Your Wishlist

ขุนช้าง​ขุนแผน​ภาค​พิศดาร​ (ขุนช้าง​ขุนแผน​ nc)

Author: xxx555

พลายแก้วก็ได้เห็นภาพ นางทองประศรี มารดาของตน กำลังถูกบิดาของตนทำร้าย จริงๆ โดยบิดาของตนเอาทวนเนื้อ แทงเข้าไปในตัวของมารดาตน จนมิดด้ามทุกๆ ครั้ง แถมทุกๆ ครั้งยังมีการกัดฟัน ขบกราม และคำรามเบาๆ ออกมา

จำนวนตอน : 19

ขุนช้าง​ขุนแผน​ nc

  • 16/02/2568

"น้องเณรขา เบาๆ ก่อนนะคะ ซี๊ดดดส์ พี่สายทองเสียวจังเลย ควยของน้องเณรแหวกหีของพี่สายทองเข้าไปลึกจังเลย อาวววว์ แรงๆ ค่ะน้องเณร แรงๆ อึ้ยยย์ โฮ้ โฮ้ พี่สายทองจะเสร็จแล้ว โฮ้ โฮ้ แรงๆ อีก ไม่ต้องกลัวหีของพี่สายทองจะพังนะคะ แรงอีก แรงอีก" สายทองร้องครางออกมาดังๆ พลางส่ายตูดขึ้นรับการกระแทกของพลายแก้วอย่างไม่กลัวหีพัง จนกระทั่ง เสียงหมาหอนดังวิเวกมาแต่ไกล พลายแก้วก็ลุกขึ้นจากการกกกอดสายทอง พลางร่ายมนต์สะกดให้สายทองหลับใหลไปในห้วงนิทรารมย์อันสุขสันต์

 

พลายแก้วออกเดินทางจากเรือนของนางศรีประจัน มุ่งหน้าไปยังป่าช้าของวัดแค ที่มีชื่อเสียงเลื่องลือว่าผีดุ เมื่อเดินเข้ามาถึงยังเขตของป่าช้า จู่ๆ ก็ปรากฏลมพัดแรง มีเสียงร้องของคนดังมาไกล เหมือนกับเสียงคนได้รับความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส แล้วลมที่พัดกรรโชกอยู่ก็หยุดสนิท ทุกเสียงก็เงียบสนิท พลายแก้วก็นั่งลงพลางบริกรรมคาถา แล้วหยิบเอาควายธนูออกมา พลางปลุกเสกจนกระทั่งความธนูนั้น

 

ร้องเสียงดังวี๊ด แล้ววิ่งหายไปในความมืดอย่างรวดเร็ว

 

ฉับพลันนั้นเองเหมือนกับป่าช้า นั้นจะแตกทะลักออก มีเสียงต่อสู้ดังครืนครั่น พลางลมพัดกรรโชกแรง มีเสียงร้องคำรามของควายธนูดังมา ตามด้วยเสียงของผู้ชายร้องห้าวๆ ดังแว่วมาจากส่วนลึกของป่าช้าแห่งนั้น ตุ้บ ควายธนูของพลายแก้วนั้นถูกหักคอจนเป็นสองเสี่ยงตกอยู่ตรงหน้าของพลายแก้ว เมื่อพลายแก้วเห็นดังนั้นแล้ว ก็ลุกขึ้นยืนพลางบริกรรมคาถา แล้วใช้นิ้วเท้าจิกธรณี ตาเบิกโพลง พลางตวาดว่า "ปิด"

 

ฉับพลันนั้น ต้นไม้ทุกต้นที่กำลังสั่นไหวตามลมกรรโชกแรงก็หยุดนิ่งสนิททันที พลายแก้วก็เดินเข้าไปในส่วนลึกของป่าช้าอย่างไม่พรั่นทันที

 

