Your Wishlist

Covid-19 มะรุมมะตุ้มรุมรัก (nc18+) (บทที่ 101 : ลูกธนู & ลูกปืน)

Author: L.sunanta

ความรักหลากอารมณ์ที่ดอมดมอยู่กลางดงโรคระบาดโควิด-19 เพื่อนที่ไม่ใช่เพื่อน แฟนที่ไม่ใช่แฟน งานนี้ไม่มี "กามเทพ" มีแต่ "กามรมณ์" ในกมลสันดาน

จำนวนตอน :

บทที่ 101 : ลูกธนู & ลูกปืน

  • 30/01/2565

“ฉายไปตรงไหนครับผมมองไม่เห็น!?”

ปลายสายตะโกนตอบกลับมา แม้จะไม่รู้ว่าเสียงเด็กผู้หญิงที่สั่งมาเป็นใคร ขอแค่เป็นวิทยุของหัวหน้าถือเป็นใช้ได้!

.

เดือดร้อนถึงเจนิสที่มีปัญหาให้ต้องแก้อยู่ตลอด ดีที่เธอหัวไว! เพราะทันทีที่กระโจนหลบกงเล็บที่เหวี่ยงเข้ามาแบบทแยงมุมได้ ลำตัวของเธอก็ชะลูดเข้าไปหมอบอยูใต้หว่างขาของหัวหน้าทันที! นั่นทำให้เธอมีเวลาพอที่จะตะโกนถามถึงบางสิ่ง!?

.

"ลุง!...ลุงยิงปืนแม่นใช่ไหม?! ช่วยยิงให้โดนลูกธนูหนูหน่อย เมื่อกี้พี่คนข้างบนเขาวอร์มาบอกว่าต้องการจุดมาร์ค!”

.

คอนเซ็ปเดียวกับเลเซอร์ชี้เป้าในหนังสงครามไม่มีผิด แต่วิธีการนั้นไม่ต่างจากหนังอินเดียที่ต้นทุนต่ำเหี้ยๆ เจนิสฉวยเอาวิทยุจากหัวหน้ามาถือครองไว้ ระหว่างนั้นก็คลานศอกมุดต่ำคืบคลานผ่านกองศพและการต่อสู้ จนคว้าเอาคันศรหักกับลูกธนูที่เธอเคยใช้กลับคืนมาได้ ตามติดมาด้วยการฉีกชายเสื้อของตัวเองออกเสียงดัง “แคว๊กกกกกก!!!!” เธอชุบมันเข้ากับน้ำมันตะเกียงบนสันกำแพง จัดแจงติดไฟให้หัวลูกศร แล้วก็ยิงมันออกไปในทิศทางที่เคยปาขวดค้างเอาไว้!

.

“ซึบบบบบ!!!!”

.

การใส่สุดเหยียดทำเอาร่างบางถึงกับหงายหลังล้มตรึงลงมา! และแน่นอนว่าคันศรหักๆ ย่อมมิอาจส่งลูกธนูเรืองแสงให้พุ่งไปถึงเป้าหมายได้ หากไม่ได้หัวหน้าหน่วยผู้เชี่ยวชาญในการยิงช่วยสนับสนุน!

.

ความแอดวานซ์ของแว่นไนท์วิชชั่น ทำให้แกเห็นจุดสีขาวลอยเด่นชัดตัดกับสีดำของฟากฟ้า และเพียงเศษหนึ่งส่วนล้านของเสี้ยวเวลาแกก็จัดให้!

.

“ปัง!!!”

.

“ปัง!!! , ปัง!!!!ๆ”

.

นัดแรกเพื่อให้เกิดมุมชิ่ง! นัดที่สองยิงเพื่อให้ลูกธนูหมุนปั่น! นัดที่สามและสี่ถึงเป็นการยิงเพื่อเสริมแรงให้ลูกธนูพุ่งเข้าไปแถวชายป่าฝั่ง ตะวันตก ที่ซึ่งมีหนองน้ำมันดิบกับดงใบไม้แห้งทับถมรออยู่

.

“ตุบ!”

.

“แกร๊ก..ก..กๆ…ก…กๆ”

.

“พรึบ!!!!!”

.

