Your Wishlist

ฝาแฝด​อันตราย (นายพลเดช​รู้​ความจริง​)

Author: xxx555

ฝาแฝดคู่หนึ่งที่ถูกแยกจากกันตั้งแต่ยังเล็ก โดยทั้งสองคน ไม่เคยรู้ว่าต่างก็มีพี่น้องฝาแฝดกันมาก่อน​ โชคชะตาชีวิตทำให้แฝดทั้งสองมาพบกัน เมื่อทั้งสองตัดสินใจที่จะแลก เปลี่ยนวิถีชีวิตกันโดยการสลับตัว

จำนวนตอน :

นายพลเดช​รู้​ความจริง​

  • 26/02/2569

"เห้ยไอ้เด่นมึงแน่ใจนะว่าเป็นคุณหมิวกับนายฉัตรชัย..." นายเทวัญถามย้ำไปตามสาย

 

"แน่สิครับนาย...เป็นบอสของคุณแอนนี่กับคู่หมั้นของเขาจริงๆ ผมยังเอารุปถ่ายที่นายให้ไว้มาดูเปรียบเทียบตั้งหลายครั้ง จึง

มั่นใจมากครับ"

 

สมุนของนายเทวัญยืนยันอย่างมั่นคง ทำให้เทวัญแปลกใจในเมื่อ สักครุ่ตนเองเพิ่งเจอกับบอสของแอนนี่ในห้องทำงานของ

เขา ผ่านมาไม่ถึง30นาที บอสของแอนนี่ไม่มีทางไปปรากฎตัวที่ห้างแถวรังสิตได้อย่างแน่นอน แต่เพื่อความไม่ประมาทเทวัญ

จึงเดินไปเมียงมองผ่านช่องกระจกเล็กๆหน้าห้องทำงานของฉัตรชัยอีกครั้ง ก็เห็นเขากำลังนั่งอยู่บนโต๊ะทำงาน โดยมีแอนนี่

นั่งซ้อนตักอยุ่ พร้อมหยิบผลไม้ป้อนใส่ปาก มันน่าจะมีอะไรลับลมคมในกับเรื่องนี้แน่

 

นายเทวัญจึงรีบโทรไปแจ้งให้นายพลเดชรับทราบ จากนั้นก็เริ่มสงสัยตั้งสมมุติฐานว่านายฉัตรชัยอาจจะมีฝาแฝด นายพลเดช

จึงทำการสืบประวัติของครอบครัวฉัตรชัยอย่างลับๆ ถึงการกำเนิด และเพียงแค่ไม่ถึงครึ่งวัน นายพลเดชก็รุ้ว่าคุณนายแจ่มจรัส

นั้นคลอดบุตรออกมาเป็นฝาแฝดจริงๆ แต่ทั้งสองคนพลัดพรากจากกัน แต่การที่ไอ้เด่นสมุนของเทวัญไปพบแฝดอีกคนหนึ่ง

ของฉัตรชัยเดินห้างกับคุณหมิวคู่หมั้นนั้น ทำให้นายพลมือปราบเริ่มสงสัยว่า ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น หรือว่านายฉัตรชัยคนที่อยู่

กับตนเองนี้ หาใช่นายฉัตรชัยตัวจริง

 

 

 

แต่จากประสพการณ์ที่ผ่านเหตุการณ์ต่างๆ มาอย่างโชกโชนของนายพลเดช ทำให้เขาปักใจเชื่อว่า ฉัตรชัยคนที่อยู่กับ

แอนนี่บุตรสาวของตนเองนั้นหาใช่นายฉัตรชัยตัวจริงแต่อย่างใด เพราะจากพฤติกรรมที่เขาแสดงออกมาด้วยการเดินเข้า

มาติดบ่วงกามของแอนนี่อย่างง่ายๆนั้น หาใช่วิสัยของนายฉัตรชัยตัวจริง

 

เพราะทั้งที่ก่อนหน้านั้น นายพลเดชเคยให้ลูกสาวตนเองอ่อยให้ท่าให้ทางมานานเกือบปียังไม่เคยสำเร็จ เพราะวิสัยแท้จริง

