Your Wishlist

รักนายเย็นชากับเจ้าฟ้าสุดป่วน (ตอนที่ 2 เวลาไม่เคยทำให้ลืมและไม่เคยหายไป)

Author: ้hanna hb

รักแรกพบตั้งแต่วัยเด็ก ไม่เคยจางหายไป เฝ้าติดตาม ค้นหา เพื่อให้ได้มาครอบครอง

จำนวนตอน :

ตอนที่ 2 เวลาไม่เคยทำให้ลืมและไม่เคยหายไป

  • 10/12/2565

 เมื่อเวลาผ่านไป จากวันนั้นจนถึงปัจจุบัน ได้ผ่านไป 13 ปี เด็กน้อยเข้าสู่วัยหนุ่ม เจ้าฟ้าน้อยที่ใคร ๆ ต่างเรียกตอนนี้ เขามีอายุ 19 ปีแล้ว เขาเลือกศึกษาเรียนที่ต่างประเทศ ที่เขาได้เจอกับคนที่มอบสร้อยคอให้เขา

               วันนี้เป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี ที่เจ้าฟ้าเดินทางกลับบ้าน กลับแคว้นวังไพรราช

               ณ.วังไพรราช

      ตอนนี้ที่วังต่างพากันวุ่นวายกับการจัดงานเลี้ยงตอนรับเจ้าฟ้ากลับ ทุกคนดูจะวุ่นวายมากโดยเฉพาะท่านแม่ที่ดูตื่นเต้นกว่าใคร เธอจัดงานครั้งนี้และคุมงานด้วยตัวองทั้งหมด

               “นมคิดว่าจ้าวฟ้าจะชอบมั้ย”

               “ชอบซิคะ จ้าวฟ้าชอบดอกไม้สีฟ้า  ท่านหญิงรู้ใจจ้าวฟ้าที่สุด”

               “นม...เราขอบใจนมมาก ๆ เลยนะ ที่ดูแลบุตรของเราทั้งสามเป็นอย่างดี”

               “อย่าตรัสแบบนี้ซิคะทำเอานมดูแก่ไปเลยท่านหญิง”ท่านหญิงยิ้มให้นม แล้วเธอก็เดินเข้าไปกอดนมด้วยความรัก

               “ขอบคุณนะคะนม ที่อยู่กับเราและดูแลเรามาตลอด”

               “ท่านหญิง” นมกอดแล้วลูบหลังท่านหญิงเบา ๆ ด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุข “จัดงานต่อเถอะคะ ท่านหญิง”

               “ค่ะ.....”

               การจัดงานก็ลุล่วงผ่านไปด้วยดี ทุกอย่างถูกจัดแจงไว้อย่างสวยงาม เมื่อเวลางานใกล้มาถึง แขกที่ถูกรับเชิญมาต่างทยอยเข้างานกันอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่จะเป็นสหายที่สนิท และญาติพี่น้องเหล่านายทหารชั้นผู้ใหญ่มากมายก็ถูกรับเชิญเข้าร่วมงาน

               เมื่องานเริ่มขึ้น เจ้าปกครองเมืองก็ได้ออกมาต้อนรับแขก ทั้งสองพระองค์เดินลงจากบันใดมาพร้อมกับ เจ้าธารฟ้า และเจ้าไพรฟ้า บุตรของพระองค์ ซึ่งมีนามเรียกอีกชื่อว่า เจ้าพี่ใหญ่ เจ้าพี่รอง แต่ทุกสายตากลับจับจ้องมาที่ องค์เจ้าธารฟ้าไม่ว่าชายหรือหญิง ด้วยความสง่างามหน้าตาหล่อเหลา ผิวพรรณขาวชมพู่ ผมดำสั้น ดวงตาสีน้ำตาลอ่อน สูงกำยำ เขาอยู่ในชุดสีขาวขอบทองแนบตัว

               “ดูสิ น้องรอง สาว ๆ ในงานมองเจ้าเหมือนจะกลืนกินเจ้าไปทั้งตัวเลยนะ ดูแต่ละสายตาซิ คืนนี้เจ้าจะรอดมั้ย” เธอกระซิบข้าง ๆ เขาแล้วอมยิ้ม