ลูกธนูหล่นลงไปเกิดไฟลุกขึ้นเล็กน้อยก่อนจะดับฟับลง… ไม่สมบูรณ์อย่างที่คิดแต่ก็นับว่าได้ผล! ด้วยระยะทางที่ห่างจากจุดยอดสูงสุดของกำแพงกว่า 400 เมตร มันไกลราวๆเศษหนึ่งส่วนสี่ของสนามกรีฑาหนึ่งรอบ การส่งลูกธนูหักๆไปได้ไกลขนาดนั้นก็นับว่าโคตรคนแล้ว! มิหนำซ้ำประกายไฟจากเศษใบไม้ที่วาบขึ้นแว๊บนึง ก็มากพอที่จะทำให้พลสปอร์ตไลท์สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลง เจนิสก็เลยรีบวอร์ขึ้นไปกำชับเขาอีกที!

.

“เห็นไหมพี่!? ตรงนั้นแหละรีบส่องไฟไปเลย!!!"

"ส่องแล้วแช่ค้างไว้! ตราบเท่าที่จะนานได้เลยนะ!!!”

.

“ครืดดดด…ด…ด…ด”

.

“ครับ! , เข้าใจแล้ว!!!!”

“ช่วยระวังข้างล่างให้ผมด้วยนะครับ ผมทิ้งเครื่องฉายไปไม่ได้!”

.

“ครืดดดด…ด…ด…ด…ครืด…ด…ด…ด…ด....ซ่าาาา..า...า...า”

.

วิทยุส่งบทสนทนาข้ามผ่านระหว่างกัน ได้ยินดังนั้นโฟกัสของเจนิสกับหัวหน้าและทหารรับจ้างที่ยังเหลือรอดก็เลยเปลี่ยน! พวกเขาไม่จำเป็นต้องปกป้องกำแพงไม้ไผ่ที่ถูกตีแตกตรงนี้แล้ว หากแต่ต้องเพ่งความสนใจมาที่ส่วนที่เป็นจะงอยกำแพงที่มีดวงไฟสปอร์ตไลท์ติดตั้งอยู่แทน แสงจากมันพุ่งเป็นลำราวกับเลเซอร์บีม! มันเหมือนกับท่อนพลังที่พุ่งออกจากฝ่ามือของเบจิต้ารวมกับพิโกโร่ในการ์ตูนดราก้อนบอล ซึ่งนั่นเอง! ที่ช่วยให้เกิดปรากฏการณ์สำคัญอย่างการเรียกร้องความสนใจขึ้น!

.

กล่าวคือฝูงผู้ติดเชื้อเริ่มเกิดอาการล่าถอย! มีแสงสีขาวสว่างโพลงเจิดจ้าเป็นวงกลมปรากฎขึ้นบนพื้นตรงบริเวณชายป่า ทั้งยังมีขอบวงรัศมีที่กว้างกว่า 3 เมตร!!! นั่นจึงเพียงพอสำหรับฉาบเคลือบต้นไม้ใบหญ้าในละแวกให้โดดเด่นเป็นสีขาวบริสุทธิ์! จึงล่อความสนใจของพวกผู้ติดเชื้อให้ถอยไปจากกำแพงได้!

.

“โคร่งงงงง , โคร่งงงงงง , โฮีกกกกกก, โฮ๊กกกกกกก”

.

ดุจหมึกตอมไฟ! ดุจแมลงวันตอมขี้! ฝูงผู้ติดเชื้อชะเง้อคอมองต่อๆกัน หันรีหันขวางเผยอรูจมูกฟุดฟิดก่อนจะกระโจนกลับด้าน วิ่งกรูกันลงไปยังบริเวณชายป่าดังกล่าวราวกับเล่นมายากล! สอดคล้องกันกับพวกเจนิสและพี่ทหารที่ต่างก็พยายามเงียบปาก พวกเขาแทบจะยกมือปิดปากให้แก่กันและกัน พยายามลุ้นให้แผนสำเร็จเพราะนี่เป็นทริคที่แพรวสอนและชาววิลเลจก็ใช้กันมาตลอด!

.

จิตจดจ่อของพวกเขาจึงมีแค่พลสปอร์ตไลท์ที่อยู่ด้านบนเท่านั้น!

.

“เย็นไว้พี่….เย็นไว้….อย่างงั้นแหละ…ใช้ไฟส่องสว่างล่อพวกมันออกไปก่อน….ช่ายยยย… ช่ายยยย….ใจเย็นๆ”

“วู้ววววว..ว…ว…ว , เดี๋ยวก็ได้… , มันต้องได้สิน่าาา”

.

