ครอบครัวอันอบอุ่นมี4คน พ่อ แม่ ลูกสาว และน้องชาย. ครอบครัวเราเพียบพร้อมพอสมควร และค่อนข้ามมีฐานะ พ่ออายุ45 แม่44 น้องชาย16 ส่วนเรา23 เราเรียนจบแล้ว ทำงานที่ บ.แห่งหนึ่งค่อนข้างดี
ครอบครัวอันอบอุ่นมี4คน พ่อ แม่ ลูกสาว และน้องชาย. ครอบครัวเราเพียบพร้อมพอสมควร และค่อนข้ามมีฐานะ พ่ออายุ45 แม่44 น้องชาย16 ส่วนเรา23 เราเรียนจบแล้ว ทำงานที่ บ.แห่งหนึ่งค่อนข้างดี
ผมชื่อ"เมฆ"ครับอายุ15ปี แล้วตอนนี้เรียนอยู่ที่โรงเรียนมัธยมมีชื่อแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯที่บ้านของผมมีอยู่ด้วยกัน2คนคือผมกับแม่เท่านั้น
ส่วนพ่อของผมได้เลิกรากับแม่ของผมไปแล้วตั้งแต่ตอนที่ผมยังอยู่ในท้อง แม่ของผมชื่อ"ปุ๋ม"ครับ แม่ปุ๋มอายุ40ปี พ่อกับแม่คบกันตั้งแต่เรียนมัธยมครับเนื่องจากความไร้เดียงสาเมื่อครั้งเยาว์วัยแม่ของผมจึงพลาดพลั้งและมีผมขึ้นมา
พอพ่อรู้เข้าก็ไม่รับผิดชอบเด็กในท้องแถมยังย้ายหนีไปไม่เคยส่งข่าวมาหาแม่ผมอีกเลย ตากับยาย(ตอนที่ท่านยังมีชีวิตอยู่)โกรธแม่ของผมมาก แต่ท่านก็ให้อภัยในที่สุดและเลี้ยงดูผมจนเติบใหญ่ส่วนแม่ของผมก็กลับไปตั้งใจเรียนจนจบมหาวิทยาลัยในที่สุด
แม้ผมจะไม่มีพ่อเหมือนใครๆแต่ผมก็มีความสุขครับที่ได้รับความรักความอบอุ่นจากแม่ปุ๋มคนนี้เสมอมา หากว่าผมจะทำอะไรให้แม่ของผมมีความสุขได้ไม่ว่าจะยากเย็นแค่ไหนผมก็ยินดีครับ
แม่ปุ๋มของผมเป็นคนสวยครับ หน้าตาคมเข้ม ผิวขาวสะอาดสะอ้าน และที่สำคัญแม่ปุ๋มยังหุ่นดีมากเลยครับ ถึงจะเห็นตัวผอมๆเอวคอดๆแบบนี้(เธอสูงประมาณ165ซ.ม.) แต่หน้าอกหน้าใจกับสะโพกของเธอนี่สิครับทรมานใจหนุ่มๆในหมู่บ้านของผมเสียจริงๆ
จนมีคนเคยพูดกับผมว่าถ้าผมเกิดมาเป็นผู้หญิงก็คงจะสวยไม่แพ้กัน..55..(ผมหน้าเหมือนพ่อครับ...แม่เคยบอก)ไม่ใช่แค่หนุ่มๆในหมู่บ้านนะครับที่มอง ผมเองก็แอบมองหน้าอกที่อวบอิ่มกับก้นที่งามงอนของแม่ปุ๋มอยู่บ่อยๆ
แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรเกินเลยเพราะท่านเป็นแม่ของผมและผมก็รักท่านมากที่สุด แม่ปุ๋มทำงานอยู่ที่สำนักงานบัญชีแห่งหนึ่งไม่ไกลจากบ้านเท่าไรนัก ทุกๆวันแม่ปุ๋มจะแต่งชุดทำงาน
เป็นเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวรัดรูปและกระโปรงสีเข้มสั้นๆ ยิ่งเน้นให้เห็นส่วนสัดของเธอเข้าไปใหญ่เลยครับ แม่ปุ๋มดูดีมากในชุดทำงานจนเพื่อนบ้านใกล้ๆแทบจะชมเธอทุกครั้งที่เห็นเวลาที่เธอออกไปทำงาน