               เมื่อเจ้าเมืองประกาศเริ่มงาน เสียงดนตรีก็เริ่มบรรเลง ทุกคนต่างสนุกสนานกับการดื่ม เต้นรำ  รอยยิ้มในงานต่างบ่งบอกถึงความสุข ใบหน้าที่ยิ้มแย้มที่ปะทะกับแสงไฟช่างเป็นภาพที่งดงาม

               “น้องรอง ทุกคนต่างมีความสุข พี่อยากให้เป็นแบบนี้ตลอดไปจัง” เจ้าไพรฟ้าพูดขึ้น เธออยู่ในชุดราตรีสีแดงทองยาวลากพื้น ผมยาวสีน้ำตาลอ่อน เป็นหญิงสาวที่งดงาม แต่เจ้าไพรฟ้ามีนิสัยราวกับเป็นบุรุษก็ว่าได้ เก่งทางด้านการต่อสู้ วางแผน มีอำนาจการดูแลองครักษ์และปกป้องบัลก์ลัง เธอกล้าหาญ แข็งแกร่ง เด็ดเดียว แต่วันนี้เธอต้องใส่ชุดแบบนี้เธอไม่มั่นใจในตัวเองเลย

               “วันนี้เป็นวันดี อย่าคิดเรื่องทุกข์เลยนะคะจ้าว  วันนี้จ้าวไพรฟ้างดงามมาก ๆ เลยคะ” องครักษ์วาริณสหายสนิทพูดขึ้น

               “หยุดเลย เราไม่ชอบเลยแต่งตัวแบบนี้ เจ้าอยากแต่งบ้างมั้ยวาริณ”

               “หม่อมขอผ่านคะ ว่าแต่พี่ทิวาไม่พูดอะไรเลยหรือคะ”

               “องครักษ์ทิวา” เจ้าธารฟ้าเรียกเขา ที่ยืนมองเจ้าไพรฟ้าอย่าเหม่อลอยแววตาเขามีประกายอย่างเห็นได้ชัด

               “พี่คะ” วาริณเรียกทิวา

               “ครับจ้าว” ทิวาตอบเจ้าธารฟ้าด้วยความตกใจ ส่วนเจ้าไพรฟ้าก็ยืนยิ้มให้ทิวา

               “งานที่เราสั่งให้เจ้าทำได้ความมั้ย”

               “ได้ทุกอย่างที่จ้าวสั่งเลยครับ”

               เจ้าไพรฟ้ามองน้องรอง “มีเรื่องอะไรปิดบังพี่หรือเปล่าน้องรอง”สายตาพี่มองอย่างสงสัย เขายิ้มแต่ไม่ตอบอะไร แล้วไม่นานเสียงตบมือก็ดังขึ้นจากด้านนอก

               “สงสัยเจ้าตัวแสบจะมาแล้ว” น้องรองพูดขึ้น

               เจ้าฟ้าเดินลงจากรถในชุดสูทสีฟ้าอ่อน เด็กหนุ่มวัย 19 ปี ผิวขาวผอมสูง ผมดำสั้น ดวงตาสีน้ำตาลอ่อน หน้าตาหล่อออกแนวหวานกวน ๆ ต่างจากพี่รองของเขามาก

               เด็กหนุ่มยิ้มให้ทุกคน ก่อนจะเดินผ่านทุกคนไป ท่านพ่อท่านแม่ยืนยิ้มให้ลูกชายที่กำลังเดินตรงมาที่พวกเขา เขาคำนับ ท่านพ่อ ท่านแม่ ก่อนจะโผเข้ากอดท่านแม่ด้วยความคิดถึง

               “ผมคิดถึงท่านแม่มากเลยครับ”