ของนายฉัตรชัยนั้นหาใช่คนที่มีตัณหาราคะแต่อย่างใด อีกทั้งล่วงรุ้ดีว่ามล.ลาวัลย์คุ่หมั้นสาวของนายฉัตรชัยนั้นทั้งสาวทั้ง

สวยทั้งมีชาติตระกูลดีเพียงใด จึงค่อนข้างมั่นใจว่านายฉัตรชัยคงไม่กล้าทิ้งคุ่หมั้นมายอมจดทะเบียนสมรสกับลุกสาวตนเอง

ง่ายๆ แบบนี้แน่

 

แต่ในระหว่างที่ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัด นายพลเดชจึงสั่งให้แอนนี่และเทวัญคอยจับตาจับผิดสังเกตุอย่างใกล้ชิด พร้อมสั่ง

ให้เทวัญกำชับไปยังลูกสมุนพยายามหาตัวคุณหมิวและฝาแฝดอีกคนที่อยู่กับเธอให้พบ และถ้าได้จังหวะให้จับตัวมากักขัง

ไว้ในเซฟเฮ้าส์ก่อน จากนั้นก็เร่งเรื่องการจัดส่งไม้พยูงกับยาบ้าล็อตใหญ่ให้เร็ววันขึ้น ด้วยความระแวงกลัวว่าแผนการณ์ที่

วางไว้จะโดนขัดขวางไปเสียก่อน

 

หลังจากที่บรรดาลูกสมุนของเทวัญได้รับคำสั่งของเจ้านาย ต่างก็ตระเวนขับรถตามหาในย่านรังสิตและสถานที่ใกล้เคียง

กันอย่างเร่งรีบ แต่ก็คราดกันกับฉัตรชัยและคุณหมิวหลังจากที่รอจนกว่าสองชั่วโมงผ่านไป จึงกลับไปที่ร้านปะยางและนำรถ

ที่ได้รับการแก้ไขเสร้จแล้ว ขับออกมาจากที่นั้นแล้วตรงกลับมาที่บ้านของตนเองทันที

 

หลังจากกลับมาเปลี่ยนรถที่บ้านจากรถกระบะของน้องชายเป็นรถเบ็นซ์ของตนเองได้แล้ว พบว่าที่บ้านเงียบเชียบไร้วี่แวว

ของหวานและป้าแจ่ม จึงสันนิษฐานว่าทั้งสองคนคงอยู่กับมารดาตนเองที่โรงพยาบาล ฉัตรชัยจึงขับรถออกไปส่งคุณหมิว

ที่บ้านของเธอก่อน

 

ทางด้านสมุนของเทวัญหลังจากตระเวณตามหาย่านรังสิตและใกล้เคียงไม่พบวี่แววของฉัตรชัยและคุณหมิว จึงแบ่งกำลัง

ออกไปดักซุ่มโป่งที่บ้านของฉัตรชัยและคุณหมิวเพื่อดักรอ ในขณะที่ฉัตรชัยขับรถออกมาพ้นปากซอยบ้านนั้นเพียงคล้อย

หลัง กำลังส่วนหนึ่งของสมุนนายเทวัญก็เลี้ยวรถเข้าไปในซอยบ้านของฉัตรชัยเช่นเดียวกัน แต่กำลังอีกส่วนหนึ่งไปดักรอ

ที่บ้านของคุณหมิวเรียบร้อยแล้ว โดยที่ฉัตรชัยและคุณหมิวไม่มีโอกาศรับรู้เรื่องเหล่านี้เลยแม้สักนิด

 

ขณะที่ขับรถมาตามทางถึงทางแยกสามแพร่งนั้นคุณหมิวได้บอกกับฉัตรชัยสามีตนเองให้จอดส่งเธอที่แยกนี้ดีกว่า เพราะถ้า

ไปส่งที่บ้านต้องย้อนมาอีกไกลกว่าจะถึงโรงพยาบาล ซึ่งเป็นคนละเส้นทาง ด้วยรู้ดีว่าใจของสามีนั้นเป็นห่วงอยากพบหน้า

มารดาเต็มทน เฉกเช่นเดียวกับตนที่อยากพบบิดามารดาเช่นกัน

 

"ไม่เป็นไรหรอกที่รัก..พี่ขับไปส่งคุณหมิวก่อนค่อยย้อนมาก็ได้ครับ..."

