ฝาแฝดคู่หนึ่งที่ถูกแยกจากกันตั้งแต่ยังเล็ก โดยทั้งสองคน ไม่เคยรู้ว่าต่างก็มีพี่น้องฝาแฝดกันมาก่อน โชคชะตาชีวิตทำให้แฝดทั้งสองมาพบกัน เมื่อทั้งสองตัดสินใจที่จะแลก เปลี่ยนวิถีชีวิตกันโดยการสลับตัว
ฝาแฝดคู่หนึ่งที่ถูกแยกจากกันตั้งแต่ยังเล็ก โดยทั้งสองคน ไม่เคยรู้ว่าต่างก็มีพี่น้องฝาแฝดกันมาก่อน โชคชะตาชีวิตทำให้แฝดทั้งสองมาพบกัน เมื่อทั้งสองตัดสินใจที่จะแลก เปลี่ยนวิถีชีวิตกันโดยการสลับตัว
"หวานรุ้ว่าพี่ไม่ใช่พี่ชัดตั้งแต่คืนแรกแล้วละจ๊ะ..." หวานสารภาพออกมาบ้าง
"รู้ได้อย่างไรครับ...." คราวนี้ฉัตรชัยพูดออกมาตามปรกติของตนเอง ไม่ต้องจ๊ะๆจ๋าๆ เลียนแบบน้องชายอีกต่อไป
"ช่วงที่พี่มาถึง..พี่ก็ทำอะไรต่างจากพี่ชัดตั้งหลายอย่าง..ไม่สุบบุหรี่งี้...แล้วที่หวานมั่นใจก็ตรงนี้... " หวานพูดจบก็ชี้มือ
มาท่อนลำยาวของฉัตรชัยที่นอนสงบนิ่ง แล้วหัวเราะคิกๆ เสียงสดใสน่ารัก
"มันต่างกับของพี่ชัดมากเลย อิอิ" ฉัตรชัยได้ยินคำตอบถึงกับอายหน้าแดง อยากรู้ว่ามันต่างกับชัดชายผู้น้องอย่างไรแต่
ก็ไม่กล้าสอบถาม
"เอ่อ..แล้วที่หวานตั้งใจยั่วพี่นี้ก้เพื่อให้พี่ทนไม่ไหว สารภาพออกมางั้นรึครับ..."ฉัตรชัยลองสอบถามเพราะความอยากรู้
"ใช่ค่ะ..."
"แล้วถ้าพี่ไม่พูดไม่สารภาพล่ะ จะเกิดอะไรขึ้น...."
"หวานก็....ก็...ทำกับพี่แบบผัวเมียไงคะ...." หวานพูดอุ๊บอิ๊บ อายจนหน้าแดง แต่ฉัตรชัยพอได้ยินกลับรู้สึกสยิวๆ
"เอ้า....หวานก้รุ้ว่าพี่ไม่ใช่สามี แล้วจะทำกับพี่แบบนั้นทำไมครับ...." ฉัตรชัยถามไปแล้ว แต่พอได้คำตอบกลับมา ถ้าเขา
ย้อนเวลาได้ คงไม่กล้าถามคำนี้ออกมาจนตอนนี้เขากำลังรุ้สึกกระอักกระอ่วนใจ
"ก็...ก็....หวานชอบพี่จ๊ะ..."