               “จริงหรือจ้าวฟ้า คิดถึงท่านแม่จริง ๆ หรือ” ท่านพ่อพูดขึ้น

               “ท่านพ่อ ลูกก็คิดถึงท่านพ่อมาก ๆ เช่นกัน” เขาเข้าไปกอดท่านพ่อ

               “กลับมาถึงก็อ้อนท่านพ่อท่านแม่เลยนะตัวแสบ” พี่ใหญ่พูดขึ้น

เขาหันมองเธอ เขามองดูพี่สาวด้วยความตกใจ เพราะตั้งแต่เขาจำความได้เขาไม่เคยเห็นพี่สาวแต่งตัวแบบนี้เลย มันทำให้เขาประหลาดใจสุด ๆ

               “พี่รู้นะว่าเจ้าคิดอะไร อย่าได้เอ่ยคำนั้นเด็ดขาดเชียวนะ”

               “พี่ใหญ่ ท่านช่างสง่างามยิ่งนัก” เขายิ้มให้พี่สาวก่อนจะเข้าไปกอดเธอ

               “พี่ยอมให้หนึ่งวันแล้วกัน”

               “พี่รองละครับ” เขามองหาเจ้าธารฟ้า

               “พี่อยู่นี่”เขาเดินเข้ามาแบบเงียบจากด้านหลัง

               “กว่าจะกลับมาได้ ไม่ง่ายเลยใช่มั้ยจ้าวฟ้า”

               “จ้าวพี่รองอย่าแซวน้องซิครับ” เขายิ้ม ทั้งสองมองหน้ากัน เจ้าธารฟ้ายืนนิ่งส่วนเจ้าฟ้าก็ไม่กล้าที่จะกอดพี่รองเท่าไร ตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อหลายปีก่อนนั้นทำให้เจ้าฟ้ารู้สึกห่างเหินกับพี่รองไปเลย

               บรรยากาศเริ่มจะอึดอัดแม้ความสนุกจะรายล้อมรอบตัวพวกเขาอยู่ก็ตาม

               “เอาละจ้าวฟ้า ไปสนุกกันเถอะ” พี่สาวกอดคอน้องชายพาเดินออกหาเพื่อน ๆ และญาติ ๆ ที่กำลังทานอาหารกัน

               “พวกเจ้าสองคนทำไมไม่คุยกันละ” ท่านพ่อพูด

               “ผมคิดว่าแบบนี้ก็ดีนะครับ”

           เมื่อเจ้าธารฟ้าพูดเสร็จเขาก็เดินไปร่วมงานกับทุกคน ในเวลานั้น เพื่อนของเจ้าธารฟ้าก็เดินเข้ามาในงานพร้อมกับชายหนุ่ม หน้าคม ร่างสูงโปร่ง ผิวขาว ผมสั้น  เดินเข้ามาในกลุ่มที่เจ้าฟ้าอยู่

            “ว่าไงเพื่อน นี่คีย์ตะหรือ” เจ้าธารฟ้าพูด

             “พ่ะย่ะค่ะ” คีย์ตะตอบ

             “ไม่ต้องใช่ราชาศัพท์กับเราหรอก พูดธรรมดาเถอะ” เจ้าไพรฟ้าบอก คีย์ตะยิ้มพร้อมคำนับรับ

             “จ้าวฟ้าจำพี่การุณได้มั้ย” เจ้าธารฟ้าถาม เขามองหน้าพี่การุณแล้วคิดอยู่ครู่หนึ่ง

            “ออ. พี่การุณคนที่เล่นบอลกับผมให้ผมขี่หลังตอนเด็ก ๆ”

            “ดีใจจังที่จ้าวจำได้” การุณยิ้ม ด้วยสายตาชื้นชอบเจ้าฟ้าอย่างชัดเจน

            “แล้วนี่ คีย์ตะ เขาจะเป็นองครักษ์ของจ้าวฟ้า” พี่รองพูด

            “จ้าวพี่รองน้องไม่ต้องมีองครักษ์ก็ได้นะครับ”

            “พี่ตัดสินใจแล้วว่าเจ้าต้องมีองครักษ์”

            “จ้าวพี่” เขามองหน้าพี่ชาย แต่เจ้าธารฟ้าไม่พูดอะไรต่อ สุดท้ายเจ้าฟ้าได้แต่ยืนเงียบ