เมื่อมาถึงยังใจกลางป่าช้า ข้างหน้าของพลายแก้วนั้นเป็นจอมปลวกใหญ่ พลายแก้วก็ล้วงเอาด้ายสายสิญจน์ออกมาพลางยกขึ้นคล้องไปกับจอมปลวกแห่งนั้น ฉับพลันก็มีเสียงหัวเราะบ้าคลั่งดังมาจากทุกทิศทาง สายสิญจน์ที่พลายแก้วคล้องเอาไว้ที่จอมปลวกขาดสะบั้นออกเหมือนดั่งถูกคน กระชากออกทิ้ง พลายแก้วก็ยกมือขึ้นบริกรรมพระคาถาแล้วใช้นิ้วเท้าจิกธรณี พลางจ้องตาเขม็งไปยังจอมปลวก แล้วร้องตะโกนว่า "เปิด" ทันใดนั้นจอมปลวกก็สั่นไหวแล้วแตกร้าวออก มีร่างใหญ่ยักษ์ดำทะมึน สูงยิ่งกว่ายอดตาด เผยออกมา

 

"แกเป็นใคร ต้องการอะไร กล้ามารบกวนข้า ต้องการตายรึ" เสียงดังหวีดหวิวเหมือนดังมาจากนรกร้องถามขึ้น

 

"ข้าต้องการจะได้เอ็งมาเป็นสมุน เอ็งเป็นนายป่าช้ามีฤทธิ์ดี ข้าชอบ เอ็งว่าไง" พลายแก้วร้องถามนายป่าช้าอย่างไม่พรั่น

 

"ฮ่ะ ฮ่า ข้าก็เพิ่งเคยเจอมนุษย์ที่ปากกล้าอย่างเอ็ง เอาเถอะถ้าเอ็งชนะข้าได้ ข้าก็จะยอมเป็นสมุนของเอ็งก็ได้"อสุรกายตอบพลางโน้มตัวลงมา กลิ่นเหม็นเน่าตลบอบอวนในอากาศ

 

พลายแก้วได้ฟังดังนั้นก็พยักหน้าเป็นเชิงตกลง ฉับพลันนั้นภาพที่เบื้องหน้าก็เปลี่ยนไป จู่ๆ ก็มีภาพของนรกขึ้นที่เบื้องหน้า มีเพลิงเผาไหม้อยู่ตลอดเวลาน่าขนลุก สุดท้ายมีลูกหินขนาดใหญ่ติดไฟแดงฉาน กำลังตกลงมาใส่พลายแก้ว พลายแก้วก็บริกรรมคาถา จิกนิ้วหัวแม่เท้าจิกธรณี เบิกตากว้างพลางตะโกน "ปิด"

 

ฉับพลันภาพลวงตาทั้งหลายก็หายวับไปเหลือแต่อสุรกายนายป่าช้ายืนนิ่งตาลุกโพลงอยู่ด้านหน้า พลายแก้วก็กล่าวว่า

 

"ทีนี้ถึงตาของข้าบางละนะ"

 

แล้วพลายแก้วก็หลับตาอยู่ครู่ใหญ่ เมื่อลืมตาขึ้นก็มองเห็นประกายตาของพลายแก้วนั้นกลายเป็นสีน้ำเงินอย่างน่าประหลาด ฉับพลันนั้นเอง ก็เกิดเพลิงสีน้ำเงินลุกขึ้นท่วมกายของเจ้าอสุรกายนายป่าช้า สร้างความเจ็บปวดรวดร้าวแก่เจ้าอสุรกายอย่างมาก ร้องครวญคราง พลางล้มลงดิ้นเถือกไถอย่างน่าสงสาร ปากก็ร้อง

 

"นายท่าน เมตตาข้าด้วย โปรดดับเพลิงให้ข้าด้วยเถิด ทรมานเหลือเกินแล้ว โอ้ย"

 