 

ฉัตรชัยพยายามทัดทานเมียสาว แต่คุณหมิวกลับส่ายหน้ายืนกรานว่าเธออยากแวะไปพบเพื่อนๆที่ทำงานก่อน เพราะลา

พักร้อนมาหลายวันแล้ว เกรงว่าจะมีงานด่วนรอให้สะสาง ซึ่งล้วนเป็นข้ออ้างทั้งสิ้น ด้วยเธอเกรงใจฉัตรชัยว่าจะลำบากขับ

รถย้อนไปย้อนมา เมื่อเมียสาวยืนยันเช่นนั้น ฉัตรชัยจึงจำต้องจอดรถให้คุณหมิวลงก่อนถึงสามแยกข้างหน้า จากนั้นตนเอง

ก็ขับรถเลี้ยวซ้ายไปหามารดาที่โรงพยาบาล แล้วนัดกันไว้ว่าตอนเย็นๆจะไปรับเธอที่บ้าน

 

หลังจากที่คุณหมิวแยกทางกับฉัตรชัยแล้ว เธอก็เรียกรถรับจ้างให้ไปส่งที่บ้านทันที ด้วยความคิดถึงบิดามารดาเต็มที่ จนรถ

รับจ้างมาจอดที่หน้าประตูรั้วอัลลอยด์บานใหญ่ คุณหมิวจ่ายค่าโดยสารแล้วรีบลงจากรถ หลังจากที่รถรับจ้างขับออกไปนั้น

ก็มีรถตู้สีเทาติดฟิลม์หนาทึบขับเข้ามาจอดขวางหน้าประตูรั้ว แล้วชายฉกรรจ์สองคนทีเปิดประตูด้านข้างของรถวิ่งตรงมา

หาคุณหมิวพร้อมฉุดกระชากร่างเพรียวสูงของเธอขึ้นรถได้ก็ขับออกไปอย่างรวดเร็วทันที โดยไม่มีใครสามารถรับรู้จุดหมาย

ปลายทางของรถตู้คันนั้น

 

เมื่อคุณหมิวโดนฉุดกระชากลากตัวขึ้นมาอยู่บนรถตู้ฟิลม์หนาทึบนั้น เธอตกใจจนหวีดร้อง แต่ก็โดนมือหยาบใหญ่เหม็นหืน

จากกลิ่นบุหรี่ ยกมาปิดปากเธอแน่นพร้อมกับชายฉกรรจ์อีกคนช่วยกันล็อคแขนของเธอไว้ แล้วอีกคนที่อยู่บนรถรีบหาผ้ามา

มัดปากเธอไว้แน่น จากนั้นก็เอาถุงผ้ามาสวมหัวเธอไว้

 

"นั่งไปดีๆ..อย่าคิดหนี ..."..

 

เสียงห้าวๆออกคำสั่งกับคุณหมิว จนเธอตกใจกลัวลนลานนั่งเงียบไปตลอดทางพร้อมน้ำตาไหลอาบแก้มอย่างขวัญกระเจิง

รถตู้ขับวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ช่วงแรกๆคงอยุ่ในเมื่อง เพราะคุณหมิวรับรู้จากการที่รถขับๆติดๆหยุดๆ แต่ระยะหลังๆรถวิ่งไป

ได้เรื่อยๆ จนคุณหมิวแน่ใจว่าคงกำลังออกนอกเมือง นานมากจนเธอเริ่มรุ้สึกเมื่อ่ย สักพักรถจึงจอดลง จากนั้นคุณหมิวก็ถูก

จูงลงมากจากรถ มันเปิดถุงคลุมศรีษะเธอออก

 

คุณหมิวจึงเห็นว่าชายฉกรรจ์หน้าตาเหี้ยมๆนั้นมีด้วยกันสี่คน สองคนเดินกระหนาบประกบจับมือเธอเดินเข้าไปในตึกเก่าๆ