"อ่ะ...หวานว่าไงนะ" ฉัตรชัยไม่อยากเชื่อหูตนเอง
"พี่ได้ยินไม่ผิดหรอกจ๊ะ...หวานชอบพี่...แม้เพียงรู้จักพี่แค่สองวัน...หวานก้รู้สึกชอบพี่จริงๆจ๊ะ...พี่คงรู้เรื่องของหวานกับ
พี่ชัดเขาแล้วใช่มั๊ยคะ...ว่าหวานมาเป็นเมียพี่เขาได้อย่างไร..." หวานหยุดเล่ารอจนฉัตรชัยผงกหัวตอบรับ
"หวานไม่เคยรักพี่เขามาก่อน แม้จนบัดนี้หวานก็ไม่เคยรักเขา หลายอย่างมันไปกันไม่ได้ แต่ที่หวานทนอยู่กันจนมีลูก
เต้า ก็เพราะเหมือนตกกระไดพลอยโจน หวานเสียตัวให้พี่เค้าเป็นคนแรก แม้ไม่รัก ก็จำต้องอยุ่กับพี่เค้าไปจวบจนวัน
ตาย...หวานไม่เคยใกล้ชิดกับผู้ชายคนใดมาก่อน จนกระทั่งมีพี่มาชิดใกล้ แม้หน้าตาพี่จเหมือนกับพี่ชัด แต่จิตใจพี่น่า
รักกว่า หวานอบอุ่นเป้นสุขกว่าตอนที่อยู่กับพี่ชัด... พี่จะว่าหวานเลวก็ได้นะจ๊ะ...แต่หวานพูดออกมาจากใจจริงๆ .."
หวานพูดมาจนตอนท้ายใกล้จบ เสียงเธอก็สั่นเครือ มีหยาดน้ำตาเต็มสองเบ้าตาคู่สวย จนฉัตรชัยต้องเอื้อมมือดึงร่าง
บอบบางเต็มไปด้วยสัดส่วนอวบนูนโค้งเว้าของสตรีเพศที่เย้ายวนตา เข้ามากอดปลอบ พร้อมก้มหน้าสจูบเรือนผมดำ
ขลับยาวสลวยของหวานเบาๆ.....
ชัดชายไปถึงโรงพยาบาล แจ้งความประสงค์ว่าจะมาพบผู้ป่วยคือคุณนายแจ่มจรัสกับฝ่ายประชาสัมพันธ์ หลังจากทราบ
ว่ามารดากำลังรอการผ่าตัดอยู่ที่ห้องไอซียู ก็เดินไปตามที่ได้รับการบอกมาจากพนักงานของโรงพยาบาล จนถึงหน้าห้อง
ไอซียู ก็เห็นคุณหมิวกับผู้หลักผู้ใหญ่อีกสองคนนั่งรออยุ่หน้าห้องด้วยทีท่ากระวนกระวายใจ พอคุณหมิวหันมาเห็นคุ่หมั้น
ตัวปลอมก็รีบเดินเข้ามาหา
"คุณพี่คะ...ทำไมเพิ่งมา หมิวทั้งโทรไปหาทั้งส่งข้อความ....รุ้มั๊ยว่าคุณป้ากำลังอยู่ในอันตราย..."
คุณหมิวต่อว่าคุ่หมั้นของเธอด้วยความรุ้สึกโกรธจริงๆ ยิ่งเห็นสีหน้าท่าทีของเขาที่ดูไม่ทุกข์แต่ประการใด เธอก็ยิ่งโกรธ
แล้วสับสนงุนงงว่าทำไมคุ่หมั้นของเธอถึงได้เปลี่ยนแปลงไปขนาดนี้
ส่วนชัดชายไม่ได้พูดอะไรออกมา เพียงยืนฟังคู่หมั้นของพี่ชายต่อว่า แล้วมองกราดไปทั่วห้องด้วยตัวเขาไม่รู้ว่าผู้ใหญ่สูง
อายุทั้งสองที่นั่งอยู่กับคุณหมิวนั้นคือใคร เพราะพี่ชายก็ไม่เคยบอกเอาไว้ ยิ่งทำให้พ่อกับแม่ของคุณหมิวรู้สึกผิดหวังกับ
การไม่มีสัมมาคารวะของว่าที่ลูกเขยคนนี้เพิ่มขึ้น จนต้องพากันครุ่นคิดว่า หรือทั้งสองคนกำลังมองว่าที่ลูกเขยผิดไป
แท้จริงแล้วเขาไม่ใช่คนดีตามเปลือกที่เคยแสดงออกมา จึงพากันลุกขึ้นเดินออกไปจากที่ตรงนั้น ด้วยรู้สึกไม่สบอารมณ์