ผมก็รู้สึกภูมิใจไปด้วยครับที่มีคุณแม่ยังสาวยังสวยขนาดนี้หลายปีที่ผ่านมาตั้งแต่ผมจำความได้มีผู้ชายเข้ามาจีบแม่ปุ๋มเยอะมากครับ แต่เธอก็ไม่สนใจเลยสักราย (อาจเป็นเพราะยังฝังใจเรื่องพ่อของผม) จึงทำให้เธอยังครองตัวเป็นโสดเสมอมา
แต่ผมก็รู้ครับว่าแม่ปุ๋มต้องเหงาแน่ๆถ้าหากจะมีใครสักคนมาดูแลให้ความสุขกับเธอโดยมารับหน้าที่เป็นพ่อของผมก็คงดีครับถ้าหากทำให้เธอมีความสุขได้ ทุกๆวันผมจะออกไปโรงเรียนก่อนที่แม่ปุ๋มจะไปทำงานครับ โดยไอ้ "ต้น
"เพื่อนรักของผมที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกันจะเข้ามานั่งรอผมในบ้าน เพื่อรอไปโรงเรียนพร้อมกันเป็นประจำเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่อนุบาลแล้วครับ พ่อแม่ของไอ้ต้นประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตไปแล้วทั้งคู่ ตั้งแต่มันอยู่ ป.1เหลือแค่ปู่กับย่าคอยดูแล(คล้ายๆกับผมเลย...แต่ผมยังมีแม่)
ไอ้ต้นเลยกลายเป็นเหมือนลูกชายของแม่ผมอีกคนจึงทำให้เราสนิทกันไว วันนี้มันก็มาทานข้าวเช้าที่บ้านผมเช่นเคย (เนื่องจากปู่กับย่าแก่แล้ว...แม่ผมจึงอาสาทำอาหารเช้าให้ไอ้ต้นทานทุกวัน)เด๋วนี้ไอ้ต้นมันสนิทกับแม่ปุ๋มมากครับบางครั้งก็มีเข้าไปกอดเข้าไปห้อมแก้มบ้างแต่ก็เหมือนกับคนในครอบครัวมากกว่า
ผมเคยขอโทษแม่ปุ๋มแทนไอ้ต้น แต่เธอก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะเธอก็ถือว่าไอ้ต้นเป็นเหมือนลูกชายเธอเหมือนกัน ผมเข้าใจความรู้สึกไอ้ต้นดีครับ ถึงผมจะไม่มีพ่อแต่ผมก็ยังมีแม่ แต่ไอ้ต้นกลับไม่เหลือใครเลย
ผมจึงอดสงสารมันไม่ได้ทุกทีได้แต่เลยตามเลยถือว่ามันเป็นน้องชายผมก็แล้วกัน วันนี้ก็เหมือนกับทุกวันครับไอ้ต้นมาที่บ้านแต่เช้าเดินมาทักทายผมที่โต๊ะกินข้าวแล้วเดินเข้าไปหอมแก้มแม่ผมที่อยู่ในครัว(เหมือนคนในบ้านเลย)
แล้วช่วยยกสำรับมาตั้งบนโต๊ะ จากนั้นเราจึงทานข้าวกัน พอทานเสร็จผมรู้สึกปวดท้องอยากเข้าห้องน้ำจึงบอกให้ไอ้ต้นไปรอที่โซฟาก่อน ไอ้ต้นก็ดูไม่มีท่าทีรีบร้อนแต่อย่างใด
พอผมออกจากห้องน้ำมาก็เห็นไอ้ต้นนั่งคุยกับแม่ของผมที่โซฟาอย่างสนุกสนาน โดยแม่ของผมนั่งอยู่บนโซฟาส่วนไอ้ต้นนั่งจัดกระเป๋าอยู่ที่พื้นหน้าโซฟานั้นเอง พอผมเดินเข้าไปเห็นสายตาไอ้ต้นดูเลิกลั่กยังไงไม่รู้