เจนิสพูดผ่านวอร์ด้วยเสียงแผ่วเบาแบบกึ่งลุ้น ณ ตอนนี้แม้แต่หัวหน้าหน่วยเองก็มายืนฟังอยู่ข้างเธอ ส่วนทหารรับจ้างกับชาววิลเลจที่รอดชีวิตก็ต่างยืนเกาะขอบกำแพงเอาไว้แน่น ต่างคนต่างหันหน้าไปทางชายป่าที่มีวงแสงปรากฎอยู่ ไม่มีผู้ติดเชื้อกงเล็บแหลมอยู่บนกำแพงอีกแล้ว และพอเห็นว่าตนและลูกทีมปลอดภัยหัวหน้าหน่วยก็เลยลองถามในเรื่องที่สงสัยดู?

.

“แล้วแบบนี้จะเป็นยังไงต่อเหรอแม่หนู?.. ในแว่นฉันเห็นแต่คลื่นความร้อนอออยู่เต็มไปหมดเลย?”

.

“ถูกต้องค่ะลุง! นั่นแหละคือสิ่งที่หนูต้องการ พวกเราสู้กับมันด้วยความร้อน เจ้าพวกนั้นมันแพ้ไฟมาแต่ไหนแต่ไร แล้วมันก็จะวิ่งเข้าหาสิ่งที่ร้อนๆอยู่ตลอดเวลา เพราะงั้นตกกลางคืนจึงมีกฏว่าอย่าคิดไปสู้กับมัน! แสงสว่างนิดเดียวก็ล่อสายตาของพวกมันได้”

“พวกลุงนั่นแหละที่ผิดมาตั้งแต่แรก…!”

.

ชายชุดดำก้มมองดูลำเพลิงของปืนตัวเอง ไหนจะปลายกระบอกปืน MP5 ที่ร้อนฉ่าควันโขมง โดยไม่ต้องถามเขาก็รู้โดยพลันว่าเจนิสหมายถึงอะไร พวกเขาพลาดเองที่ใช้เกณฑ์จากวันวานมาคำนวณปริมาณของศัตรู ปืนอาจจะปลิดชีพผู้ติดเชื้อได้ แต่ถ้ามามากเกินไปมันก็ยิงไม่ทัน แล้วก็เกือบจะชิบหายวายป่วงอย่างที่เห็น!

.

ทุกคนมองลงไปเบื้องล่าง ทหารรับจ้างบางคนนี่ถึงกับเอากล้องส่องทางไกลขึ้นมาส่อง เพราะภาพที่เห็นนั้นช่างเป็นอะไรที่ไม่เคยประสบพบเจอมาก่อน! มันคือกองผู้ติดเชื้อที่กอดเกยกันสุมทับกันจนเป็นพีระมิดซอมบี้! พวกมันต่างแย่งกันเข้าไปอยู่ในวงแสง บีบอัดตะกุยตะกายเพื่อให้อยู่ในวงรัศมีที่มีแสงไฟฉายลงมากระทบ ต่างคนต่างปีนต่างกระเสือกกระสนขึ้นไปอยู่บนจุดสูงสุด ประหนึ่งคิดว่าถ้าอยู่ตรงจุดที่ร้อนสุดได้ แล้วจะได้อาหารอันโอชะ

.

แต่หารู้ไม่ว่าเจนิสกำลังรอจังหวะนี้อยู่เลย!

.

“โอเค! ได้ที่แล้ว! ปิดหูไว้นะลุงถ้าไม่อยากได้ยินเสียงโหยหวน… หนูว่ามันจะดังจนคนข้างในวิลเลจต้องตื่นขึ้นมาเพราะคิดว่ากำลังฝันร้ายอยู่เลยล่ะ”

.

“เอ๋???”

ทำหน้างงได้แค่แป๊บเดียว หัวหน้าหน่วยก็ถึงกับตาเป็นประกาย! แกไม่ได้ซึ้งหรือจะร้องไห้อะไรหรอกแต่เป็นเพราะเรติน่าในม่านตาได้ถูกกระทบด้วยแสงจากกองไฟขนาดมหึมาใหญ่ยักษ์ ที่จู่ๆก็ลุกโชนขึ้นมาเองด้วยพลานุภาพของน้ำมันดิบที่ถูกปาทิ้งไว้บนพื้น!!!

.

"พรึบบบ! , พรึบ!!! , พรึบ!!!"

.