               เมื่อเวลาผ่านไป ค่ำคืนแห่งความสนุกสนานภายในวังก็มาถึงจุดสิ้นสุด ทุกคนต่างขอตัวลากลับเมื่องานเลี้ยงจบลง แม่นมค่อยสั่งงานให้ทุกคนเก็บข้าวของทำความสะอาดก่อนฟ้าจะสว่าง เมื่อเจ้าฟ้าเห็นนมเขาก็ยิ้มแล้วเดินเข้ามากอดนมจากด้านหลัง

               “ผมคิดถึงนมจังครับ”

               “ปากจ้าวฟ้าหวานยิ่งนัก ยิ่งโตจ้าวฟ้าก็ยิ่งอ้อนเก่งนะคะ”

               “ดึกแล้วผมว่านมหน้าจะพักผ่อนได้แล้วนะครับ ดูท่านพ่อท่านแม่ซิทรงบรรทมแล้ว จ้าวพี่ใหญ่ก็รีบไปเปลี่ยนชุดเมื่อจบงาน”

               “แล้วจ้าวพี่รองละคะ”

               “คงจะอยู่แถวนี้แหละครับ”

               “จ้าวฟ้ายังโกรธจ้าวพี่รองเรื่องนั้นอยู่หรือคะ”

               “ตั้งแต่วันนั้น จ้าวพี่ก็เปลี่ยนไป เข้าถึงยากและไม่รักษาสัญญาด้วย”

               “สัญญาอะไรหรือคะ”

               เขาจ้องมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว แล้วนั่งลงที่ขอบบันใด แม่นมยืนมองก่อนจะยิ้มแต่เมื่อนมจะเดินเข้าไปนั่งข้าง ๆ เขา ก็ได้มีมือจับไหล่ของเธอไว้ มือนั้นก็คือเจ้าธารฟ้า นมรู้ทันทีว่าตนเองต้องออกจากจุดนั้น เจ้าธารฟ้ายืนมองน้องชายอยู่ด้านหลัง เขายิ้ม ก่อนที่จะนั่งลงข้าง ๆ น้องชาย

               “อ้าว..จ้าวพี่รอง น้องนึกว่าพี่หลับแล้ว”

               “นี่ คือสิ่งที่พี่เคยสัญญาไว้”

               เจ้าฟ้ามองหน้าพี่ด้วยความสงสัย

               “อะไรหรือครับ” เจ้าพี่รองยิ้มเล็กน้อย เจ้าฟ้าไม่รีรอเขารีบเปิดซองสีน้ำตาลทันที ข้างในเป็นเอกสารและประวัติของ

               นายตะวัน อาทิตยวานิชย์

               เกิด 29 พฤศจิกายน 2542    กรุ๊ปเลือด AB

               เชื่อสาย ไทย สัญชาติ ไทย  ที่อยู่ ปัจจุบัน 42/111 ………………

   และประวัติการเรียนทั้งหมดที่เขาเคยเรียน ทั้งในต่างประเทศและประเทศไทย ปัจจุบันศึกษาอยู่ที่ไทยมหาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง คณะวิศวกรรมศาสตร์ บิดา มารดา ทำงานเกี่ยวกับที่ปรึกษาวิศวกรในโรงงานอุตสาหกรรมอยู่ที่โรงงานต่างประเทศ เมื่อเขาอ่านจบและดูรูปถ่ายของตะวัน มีทั้งภาพตอนวัยเด็กที่เป็นภาพวงจรปิดที่ช่วยเขาไว้ และภาพถ่ายในช่วงแต่ละรุ่นแต่ละปี จนถึงปัจจุบัน เขาถึงกับตกใจมากที่ได้เห็นมัน

               “จ้าวพี่รอง นี่มัน”

               “ตอนที่จ้าวฟ้าบอกพี่ว่า จ้าวฟ้าจะตามหาเขา จะขอบคุณเขา จะเอาของคืนจะเขา และจะแต่งงานกับเขา พี่คิดเสมอว่าความคิดเหล่านั้นจะหายไป แต่เมื่อเวลาผ่านไป จ้าวฟ้ากลับทำให้พี่เห็นว่า จ้าวฟ้าต้องการเจอเขาจริง ๆ พี่เลยส่งจ้าวฟ้าไปเรียนที่นั้นเพื่อจะดูว่าจ้าวฟ้าจะทำอย่างไร”