ปากก็คุยกับแม่ของผมแต่ตาของมันนี่สิคอยเหลือบมองช่วงลำตัวของแม่ผมอยู่ตลอด ผมจึงเดินเข้าไปนั่งข้างๆไอ้ต้น ผมจึงแทบร้องอ๋อขึ้นมาในทันทีตอนนั้นแม่ปุ๋มอยู่ในชุดทำงานปกติกระโปรงของเธอนั้นก็สั้นอยู่แล้ว
แต่พอเธอนั่งที่โซฟาแล้วมันยิ่งร่นเข้าไปให้เห็นไปถึงไหนต่อไหน ไอ้ต้นมันแอบมองหวอแม่ของผมนี่เองครับ แม่ปุ๋มนั่งในท่าที่ไม่ได้ระวังตัวเลย (คงเป็นพราะเห็นว่าไอ้ต้นเป็นคนในครอบครัวละมั้งเธอเลยไม่ได้ระวังผมก็แอบเห็นเธอหวอออกบ่อยๆแต่ก็ไม่ได้คิดอะไร)
ตอนนี้ไอ้ต้นมองไปที่หว่างขาของแม่ผมแบบไม่กระพริบตา โดยไม่ได้มีความเกรงใจอีกต่อไป เพราะตอนนี้แม่ปุ๋มได้อ้าขาออกเล็กน้อยจนเราทั้งสองเห็นทะลุปลุโปร่งเข้าไปในกระโปรง เห็นซอกขาขาวเนียนของเธอไล่ไปจนถึงโคนขา
ผมมองทะลุเข้าไปจนเห็นกางเกงในลูกไม้สีขาวของเธอชัดเจนมากครับ เนื่องจากเราทั้งคู่นั่งอยู่ในมุมที่ต่ำกว่าในระดับเดียวกับหว่างขาของเธอพอดี เรียกได้ว่าเต็มเป้าเต็มตาเลยทีเดียว
แถมบางทีที่เธอขยับสะโพกไปมามันยิ่งทำให้เจ้ากางเกงในของเธอมันแนบเนื้อเข้าไปใหญ่จนเห็นเป็นร่องยาวกลางหว่างขาของเธอเลยทีเดียว ใจผมก็อย่างจะบอกเธอเหมือนกันว่ารถหวอของเธอมันร้องดังลั่นบ้านแล้ว แต่ใจนึงก็กลัวว่าเธอจะอับอายก็เลยได้แต่ปล่อยให้เลยตามเลย
ปล่อยให้ไอ้ต้นมันใช้สายตาแทะโลมเธออย่างสบายใจหวังว่ามันคงไม่ได้คิดอะไรกับแม่ผมเหมือนกัน ส่วนผมเองก็แอบมองเจ้ากางเกงในลูกไม้ของเธอด้วยเพราะมองจากมุมนี้ก็ได้อารมณ์ดี
สักพักไอ้หนูของผมก็เริ่มพองขึ้นมาจนผมกลัวว่ามันจะเลยเถิด...ก็เลยเอามือไปตีหน้าขาไอ้ต้นบอกให้ออกไปโรงเรียนกันได้แล้ว บังเอิญผมไปตีโดนไอ้หนูของมันครับ..โอ้โห..มันแข็งโด่เต็มกางเกงเลยเชียว
ผมนึกอยู่แล้วว่าไอ้ต้นมันทนได้ยังไง ขนาดผมเป็นลูกแท้ๆยังเป้าตุงเลย ผมรีบคว้าแขนไอ้ต้นให้ลุกขึ้นบอกลาแม่ผม แล้วดึงมันออกมาจากบ้านไอ้ต้นทำหน้าเซ็งๆ มันคงติดใจมุมใต้กระโปรงของแม่ผมแน่ๆ
ผมจึงแอบแซวมันว่า..เฮ้ย..กูรู้นะว่ามึงนั่งจ้องอะไรแม่ปุ๋ม..เด๋วเหอะมึง..ไอ้ต้นก็ได้แต่หัวเราะ แล้วมันก็บอกว่ากูก็เคารพแม่ปุ๋มเหมือนแม่เหมือนกันกูจะคิดอกุศลแบบนั้นได้ไง วันนั้นที่โรงเรียน ผมแอบเห็นไอ้ต้นหายไปเป็นพักๆ