พร้อมหันหน้าปรึกษากันว่า หลังจากเหตุการณ์คืนนี้ผ่านไป คงต้องทบทวนเรื่องของบุตรสาวกับนายฉัตรชัยเสียใหม่แล้ว
ส่วนคุณหมิวรีบแจ้งให้พยาบาลเวรหน้าห้องไอซียูรับทราบว่าขณะนี้ญาติของผู้ป่วยเดินทางมาถึงแล้ว พยาบาลเวรจึงรีบ
เข้าไปตามนายแพทย์เจ้าของไข้ออกมาจากห้องไอซียู จากนั้นก็อธิบายเรื่องราวอาการของคุณนายแจ่มจรัสให้ชัดชาย
รับทราบ พร้อมยื่นเอกสารให้เขาเซ็นต์ยินยอมให้มีการผ่าตัด สีหน้าของนายแพทย์ดูเป็นกังวลอย่างมาก เพราะทุกนาที
ทุกชั่วโมงที่ผ่านไป มันหมายถึงอันตรายกับคุณนายแจ่มจรัสเพิ่มขึ้นทุกขณะ ต่างกับสีหน้าของชัดชายที่ไม่แสดงอาการ
ทุกข์ใจร้อนใจเป็นห่วงมารดาแม้สักนิด หลังจากที่ชัดชายเซ็นต์เอกสารเรียบร้อยแล้ว ก็หันไปทางคู่หมั้น
"น้องหมิวขับรถพี่มาด้วยมั๊ย..."
คุณหมิวได้ยินถึงกับขมวดคิ้ว แทนที่คุ่หมั้นจะถามถึงอาการของมารดา กลับถามเรื่องรถเป็นห่วงเรื่องรถสปอร์ตเสียมาก
กว่า คุณหมิวคร้านที่จะตอบปากตอบคำ ล้วงมือลงในกระเป๋าถือ หยิบกุญแจรถสปอร์ตวางข้างๆตัว ไม่แม้ที่จะส่งให้กับ
มือของคู่หมั้น
"รถจอดอยู่หน้าตึกค่ะ...." น้ำเสียงของคุณหมิวแข็งกระด้าง แบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
"แล้วคุณพี่จะไม่อยู่รอดูอาการคุณป้าก่อนหรือคะ..."
"พี่ไม่ใช่หมอครับ อยู่ก็ช่วยอะไรแม่ไม่ได้ ฝากน้องหมิวดูแลด้วยละกัน...เรื่องห้องเรื่องค่าใช้จ่าย เดี่ยวพี่มาจัดการเอง..."
พูดจบก็เดินจากหน้าห้องไอซียูออกมา เดินสวนกับพ่อแม่ของคุณหมิว ก็ทำหน้าเชิดคอแข็งมองผ่านเหมือนคนไม่เคย
รู้จักกันแม้สักนิด จากนั้นชัดชายก็ออกไปจากโรงพยาบาล ขับรถสปอร์ตของตนออกกระชากไปอย่างแรงด้วยอารมณ์ที่
พลุ่งพล่าน ขับไปตามทางเดิมที่มากับรถรับจ้างเมื่อสักครู่
หลังจากที่ฉัตรชัยได้รับรู้ความในใจของหวานน้องสะใภ้จนหมดแล้ว เขาก็รุ้สึกกระอักกระอ่วนใจ ทำตัวไม่ถูก ไม่ใช่รังเกียจ
ที่หวานมาชอบมารักเขา แต่เขากลับกลัวใจตนเองมากกว่าว่าจะทำผิดกับน้องชายของตนเอง แม้หวานจะมีลูกมีสามีแล้ว
ก็ใช่ว่าความสวยความน่ารักของเธอจะด้อยลงไปแต่อย่างใด เธอยังคงความสวยความน่ารัก รูปร่างทรวดทรงหรือก็ไม่มี
ส่วนใดบุบสลายหย่อนคล้อยลงไปเลยแม้สักนิด รูปร่างของหวานยังคงสามารถดึงดูดตาดึงดูดใจ ยามที่เขาอยู่ใกล้ชิด
กับเธอ จนเขาต้องเตือนตนเองอยู่เสมอ ไม่ยอมคล้อยตามอำนาจฝ่ายต่ำ ให้ฉวยโอกาศหาเศษหาเลยกับตัวน้องสะใภ้
"พี่จ๊ะ....เข้ามุ้งนอนกันเถอะ...ดึกแล้ว..."