“เร่งความเข้มแสงขึ้นอีกพี่! อัดไฟสปอร์ตไลท์ให้ร้อนแรงกว่านี้! ตัวพวกมันจะได้ลุกติดไฟ!!!”

เจนิสวอร์ผ่านวิทยุขึ้นไป

.

แล้วทุกอย่างก็เป็นไปตามแผน น้ำมันดิบในขวดแก้ว 6 ขวดที่ส่งไปก่อนหน้ากลายเป็นตัวจุดปะทุ เศษใบไม้เศษหญ้าแห้งและลมช่วยโหมกระพือ ทั้งหมดทั้งมวลพอโดนสปอร์ตไลท์ที่มีความร้อนพุ่งเข้ามาจ่อเป็นเวลานานพอสมควร ไฟก็เลยลุกท่วม! กลายเป็นการจุดไฟจากระยะไกลกว่า 400 เมตรโดยไม่ต้องใช้ไม้ขีด เป็นภูมิปัญญาที่ชาววิลเลจใช้บ่อยแต่ก็ไม่เคยสร้างกองไฟที่อยู่ไกลและยิ่งใหญ่ขนาดนี้มากอ่นเช่นกัน

.

“โคร่่งงงงงงงงง….. , โอ๊กกกกกก….ก…ก…ก”

“โคร่่งงงงงงงง….. , กรรรรรรร , โก๊กกกกกกก , โอ๊กกกกกก!!!!”

“โอ๊กกกก..ก..ก…ก~~~~~~!!!”

.

ย่างสดเป็นร้อยเป็นพัน เสียงร้องคำรามโหยหวยแบบทรมานฟังแล้วเศร้าจับจิต ถึงร่างกายจะเหมือนสัตว์ประหลาดแต่พื้นฐานก็ยังเป็นคน ฝูงผู้ติดเชื้อร้องทุรนทุรายด้วยคีย์เสียงของมนุษย์จนฟังดูน่าสงสารและเริ่มหดหู่ แต่ครานั้นก็หาได้มีความเมตตาปราณีใดๆไม่ มิหนำซ้ำยังเหนือชั้นขึ้นไปอีกขั้นราวกับเจนิสนั้นได้คิดแผนไว้ถึง 2 ขยัก!

.

เมื่อจู่ๆ ก็มีเสียงรายงานจากหทารรับจ้างนายหนึ่งพูดผ่านวิทยุขึ้นมา! เขาคงไม่รู้ว่าตอนนี้เจนิสเป็นคนถือวอร์ก็เลยพูดประหนึ่งว่ากำลังสนทนาอยู่กับหัวหน้าหน่วยคนเดิม

.

“ครืดดดด…..ด….ด…ด… "

.

"หัวหน้าครับทางกาบซ้ายมีพวกมันมาเพิ่มครับ!”

“เอาไงดีครับขออนุมัติคำสั่งยิงด้วย..ย..ย”

.

“ครืดดดด…..ด….ด…ด… ซ่าาาาาาา , ซู่.... , ซ่าาาาา"

.

เด็กสาวนิ่งมากเธอไม่มีแม้แต่อาการตกใจ ก่อนจะวอร์ตอบกลับไปว่า

.

“ไม่ต้องเป็นห่วงพี่… เดี๋ยวทุกอย่างก็ผ่านไป”

.

แล้วก็จริงอย่างที่เจนิสบอก! เพราะจู่ๆกองคาราวานผู้ติดเชื้ออีกกว่าครึ่งร้อย ที่วิ่งกระโจนออกมาจากแนวป่าก็วกกลับด้านสลับทิศทาง! พวกมันวิ่งหักออกขวาแล้วทยอยกระโจนเข้าไปในกองไฟยักษ์ที่โหมกระหน่ำอยู่ซะอย่างงั้น! ศพแล้วศพเล่าคนแล้วคนเล่าราวกับกองไฟนี้จะเป็นตัวล่อให้พวกมันวิ่งเข้ามาตาย!

.

ไฟยังคงลุกท่วม!!! ไขมันจากศพกลายเป็นเชื้อไฟเติมเต็มให้รุกโชติช่วงชัชวาล และถึงตอนนี้! แม้แต่ไฟสปอร์ตไลท์ก็ไม่จำเป็นต้องฉายแสงลงไปอีกต่อไปแล้ว!

กลับหน้าหลัก ตอนก่อนหน้า ตอนถัดไป