่อนจะ
ทำการรักษาดูอาการเบื้องต้น แต่คุณหมิวก้ยังสลบไสลไม่ฟื้น จึงได้ทำการย้ายมารักษาตัวต่อที่กรุงเทพ พร้อมแจ้งข่าวให้
มรว.จักรภพและภรรยา รวมทั้งฉัตรชัยรับทราบ
จนรุ่งเช้าผู้การอภิสิทธิ์จึงระดมกำลังเหล่าประดาน้ำลงงมค้นหาศพชัดชายอีกครั้ง แต่ไร้วี่แวว แม้จะดำน้ำออกค้นหาเป็น
บริเวณที่กว้างขึ้น แต่ยังไร้วี่แววไม่เห็นร่างเห็นศพของเขา
ผ่านไปอีกวันกองกำลังค้นหายังไม่ละความพยายาม แต่ดูเหมือนไม่มีอะไรคืบหน้า ไม่มีร่องรอยเบาะแสให้ตามสืบค้นหา รวม
ทั้งท้องน้ำอันกว้างใหญ่ที่ดำน้ำออกค้นหาก็ยังไร้วี่แวว จนทั้งหมดลงความเห้นว่าคงต้องรอจนกว่าศพจะลอยขึ้นมา ซึ่งอาจ
จะไหลไปตามกระแสน้ำ ไม่อยุ่ตรงจุดเกิดเหตุอย่างแน่นอน
จนผ่านไปสามวันแล้วก็ยังไม่มีใครพบศพของเขา แต่ที่โรงพยาบาลคุณหมิวได้สติฟื้นจากการสลบไสล แล้วพอได้ยินเรื่อง
ราวทั้งหมดจากบิดามารดา และคุณฉัตร เธอได้แต่นิ่งเงียบไม่พดจาโต้ตอบกับใคร มีเพียงน้ำตาเท่านั้นที่ไหลรินอาบสอง
แก้มไม่ขาดสาย จนคุณหมอต้องเข้ามาฉีดยานอนหลับเพื่อให้เธอได้พักผ่อน
แต่การกระทำของคุณหมิวนั้นกลับทำให้ฉัตรชัยครุ่นคิดสงสัยว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง ในขณะที่ทั้งสองถูกจับตัวไป
แม้คุณหมิวจะกลับบ้านมาพักผ่อนต่อได้แล้ว แต่เธอก็ยังไม่ปริปากเล่าเรื่องให้ใครฟังแม้แต่ผู้เดียว
กรมสอบสวนคดีพิเศษจึงสรุปรายงานการปราบปรามนายพลเดชและสมุนออกรายงานให้ทางผุ้ใหญ่รับทราบ พร้อมมอบ
เหรียญเกียรติคุณในนามของชัดชายให้กับทางครอบครัวว่าเป็นผู้ทำคุณประโยชน์ให้กับทางราชการ
ผ่านไปอีกหนึ่งเดือนหลังเกิดเหตุ คุณหมิวยังซึมเศร้าแทบจะไม่พูดจากกับใคร มีเพียงแค่จะถามฉัตรชัยทุกครั้งในตอนเย็น
หรือหัวค่ำที่ฉัตรชัยมาหาว่าพบคุณชัดแล้วหรือยัง พอฉัตรชัยตอบว่ายังไม่พบ คุณหมิวก็จะปลีกตัวขึ้นไปเก็บตัวเงียบอยุ่บน
ห้องนอนตามลำพัง หลายครั้งที่ฉัตรชัยอยู่ค้างคืนด้วย เขามักจะได้ยินคุณหมิวละเมอพึมพำเรียกชื่อของชัดชายเสมอ จน
ฉัตรชัยค่อนข้างมั่นใจว่าสิ่งที่เขาคิดไว้ว่าคุณหมิวกับน้องชายตนเองคงมีความสัมพันธ์ที่ล้ำลึกกันในช่วงที่ถูกจับคุมขังหรือ
ช่วงที่พากันหลบหนีอย่างแน่นอน หลังจากนั้นกองกำลังค้นหาของผู้การเริ่มถอดใจถอนกำลังกลับกันมาหมด คงปล่อยทิ้ง
ไว้ให้เป็นปริศนาว่าชัดชายตายไปแล้วหรือยังคงมีชีวิตอยู่ ส่วนทางบ้านฉัตรชัยและคุณหมิวต่างยังไม่สิ้นความหวัง ตราบใด
ที่ยังไม่พบศพของชัดชาย เขาก็ยังเชื่อว่าชัดชายยังคงมีชีวิตอยู่