ผมว่ามันต้องแอบไปจินตนาการถึงหว่างขาของแม่ผม แล้วแอบสำเร็จความใคร่ช่วยตัวเองอยู่แน่ๆเลย เฮ้อ คราวหลังต้องคอยเตือนแม่ปุ๋มให้นั่งระวังหน่อยละ หลังจากเรื่องในวันนั้นไอ้ต้นก็เริ่มเปลี่ยนไปครับ
ผมเห็นไอ้ต้นมันมองแม่ปุ๋มของผมด้วยสายตาที่แปลกออกไป หลายครั้งที่เห็นมันแอบมอง บั้นท้าย ร่องกระดุมเธอ ไม่ก็หาจังหวะแอบมองหวอของเธอเวลาที่เธอนั่งบ่อยๆ(ซึ่งเธอก็นั่งหวอออกอยู่บ่อยๆด้วยสิ)และเวลาที่มันโอบกอดแม่ของผมจากทางด้านหลัง
ผมแอบเห็นมันใช้สะโพกแอ่นดันก้นเธอเบาๆด้วยสิ ผมมองไกลๆเหมือนมันกำลังกระเด้าก้นแม่ผมอยู่เลย แต่แม่ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรยังคงใจดีกับมันเหมือนปกติ ผมคงคิดมากไปคนเดียวจริงๆ
ถึงจะรู้ว่าแม่ปุ๋มของผมจะเหงายังไงแต่เธอก็คงไม่เอาเด็กรุ่นลูกอย่างไอ้ต้นมาเป็นแฟนหรอก ผมจึงแกล้งทำเป็นไม่เห็นพฤติกรรมของไอ้ต้นจะได้สบายใจเองด้วย ผ่านไปหลายวันจากนั้นไอ้ต้นมันก็ไม่ค่อยได้มาทานข้าวที่บ้านผมเหมือนอย่างเคย
โดยมันบอกให้ผมไปโรงเรียนเลยไม่ต้องรอมันผมก็ไม่ได้ติดใจอะไรแค่สงสัยว่ามันมัวทำอะไรของมันถึงไม่มาทานข้าวที่บ้านเหมือนอย่างเคย แถมยังมาสายไม่ทันคาบแรกอยู่บ่อยๆ
แต่ผมก็ได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ จนมาวันหนึ่งผมออกจากบ้าน(โดยไม่มีไอ้ต้น)ไปถึงโรงเรียนแล้วแต่ก็นึกขึ้นได้ว่าลืมงานที่ต้องส่งอาจารย์วันนี้ไว้ที่บ้าน ผมกลัวจะโดนอาจารย์หักคะแนน
จึงย้อนกลับมาที่บ้านเพื่อจะมาเอาสมุดงานที่ลืมไว้ ด้วยเหตุนี้เองผมจึงได้รู้ว่าไอ้ต้นมันหายไปไหนเมื่อผมไปถึงบ้าน แม่ของผมยังไม่ไปทำงานครับเพราะเห็นรถของแม่ผมยังจอดอยู่
ผมก็เลยกะว่าจะแอบเข้าไปแกล้งให้แม่ปุ๋มตกใจเสียหน่อย จึงแอบปีนประตูรั้วบ้านเข้าไปและมาแอบดูว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่ที่หน้าต่าง แม่ปุ๋มอยู่ในชุดทำงาน ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวและกระโปรงสั้นรัดรูปสีดำ มองๆไปแล้วเหมือนนักศึกษามากเพราะหน้าเธอยังดูอ่อนวัยอยู่เลย
เธอกำลังยืนแต่งหน้าอยู่ที่กระจกหน้าห้องน้ำครับ ผมกะว่าถ้าเธอเดินผ่านมาตรงหน้าต่าง จะแอบโผล่ไปให้ตกใจเล่นซะหน่อย
ผมได้แต่แอบกลั้นหัวเราะอยู่ที่นอกหน้าต่างอยู่คนเดียว แต่ยังไม่ทันที่เธอจะแต่งหน้าเสร็จ ไอ้ต้นก็เดินอาดๆผ่านหน้าต่างที่ผมแอบอยู่มาโดยที่ไม่ได้เห็นผมครับ ผมแปลกใจมากว่าทำไมไอ้ต้นจึงมาอยู่ที่บ้านผม