พลายแก้วได้ฟังคำร้องขอของอสุรกายก็ดับเพลิงไฟธาตุที่เกิดจากฤทธาแห่งเตโชกสิณ พลางบริกรรมคาถาแล้วเป่าไปยังตัวอสุรกาย ฉับพลันเพลิงไฟที่ลุกไหม้อยู่ตามตัวของอสุรกายนั้นก็ดับ รอยไหม้ที่เกิดขึ้นก็หายไปด้วย อสุรกายนั้นคลานเข้ามาหายังพลายแก้ว แล้วก้มลงกราบยอมตัวเป็นข้ารับใช้ พลายแก้วก็ล้วงมือเข้าไปในย่าม หยิบเอาผ้าแดงออกมาผูกที่หัวของอสุรกาย แล้วตั้งชื่อว่า "โหงพราย" เมื่อผูกผ้าแดงแล้วเสร็จพลายแก้วก็ขึ้นนั่งขี่คอของโหงพราย แล้วบงการให้บินไปยังเมืองกาญจนบุรีทันที โหงพรายรับคำสั่งแล้ว บินสู่อากาศมุ่งหน้าไปยังเมืองกาญจนบุรีอย่างรวดเร็ว ปานลมพัด

 

ที่เมืองกาญจนบุรี เวลาใกล้จะรุ่งเช้าแล้ว พลายแก้วขี่คอโหงพรายลงมายังแถบเขาชนไก่อันเป็นที่อยู่ของนางทองประศรีผู้เป็นมารดา เมื่อลงจากคอของโหงพรายแล้ว พลายแก้วก็บอกให้โหงพรายนั้นเข้ามาอยู่ในตัวตุ๊กตาลงอาคมเล็กที่อยู่ในย่าม เพื่อพกติดตัวไปด้วย โหงพรายรับทราบคำสั่งแล้วย่อกายจนเห็นเป็นจุดเรืองแสงเล็กเข้าไปอยู่ที่ภายในตุ๊กตาอาคมนั้นทันที

 

ณ เรือนของนางทองประศรี เช้านี้

 

หลังจากที่นางทองประศรีทำบุญใส่บาตรพระแล้ว ก็นั่งสวดมนต์ที่ห้องพระเหมือนตามปกติ แต่ในใจนั้นก็รู้สึกว่า วันนี้คงจะมีอะไรดี เพราะจิตใจนั้นรู้สึกยินดีตั้งแต่เช้าโดยไม่ทราบสาเหตุ จวบจนมีหนุ่มน้อยคนหนึ่งเดินขึ้นมายังเรือนของนาง นางก็จ้องดูด้วยความประหลาดใจ

 

แล้วความยินดีก็เกิดแก่นางเป็นล้นพ้น เมื่อจำได้ว่าหนุ่มน้อยรูปงามนั้นคือ พ่อพลายแก้ว บุตรชายที่นางรักยิ่งกว่าแก้วตาดวงใจนั่นเอง

 

พลายแก้วนั้นเมื่อเห็นมารดาก็รีบก้มคลานลงมากราบแทบเท้าของมารดา ยังความปลาบปลื้มให้แก่นางทองประศรีจนน้ำตาหลั่งไหลออกมาไม่หยุด จนลูกชายเงยหน้าขึ้นมา นางจึงจ้องหน้าของลูกชายนั้น ประพิมประพายคล้ายดั่งกับบิดาของเขาขุนไกรพลพ่าย แทบไม่ผิดเพี้ยน

 

นางดีใจ รั้งเอาตัวของพลายแก้วเข้ามากอดไว้แน่น พลางสะอื้นไห้อย่างหยุดไม่อยู่ ข้างพลายแก้วนั้นน้ำตานองหน้าอยู่แล้ว เมื่อได้ยินสียงร้องไห้ของแม่ ก็พากันร้องไห้ไปด้วยกัน เมื่อเวลาผ่านไปได้พักใหญ่ พลายแก้วก็เงยหน้าขึ้นมา แล้วบอกกับแม่ว่า

 

"แม่จ๋า ลูกคิดถึงแม่เหลือเกิน วันนี้เป็นวันดีที่ลูกได้กลับมาหาแม่แล้วจ๊ะ"