               “แต่สุดท้ายผมก็ไม่เจอเขา แถมยังทำให้ตัวเองต้องเรียนอยู่ที่นั้น”

               “แต่มันก็คุ้มไม่ใช้หรือ อย่างน้อยก็ได้เรียนที่เดียวกับเขา”

               “จ้าวพี่รองใจร้ายน้องขอย้ายกลับจ้าวพี่ก็ไม่ยอม ทำไมครับ”

               เขายิ้ม “เพราะพี่อยากรู้ว่าจ้าวฟ้าจะล้มเลิกความคิดนั้นมั้ย แต่เวลาก็ได้บอกพี่ให้รู้ว่าจ้าวฟ้าน้อยได้โตเป็นหนุ่มแล้วยังปักใจในรักแรกพบอีก”

               “ไม่ใช่สักหน่อย ไม่ใช่รักแรกพบสักหน่อย”

               “จริงดิ อย่างนั้นพี่ขอเอกสารคืน จะได้ทำลายทิ้ง” เขาดึงเอกสารกลับมา แต่เจ้าฟ้าก็ดึงเอามากอดไว้แน่นเช่นกัน

               “ช่วงนี้ก็ทำตัวดี ๆ หน่อย อีกสองอาทิตย์เจ้าต้องไปเมืองไทย จะทำอะไรต้องคิดให้ดี ออ....เจ้าต้องบอกท่านพ่อเองนะ และที่สำคัญถ้ากล้าที่บอกเหตุผล พี่คิดว่าท่านพ่อไม่ใช่คนใจแคบ” แล้วเจ้าพี่รองก็ลุกเพื่อที่จะเดินกลับห้อง แต่ตัวเจ้าฟ้าเองก็เรียกเขาไว้ เจ้าพี่รองหันมองน้องชายด้วยความแปลกใจ เขามองเห็นแววตาที่เป็นประกายของเจ้าฟ้า ทำให้เขาคิดถึงเจ้าฟ้าตอนวัยเด็กขึ้นมาทันที เจ้าฟ้าวิ่งเข้ามากอดเขา

               “ขอบคุณครับ จ้าวพี่ จ้าวพี่ไม่โกรธหรือที่ผมเป็นแบบนี้ ผมคิดมาตลอดว่าจ้าวพี่คงเกลียดผมเรื่องที่ผมพูดว่าจะแต่งงานกับเขา”

               “ทำไมพี่ต้องโกธร อิสระของเจ้าคือสิ่งที่จ้าวพี่ใหญ่ และพี่ต้องการให้จ้าวฟ้าได้รับมันมากกว่าสิ่งใด แต่จำไว้ ท่านพ่อท่านแม่อาจจะไม่เหมือนพี่ จ้าวฟ้าต้องพิสูจน์ด้วยตัวเอง”

               แล้วเสียงของเจ้าไพรฟ้าก็ดังขึ้น เธอเดินออกมาในชุดสบาย ๆ สีดำทั้งชุด

               “สองพี่น้องนี้พูดอะไรกัน”

               “จ้าวพี่ใหญ่”

               “จ้าวรอง ไม่คิดจะบอกพี่เลยหรือเรื่องจ้าวฟ้า”

               “องครักษ์ทิวาเป็นองค์รักษ์ของน้องแต่เหตุใดถึงแพ้จ้าวพี่ตลอด” เจ้าธารฟ้าพูดด้วยรอยยิ้ม

               พี่สาวยิ้มหัวเราะชอบใจ เธอมองหน้าเจ้าฟ้าที่ยืนก้มหน้าเงียบ

               “เป็นอะไรจ้าวฟ้า”

               “จ้าวพี่ไม่โกรธหรือ”