หวานจัดที่หลับที่นอนเรียบร้อยแล้วก็มุดหัวโผล่หน้าออกมาจากชายมุ้ง เสื้อคอกระเช้าสีชมพูอ่อนย้อยต่ำลงมาจนฉัตรชัย
แลเห็นอกอวบอูมเต้าเต่งของหวานได้เกือบทั้งสองเต้าด้วยเธอไม่ได้ใส่บราไว้ห่อหุ่มข้างใน แล้วก้รีบเบนสายตาไปทาง
อื่น แต่เมื่อหวานเรียกแล้วฉัตรชัยยังคงนิ่งเฉย เหมือนไม่ได้ยิน กระทั่งตาที่แลมองมาที่เธอในตอนแรกนั้นกลับหันเหไป
มองด้านอื่น จนหวานรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ เสียงที่พูดออกมาอีกครั้งจึงสั่นเครือ
"พี่รังเกียจหวานหรือจ๊ะ....พี่จะด่าว่าหวานเป็นผู้หญิงสารเลวใจง่ายก็ได้นะ....หวานยอมรับ...เพราะหวานคงเป็นเช่นนั้น
ในสายตาพี่จริงๆ...พี่ถึงไม่ยอมนอนร่วมมุ้งเดียวกับหวาน..."
"อื้อออ..ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกหวาน...พี่มัวแต่คิดเรื่องทางบ้านน่ะครับ ห่วงคุณแม่ กับคุณ..เอ่อ...หมิว คุ่หมั้นของพี่น่ะครับ...."
ฉัตรชัยรีบตอบกลับไม่อยากให้หวานคิดมาก เพราะจริงๆในใจของตนเองก็ไม่เคยคิดรังเกียจเธอแม้แต่สักนิด
"อย่าคิดมากเลยจ๊ะ...พรุ่งนี้พี่ก็เข้ากรุงเทพไปดูสิจ๊ะ...ว่าเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า..."
น้ำเสียงของหวานค่อยดีขึ้น เมื่อได้ยินฉัตรชัยตอบว่าไม่เคยนึกรังเกียจ จากนั้นเธอก็ตลบมุ้งกลับเข้าไปนอนเพียงลำพัง
แม้จะพยายามหลับตา แต่ใจดวงเล็กๆของหวานกลับว้าวุ่น..สับสน งุนงงว่าเธอหลงรักพี่ชายของสามีเธอตั้งแต่เมื่อใดแต่
ก็หาคำตอบให้กับตนเองไม่ได้ จวบจนกำลังจะเคลิ้มหลับ ก็แลเห็นฉัตรชัยมุดมุ้งเข้ามานอนเคียงข้าง
"พี่จ๋า...หวานขอโทษ...หวานไม่ควรสร้างความอึดอัดให้พี่กลัดกลุ้มเลย...หวานเลวที่หวานหักห้ามใจให้รักพี่ไม่ได้..พี่
อย่าโกรธอย่าเกลียดหวานนะจ๊ะ..." หวานหันข้างเอียงมาทางด้านที่ฉัตรชัยนอนพร้อมพูดเบาๆให้เขาได้ยิน
"พี่ไม่เคยรู้สึกโกรธหรือเกลียดหวานเลย...พี่โกรธใจพี่เองต่างหาก...."
"พี่โกรธใจตัวเองทำไมจ๊ะ..." หวานจ้องมองฉัตรชัยด้วยสายตาที่เผยความรู้สึกออกมาจนหมดเปลือก
"พี่โกรธ กลัวว่าใจพี่จะไม่เชื่อฟังคำสั่งของแม่พี่น่ะครับ..."
"คุณแม่สั่งพี่ว่าอย่างไรจ๊ะ..."