 

"ลูกแม่ เจ้ากลับมาไม่บอกกล่าว แม่ไม่ได้เตรียมตัวรับขวัญเจ้าเลย แต่ไม่เป็นไรดอกลูก ยังไงเสียแม่ก็ต้องชื่นชมเจ้าให้หายคิดถึงก่อน" นางทองประศรีกล่าวยิ้มๆ ทั้งน้ำตา

 

"คือยังงี้แม่จ๋า ลูกกลับมาตอนนี้ ก็มีเรื่องมาเรียนแม่สองเรื่องด้วยกันจ๊ะ เรื่องแรก ลูกเรียนสำเร็จวิชาคาถาอาคมทั้งหลายแล้ว สำหรับเรื่องที่สองนั้นคือ เอ่อ ลูกมีสาวที่รักแล้วจ๊ะ ลูกอยากจะขอให้แม่ช่วยไปสู่ขอให้ลูกหน่อยได้ไหมจ๊ะ" พลายแก้วกล่าวพลางทำท่าเขินอาย

 

นางทองประศรีเห็นบุตรชายทำท่าเขินอายก็รู้สึกเอ็นดูแกมหมั่นไส้ อยากจะซัดให้ซักเพียะ แต่ก็แกล้งถามเล่นๆ ว่า

 

"แล้วหนูมาบอกแม่ทำไมล่ะ ก็สู่ขอไปเลยซิ ชอบกันไม่เห็นบอกแม่ แต่พอจะขอรีบให้แม่ไปขอให้ ยังงี้แม่ไม่ทำให้หรอก"

 

พลายแก้วตกใจ ด้วยคิดว่าตนทำให้มารดาโกรธ รีบก้มลงกราบแทบเท้า แล้วกล่าวละล่ำละลัก

 

"ไม่ใช่นะครับ ไม่ใช่ครับ ลูกไม่เคยคิดจะทำอย่างนั้นกับแม่นะครับ ขอแม่อย่าได้เข้าใจลูกผิด ลูกยังรักและเคารพแม่เหมือนเดิม เพียงแต่ตอนที่รักชอบกันนั้นลูกอยู่ไกลจากแม่มาก จะส่งจดหมายบอกข่าวอะไรก็ยาก อีกทั้งตัวของลูกนั้นก็อยู่ในสมณะเพศ ไม่อาจที่จะเดินทางไปไหนได้สะดวก กอร์ปกับตอนนี้ ลูกมีคู่แข่ง กำลังจะมาสู่ขอสาวคนที่ลูกจะให้แม่ไปขอ ด้วยลูกร้อนใจมาก เมื่อลาสิกขาบทแล้ว ก็รีบมาหาแม่เพื่อให้ไม่ช่วยไปสู่ขอน่ะครับ"

 

นางทองประศรีเห็นลูกชายกลัวจนหน้าแตกตื่นขนาดนั้นก็รู้สึกขำในใจ แต่จะให้รู้ไม่ได้ไม่งั้นเดี๋ยวต่อไปจะไม่เชื่อฟังแม่อีก แต่ด้วยความรักสงสารลูก เอาเถอะ เล่นแค่นี้พอก็แล้วกัน

 

"ว่าแต่ลูกรักชอบใครอยู่เหรอจ๊ะ"

 

"น้องพิมพิลาไลยน่ะครับ ลูกสาวของคุณน้าพันศรโยธา และคุณน้าศรีประจันไงครับ ที่เคยเล่นกับลูกเมื่อตอนเด็กๆ ส่วนเจ้าคู่แข่งคนที่จะมาสู่ขอแข่งกับเราก็คือ ขุนช้าง ลูกของคุณน้าขุนศรีวิชัย และคุณน้าเทพทองน่ะครับ" พลายแก้วเรียนมารดาอย่างนอบน้อม

14
กลับหน้าหลัก ตอนก่อนหน้า ตอนถัดไป