จนกระทั่งหลังจากนั้นอีกเกือบเดือน ทางผู้การได้โทรศัพท์มาหาครอบครัวฉัตรชัยแจ้งข่าวว่าชาวบ้านที่ทำการประมงใน
ลำน้ำสายนั้นพบศพชายไทยนิรนามจากการลากอวนหาปลา แต่ยังไม่อาจระบุได้ว่าเป็นชัดชายหรือไม่จึงอยากให้ฉัตรชัย
ไปตรวจดูศพที่เก็บไว้ในโรงพยาบาลประจำจังหวัด ฉัตรชัยจึงรีบไปดูศพพร้อมกับหวานเพียงสองคน โดยไม่บอกให้คุณหมิว
รับทราบ พอไปถึงโรงพยาบาลก็ไม่สามารถยืนยันได้เนื่องจากศพนั้นจมน้ำมานานจนหมดสภาพที่จะมองดุได้ออกว่าเป็นใคร
จึงต้องรอการพิสุจน์ดีเอ็นเอเท่านั้น ซึ่งฉัตรชัยก็รีบให้ทางโรงพยาบาลเก็บดีเอ็นเอของตัวเขาทันที เนื่องจากการเป็นแฝด
ที่เกิดจากไข่ใบเดียวกัน จากนั้นก็พากันขับรถกลับมา แต่หวานได้ร้องขอให้แวะไปที่บ้านชนบทของเธอก่อน เพราะเป็น
ทางผ่านอยู่แล้ว ฉัตรชัยจึงยอมทำตาม
เขาพาหวานแวะไปที่ตลาดเพื่อพบกับแก้ว แล้วตั้งใจจะรับแก้วกลับมาอยุ่ด้วยกันที่บ้านของมารดาด้วย หลังจากที่แก้วทราบ
เรื่องของราวทั้งหมดจากมารดา และลุงฉัตร เธอก็ร้องไห้เศร้าเสียใจกับการจากไปของชัดชายผู้เป็นพ่อ เนื่องจากตลอดเวลา
นั้นแม้มีการออกข่าวเรื่องของนายพลเดชแต่ก็ไม่เคยปรากฎในข่าวเลยสักครั้งว่ามีชัดชายกับคุณหมิวเข้าไปเกี่ยวข้องกับ
เหตุการด้วย เพราะผู้การอภิสิทธิ์ ปิดข่าวไว้ด้วยเกรงจะกระทบกับความปลอดภัยของทั้งสองครอบครัว ด้วยยังไม่สามาถ
ทลายแก็งค้ายาบ้าที่ส่งมาให้นายพลเดชได้นั่นเอง
ครั้นพอฉัตรชัยพาหวานกับหลานสาวกลับมาที่บ้านเรือนไทยหลังเล็กๆของครอบครัวน้องชาย หลังจากปล่อยทิ้งล้างไป
เกือบสองเดือน บรรดาสัตว์เลี้ยงสองขาและสี่ขานั้นชาวบ้านต่างพากันเอาไปเลี้ยงให้แทนด้วยความสงสารที่มันขาดอาหาร
เกรงว่าจะตายไปเสียก่อน หญ้าขนหญ้าป้อง และวัชชพืชต่างๆ ขึ้นรกบริเวณพื้นดินหน้าบ้านและรอบๆสวนจนดูน่ากลัว
สัตว์เลื้อยคลาน จนฉัตรชัยห้ามไม่ให้หวานและแก้วเข้าไปในบริเวณบ้าน เพียงยืนมองอยู่ที่ถนน จนชาวบ้านที่ผ่านไปมา
ต่างทักทายกันว่าชัดชายและหวานหายไปไหนถึงได้ทิ้งเรือนไปนานขนาดนั้น
ฉัตรชัยปล่อยให้ชาวบ้านเข้าใจผิดคิดว่าตนเองคือชัดชายด้วยไม่อยากอธิบายให้มากความ หลังจากที่ทั้งสามคนยืนดูบ้าน
กันอีกไม่นานนักก็ค่อยเดินทางกลับกรุงเทพ..ฉัตรชัยส่งหวานและแก้วที่บ้านของมารดาก่อน จากนั้นก็ไปหาคุณหมิวที่บ้าน
ของเธอ พอดีได้เห็นเหตุชุลมุนในบ้านของคุ่หมั้นเนื่องด้วยคุณหมิวเป้นลมล้มพับลงไปหลังจากที่ทราบจากพ่อแม่ว่าฉัตรชัย
ไปต่างจังหวัด เพราะผู้การแจ้งข่าวการพบศพ