               “ไม่นี่ แค่อยากเตือนเจ้าว่าผู้ชายไม่ได้ชอบแบบที่เราเป็นกันทุกคนนะ ถ้าเขาไม่ใช่ก็อย่างทำให้เขาอึดอัดหรือทำให้เขาลำบากใจ เข้าใจมั้ย”

               เจ้าฟ้ายิ้มให้พี่ทั้งสองแล้วพยักหน้ารับปากทันที

              “ไปนอนได้แล้วจ้าวฟ้า” เธอพูด

             “ครับ” เจ้าฟ้าเดินกลับเข้าวังด้วยรอยยิ้ม หัวใจของเขาพองโตและรู้สึกถึงความสุขที่เคยหายไปได้กลับมาอีกครั้ง

               “จ้าวพี่จะคุยอะไรกับผมหรือครับ”

               “ส่งจ้าวฟ้าไปเมืองไทยบ้านเกิดของท่านแม่ ท่านจะยอมหรือ”..๔

               “แต่มันก็ปลอดภัยกว่าที่นี่ จ้าวฟ้าไม่สมควรจะต้องมารับรู้เรื่องสงคราม การกบฏ ที่พวกเรากำลังเผชิญอยู่”

               “แต่มันก็อันตรายอยู่ดี”

               “การไปเมืองไทยครั้งนี้เป็นความลับอยู่แล้ว”

               “จ้าวฟ้าไม่สงสัยหรือถูกเรียกตัวกลับกลางคันแบบนี้...แต่ดูท่าคงไม่สงสัยจริง ๆ” พี่สาวยิ้ม

               “จ้าวพี่ดูเหมือนจะไม่สบายใจนะครับ”

               “พี่กับท่านพ่อกังวลเรื่องของเจ้า เพราะอีกไม่กี่เดือนก็ถึงวันแต่งตั้งเจ้าเป็นผู้ปกครองเมืองต่อจากท่านพ่อ แถมยังมีคนขัดขวางการหมั่นหมายของเจ้าอีก ดูเหมือนศัตรูในที่มืดไม่ต้องการให้เราเชื่อมสัมพันธ์ยุติสงคราม”

               “จ้าวพี่...ผมรับรองว่าสงครามจะไม่เกิดขึ้น ตราบใดที่ผมยังมีชีวิตอยู่”

               “พี่ไม่ได้กลัวว่าจะเกิดสงคราม แต่พี่กลัวว่าเจ้าจะตกเป็นเป้าของพวกมัน สืบหาเท่าไร ส่งคนไปกี่คนก็หายหมด วังของเราเองกลับมีศัตรูภายในอยู่”

               เจ้าธารฟ้า และ เจ้าไพรฟ้าต่างคนก็ได้แต่ยืนเงียบมองท้องฟ้าอยู่อย่างนั้น

...........................................................................................................

               เจ้าฟ้าหนุ่มน้อยผู้ใสบริสุทธิ์ จิตใจที่มุ่งมั่นต่อความรู้สึกของตนเองไม่เคยลดลงเลย เขาซื้อสัตย์ต่อคำมั่นของตนอย่างเด็ดเดี่ยว หนุ่มน้อยนั่งมองเสื้อคลุมสีดำที่แขวนไว้ข้าง ๆ ที่นอน สายตาจ้องมองรอยขาดของเสื้อของตะวัน คำพูดทุกคำ แววตาที่อ่อนโยนคู่นั้น เขาจำได้ไม่เคยลืม

               หนุ่มน้อยคิดเสมอว่าความรู้สึกนี้คงหายไปสักวันเมื่อเขาโตขึ้น แต่สุดท้ายแล้ว วันเวลาไม่เคยทำให้มันหายไป ยิ่งนานวันเข้าเขากลับคิดถึงและโหยหาตะวันดวงนั้นเสมอ แม้เขาจะรู้ว่าความรู้สึกนี้คงมีแค่เขาฝ่ายเดียวที่เป็น แต่อย่างน้อยขอให้เขาได้เจอตะวันดวงนั้นอีกครั้งเพื่อกล่าวคำว่า ขอบคุณ

 

Hanna hb.

 

กลับหน้าหลัก ตอนก่อนหน้า ตอนถัดไป