สูงสามชั้น รอบๆบริเวณมีรั้วกำแพงคอนกรีตเก่าๆสูงๆ สูงกว่าบ้านโดยทั่วไป จากนั้นคนที่เดินตามหลังก็โทรศัพท์เสียงพุด

แว่วๆ ที่คุณหมิวพอจับใจความได้คือการบอกให้เจ้านายของพวกมันรับรู้ว่าพวกมันจับตัวคุณหมิวได้แล้ว แต่เธอก็ยังไม่

สามารถรับรุ้ได้ว่าพวกมันจับตัวเธอมาด้วยเหตุผลใด

 

จนกระทั่งชายฉกรรจ์ทั้งสี่คนพาคุณหมิวเข้ามาในตึกเก่าๆนั้นแล้ว ก็จับเธอไปขังไว้ในห้องเล็กๆที่ชั้นบนสุดของตัวตึก รอบๆ

ห้องมีหน้าต่างบานเล็กๆเพียงบานเดียว แต่ติดเหล็กดัดไว้แน่นหนา ภายในห้องมีเตียงเหล็กเก่าๆกับฟูกบางๆสกปรกๆอยุ่

เพียงแค่นั้น

 

"ทำตัวดีๆ ..อย่าคิดหนี..แล้วจะไม่ต้องเจ็บตัว..เข้าใจมั๊ย..." เจ้าสมุนโจรหน้าเหี้ยมคนหนึ่งทีมีรอยสักเต็มแขนทั้งสองข้าง

ร้องสั่งคุณหมิวเสียงดัง จากนั้นมันก็แก้ผ้าผูกปากเธอออก

 

"พวกแกต้องการอะไร...รุ้มั๊ยว่าชั้นเป็นใคร..."

 

ทันทีที่ปากคุณหมิวเป็นอิสระ เธอรีบร้องถามพร้อมขู่ให้พวกมันเกรงกลัวด้วยเธอคิดว่าบิดาของตนเองเป็นถึงวุฒิสมาชิก

ย่อมต้องมีบารมีจนทำให้พวกโจรกระจอกที่หวังจับตัวเธอมาเรียกค่าไถ่เกรงกลัวได้บ้าง

 

"พวกกูรุ้หมดแหละว่าพ่อมึงเป็นใคร มึงเป็นใคร ไม่ต้องมาขู่พวกกูหรอกโว๊ย ฮาๆๆๆๆ "

 

ไอ้คนหน้าเหี้ยมที่มีรอยสักเต็มสองแขน ดูเหมือนเป็นหัวหน้าของอีกสามคนพูดขึ้นพร้อมพากันหัวเราะเยาะเย้ย เหมือน

เป็นเรื่องขำขันสำหรับพวกมัน..

 

"แล้วพวกแกจับชั้นมาเรื่องอะไร จะเอาค่าไถ่ใช่มัย..."

 

คุณหมิวกัดฟันข่มความกลัวสอบถามออกไป เพื่ออย่างน้อยเธอจะได้รู้บ้างว่าที่เธอถูกจับตัวมานั้นด้วยสาเหตุใด ด้วยเกรงว่า

พวกชายฉกรรจ์กลุ่มนี้จะเป็นพวกนักข่มขืนหื่นกาม แต่ถ้ามันจับเธอมาเรียกค่าไถ่ อย่างน้อยเธอก็ยังคงปลอดภัยจนกว่าพวก

มันจะได้รับเงินค่าไถ่ตัวของเธอจากบิดา

 

"อย่าเสือกถามมากนัก ตอนเย็นๆก็จะรู้เองแหละว่าเจ้านายพวกกุจับมึงมาเพราะเรื่องใด...นั่นห้องน้ำอยุ่ทางนั้น ถ้าอยากทำ

ธุระก็เชิญ...อ่อ..มีโทรศัพท์ติดตัวมาหรือเปล่า ถ้ามีก็ส่งมาดีๆ ไม่งั้นจะให้ไอ้ดาวค้นตัว"

กลับหน้าหลัก ตอนก่อนหน้า ตอนถัดไป